ปี 2568 จดทะเบียนหย่าเท่ากับ 50.5% ของจำนวนจดทะเบียนสมรส แต่ตัวเลขนี้ไม่ได้แปลว่า “แต่ง 2 คู่ หย่า 1 คู่”
ตัวเลขเกี่ยวกับการแต่งงานและการหย่ามักสะดุดตาเป็นพิเศษ เพราะดูเหมือนจะสะท้อน “สุขภาพของความสัมพันธ์” ได้ทันที
แต่บางครั้งตัวเลขที่ดูตรงไปตรงมามากที่สุด กลับเป็นตัวเลขที่ต้องอ่านอย่างระวังที่สุด
ข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติสำหรับปี 2568 ระบุว่า ประเทศไทยมี อัตราการจดทะเบียนหย่าต่อการจดทะเบียนสมรส 50.5% ถ้าเห็นเพียงตัวเลขนี้ หลายคนอาจเผลอแปลความหมายว่า “แต่งงาน 100 คู่ สุดท้ายหย่า 50 คู่”
แต่ความหมายจริงไม่ได้เป็นแบบนั้น
เพราะตัวเลข 50.5% นี้เป็นการนำ จำนวนการจดทะเบียนหย่าที่เกิดขึ้นในปี 2568 มาเทียบกับ จำนวนการจดทะเบียนสมรสที่เกิดขึ้นในปีเดียวกัน ไม่ได้ติดตามคู่แต่งงานชุดเดียวกันตั้งแต่วันจดทะเบียนจนถึงวันที่หย่า
50.5% จึงบอกอะไรเราได้จริง?
สิ่งที่ตัวเลขนี้บอกได้ตรงที่สุดคือ ในปี 2568 จำนวนเหตุการณ์จดทะเบียนหย่ามีขนาดประมาณครึ่งหนึ่งของจำนวนเหตุการณ์จดทะเบียนสมรสในปีเดียวกัน
ภาพนี้อธิบายเฉพาะวิธีอ่านสัดส่วน 50.5% ว่าเป็นการเปรียบเทียบ “จำนวนเหตุการณ์สองประเภทในปีเดียวกัน” ไม่ใช่อัตราทำนายว่าคู่ที่เพิ่งแต่งงานจะหย่าในอนาคตกี่เปอร์เซ็นต์
พูดให้เห็นภาพง่ายขึ้นคือ คนที่หย่าในปี 2568 อาจแต่งงานมาตั้งแต่ปี 2567, 2560 หรืออาจนานกว่านั้นก็ได้ จึงเป็น “คนละกลุ่มเวลา” กับคนที่เพิ่งมาจดทะเบียนสมรสในปี 2568
ดังนั้นตัวเลขนี้ ไม่ใช่การวัดว่า คู่ที่แต่งงานในปีนั้นมีโอกาสหย่ากี่เปอร์เซ็นต์
ถ้าจะตอบคำถามว่า “คนแต่งงานแล้วสุดท้ายหย่ากี่เปอร์เซ็นต์” จริง ๆ ต้องใช้ข้อมูลแบบติดตามคู่สมรสกลุ่มเดียวกันเป็นเวลาหลายปี หรือใช้วิธีทางประชากรศาสตร์และสถิติที่ออกแบบมาสำหรับคำถามนั้นโดยเฉพาะ
ทำไมการเอาตัวเลขสองชุดนี้มาหารกันถึงยังมีประโยชน์?
แม้จะไม่ใช่ “โอกาสหย่าของคู่แต่งงาน” แต่สัดส่วนจดทะเบียนหย่าต่อสมรสก็ยังมีประโยชน์ในการมองภาพรวมของกิจกรรมทางทะเบียนในแต่ละปี
มันช่วยให้เห็นว่า ในช่วงเวลานั้นจำนวนการเลิกราที่เข้าสู่ระบบทะเบียนมีขนาดมากหรือน้อยแค่ไหนเมื่อเทียบกับจำนวนการเริ่มต้นชีวิตสมรสใหม่
เมื่อดูต่อเนื่องหลายปี เรายังเห็นการเปลี่ยนแปลงของสัดส่วนนี้ได้ด้วย
ปี 2566 — 52.7%
ปี 2567 — 56.1%
ปี 2568 — 50.5%
ตัวเลขจึงไม่ได้เพิ่มขึ้นเป็นเส้นตรงทุกปี เพราะปี 2568 สัดส่วนลดลงจากปี 2567
ปี 2568 มีอีกเรื่องที่ต้องรู้ก่อนเทียบกับปีก่อน
ปี 2568 เป็นปีแรกที่ข้อมูลการจดทะเบียนสมรสของไทยได้รับผลจากการมีผลบังคับใช้ของกฎหมาย สมรสเท่าเทียม ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 22 มกราคม 2568
สำนักงานสถิติแห่งชาติจึงมีหมายเหตุประกอบข้อมูลไว้ว่า จำนวนการจดทะเบียนสมรสในปีดังกล่าวรวมการจดทะเบียนสมรสเท่าเทียมด้วย
ตรงนี้สำคัญ เพราะเมื่อฐาน “จำนวนการจดทะเบียนสมรส” เปลี่ยนจากเงื่อนไขทางกฎหมายของประเทศ การเปรียบเทียบตัวเลขกับปีก่อนก็ควรทำด้วยบริบท ไม่ควรมองแต่เปอร์เซ็นต์อย่างเดียว
พอแยกเป็นจังหวัด ภาพก็ยิ่งน่าสนใจขึ้น
ข้อมูลปี 2568 ระบุว่า จังหวัดที่มีสัดส่วนการจดทะเบียนหย่าต่อการจดทะเบียนสมรสสูง 3 อันดับแรกคือ:
สระบุรี — 64.3%
เลย — 63.7%
พิจิตร — 62.7%
ตัวเลขเหล่านี้อาจทำให้เกิดพาดหัวง่าย ๆ ว่า “จังหวัดที่คนหย่ากันมากที่สุด” แต่จริง ๆ แล้วคำแบบนั้นแรงเกินสิ่งที่ข้อมูลบอก
เพราะสัดส่วนนี้ไม่ได้หมายความว่า 64.3% ของคู่สมรสในสระบุรีต้องลงเอยด้วยการหย่า
มันหมายถึงว่า ในปี 2568 จำนวนรายการจดทะเบียนหย่าที่เกิดขึ้นในจังหวัดนั้นมีขนาดเท่ากับประมาณ 64.3% ของจำนวนรายการจดทะเบียนสมรสที่เกิดขึ้นในปีเดียวกัน
อันดับจังหวัดเปลี่ยนได้ค่อนข้างมากในแต่ละปี
อันดับนี้เป็น “สัดส่วนจดทะเบียนหย่าต่อจดทะเบียนสมรส” ของแต่ละปี ไม่ใช่อัตราที่บอกว่าคู่ในจังหวัดนั้นมีโอกาสหย่าตามเปอร์เซ็นต์ดังกล่าว
เมื่อย้อนดู 3 ปีล่าสุด จะเห็นว่าจังหวัดอันดับต้นไม่ได้คงที่
ปี 2566
พิจิตร 64.8%
ชัยนาท 64.3%
พิษณุโลก 64.1%
ปี 2567
ลำพูน 68.1%
เลย 67.9%
สระบุรี 67.8%
ปี 2568
สระบุรี 64.3%
เลย 63.7%
พิจิตร 62.7%
นี่เป็นอีกเหตุผลที่ไม่ควรตีความอันดับปีเดียวเป็น “นิสัยของคนจังหวัดนั้น” หรือเอาไปติดป้ายว่าจังหวัดหนึ่งมีชีวิตคู่ดีกว่าหรือแย่กว่าอีกจังหวัด
เพราะตัวเลขขึ้นอยู่กับจำนวนเหตุการณ์ทางทะเบียนในช่วงเวลานั้น และสามารถเปลี่ยนตำแหน่งได้ในแต่ละปี
“จำนวนหย่าเยอะ” กับ “สัดส่วนหย่าต่อสมรสสูง” เป็นคนละคำถาม
ตรงนี้เป็นอีกกับดักหนึ่งของข้อมูลอันดับจังหวัด
จังหวัดขนาดใหญ่ เช่น กรุงเทพฯ อาจมีจำนวนการจดทะเบียนหย่ามาก เพราะมีประชากรและกิจกรรมทางทะเบียนจำนวนมาก
แต่ไม่ได้หมายความว่ากรุงเทพฯ จะต้องมีสัดส่วนหย่าต่อสมรสสูงที่สุด
ในทางกลับกัน จังหวัดที่จำนวนรายการไม่สูงมากก็สามารถมีสัดส่วนสูงได้ หากจำนวนการจดทะเบียนหย่าอยู่ใกล้กับจำนวนการจดทะเบียนสมรสมากกว่า
“จำนวนมากที่สุด” และ “สัดส่วนสูงที่สุด” เป็นคนละตัวชี้วัด และไม่ควรใช้แทนกัน
ดังนั้นคำว่า “จังหวัดที่มีจำนวนการหย่ามากที่สุด” กับ “จังหวัดที่มีสัดส่วนหย่าต่อสมรสสูงที่สุด” คือคนละอันดับ และตอบคนละคำถาม
แล้วถ้าอยากรู้ว่าคู่แต่งงานมีโอกาสหย่าจริง ๆ ต้องดูข้อมูลแบบไหน?
คำถามนั้นยากกว่าการเอาจำนวนสมรสกับจำนวนหย่าของปีเดียวกันมาหารกันมาก
นักประชากรศาสตร์อาจต้องดูข้อมูลแบบ cohort หรือกลุ่มคนที่แต่งงานในช่วงเวลาเดียวกัน แล้วติดตามว่าหลังผ่านไป 5 ปี 10 ปี หรือมากกว่านั้น มีจำนวนเท่าไรที่ยังอยู่ในสถานภาพสมรสและจำนวนเท่าไรที่หย่า
อีกวิธีคือดูอัตราการหย่าต่อจำนวนประชากร หรือใช้อัตราเฉพาะตามอายุ ระยะเวลาการแต่งงาน และปัจจัยทางประชากรอื่น ๆ
แต่ละวิธีตอบคำถามไม่เหมือนกัน และไม่มีตัวเลขเดียวที่อธิบาย “ความมั่นคงของชีวิตคู่” ได้ทั้งหมด
ตัวเลข 50.5% จึงน่าสนใจตรงที่มันสอนวิธีอ่านสถิติ
เรื่องนี้ไม่ได้มีแค่ข่าวว่าคนไทยแต่งงานหรือหย่ากันมากเท่าไร
มันเป็นตัวอย่างที่ดีของการอ่านเปอร์เซ็นต์ว่า ก่อนจะเชื่อความหมายของตัวเลข เราต้องถามให้ครบว่า:
ตัวเศษคืออะไร?
ตัวส่วนคืออะไร?
เป็นคนกลุ่มเดียวกันหรือไม่?
อยู่ในช่วงเวลาเดียวกันหรือไม่?
เปอร์เซ็นต์นี้ถูกออกแบบมาเพื่อตอบคำถามอะไร?
แค่คำว่า “50.5%” สามารถสร้างเรื่องเล่าได้สองแบบทันที
แบบแรกคือ “แต่ง 2 คู่ หย่า 1 คู่” ซึ่งฟังดูแรงและจำง่าย แต่ข้อมูลไม่ได้รองรับ
อีกแบบคือ “ในปีเดียวกัน มีรายการจดทะเบียนหย่าประมาณครึ่งหนึ่งของจำนวนรายการจดทะเบียนสมรส” ซึ่งอาจฟังดูไม่ช็อกเท่า แต่ตรงกับสิ่งที่ตัวเลขบอกจริงกว่า
และนี่คือเหตุผลว่าทำไมบางครั้ง การอ่านสถิติให้ถูกต้องอาจน่าสนใจกว่าการอ่านแค่อันดับเสียอีก
อ้างอิง: https://www.nso.go.th/nsoweb/storage/infomotion/2026/20260217085551_58035.pdf
แหล่งที่มา: สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง
อ้างอิง: https://stat.bora.dopa.go.th/
หมายเหตุ: สัดส่วนการจดทะเบียนหย่าต่อการจดทะเบียนสมรสเป็นการเปรียบเทียบจำนวนเหตุการณ์สองประเภทภายในช่วงเวลาเดียวกัน ไม่ใช่อัตราที่ติดตามคู่สมรสชุดเดียวกัน จึงไม่ควรใช้ตัวเลขนี้สรุปว่า “คู่ที่แต่งงานมีโอกาสหย่าเท่ากับกี่เปอร์เซ็นต์” หรือใช้ตัดสินความมั่นคงของชีวิตคู่ในแต่ละจังหวัดโดยตรง
เขียนโดย พีรพัฒน์ พีพี
เตือนใจ ทวงเงิน 5 แสนจากยอดกว่า 2 ล้าน หวังเอาไปรักษาแม่ สุดท้ายแม่เสียชีวิต แต่ยังไม่ได้คืน เจอคำตอบ “ใคร ๆ ก็ต้องตาย”
ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล 1 กันยายน 2569 รางวัลที่ 1 คือ 417212
บอล ซุปเปอร์บอล มาแล้ว! แนวทางหวยงวด 1 ก.ย. 69 เน้นวิ่ง 9-6
“ต้าล้านแตก!” หลังเคลียร์ดราม่า โหนกระแส เดินหน้าทำงานต่อ ไลฟ์ครั้งแรกยอดทะลุ 1.3 ล้าน “แจ็ค แฟนฉัน” ยิ้มแก้มปริ
5 สิทธิ์ฟรีของ "ประกันสังคม" ที่คนไทยจ่ายทุกเดือนแต่ไม่ค่อยรู้ว่าใช้ได้
เจ้าหน้าที่โรงเรียนถูกจับกุม ในคดีฆ่าหนูแฮมสเตอร์ประมาณ 30 ตัว
เลขชนสำนักพิมพ์ 1 กันยายน 2569 จับตา “47-74” เด่นชนเลขดัง ส่องไทยรัฐ–บางกอกทูเดย์ มีเลขไหนน่าตามบ้าง
10 เลขท้าย 2 ตัวขายดีงวด 1 ก.ย. 69 แต่ “ขายดี” ไม่ได้แปลว่ามีโอกาสออกมากกว่าเลขอื่น
เปิด 5 อันดับ มหาวิทยาลัยไทยที่มีหลักสูตรค่าเรียนสูงที่สุด บางแห่งแตะ 5 ล้านบาท”
ของเรืองแสงสู่โศกนาฏกรรมโกยาเนีย
5 ทริคซักผ้าให้หอมฟุ้งเหมือนร้านซักอบรีด ด้วยเงิน 20 บาท
เปิดที่มา “เหรียญรุ่น 1” จาก “แม่ทัพกุ้ง” สู่ “หลวงพ่อบุญสิน” รับกฐินวัดป่าศรีคุณาราม
ข้าวเหนียวไทยไม่ได้กินแค่ในไทย! 5 ประเทศที่ซื้อข้าวเหนียวไทยมากที่สุด
เตือนใจ ทวงเงิน 5 แสนจากยอดกว่า 2 ล้าน หวังเอาไปรักษาแม่ สุดท้ายแม่เสียชีวิต แต่ยังไม่ได้คืน เจอคำตอบ “ใคร ๆ ก็ต้องตาย”
ของเรืองแสงสู่โศกนาฏกรรมโกยาเนีย
เจ้าหน้าที่โรงเรียนถูกจับกุม ในคดีฆ่าหนูแฮมสเตอร์ประมาณ 30 ตัว
คิม จูแอ เด็กหญิงที่อันตรายที่สุดในโลก
ประเทศไทยมีโรงเรียนกว่า 30,000 แห่ง แต่โรงเรียนไหนมีนักเรียนมากที่สุด? เปิดตัวเลขที่น่าสนใจจากข้อมูลการศึกษา






