หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เมื่ออเมริกันจับมือเยอรมันสู้ SS

เขียนโดย evileyes

 

เมื่ออเมริกันจับมือเยอรมันสู้ SS

เช้าวันที่ 5 พฤษภาคม 1945 ปราสาทหินบนเนินเขาในแคว้นทีโรลของออสเตรียกำลังถูกล้อมด้วยเสียงปืน ด้านหนึ่งคือทหาร Waffen-SS ที่ยังภักดีต่อระบอบนาซี อีกด้านคือกองกำลังขนาดเล็กที่ไม่น่าจะยืนอยู่ฝ่ายเดียวกันได้เลย ทั้งทหารอเมริกัน ทหารเยอรมัน นักรบต่อต้านชาวออสเตรีย และนักโทษชาวฝรั่งเศส

พวกเขาไม่ได้ร่วมมือกันเพราะมีอุดมการณ์เดียวกัน แต่เพราะทุกคนรู้ว่าหากปล่อยให้ปราสาทแตก นักโทษสำคัญภายในอาจถูกสังหารหรือถูกนำตัวกลับไปอยู่ในมือของหน่วย SS เหตุการณ์นี้จึงกลายเป็นหนึ่งในฉากการรบที่แปลกประหลาดที่สุดของสงครามโลกครั้งที่ 2

ปราสาทที่กลายเป็นคุกลับ

Castle Itter เป็นปราสาทเก่าในชนบทของออสเตรีย ภายหลังนาซีเข้าควบคุมพื้นที่ ปราสาทแห่งนี้ถูกดัดแปลงเป็นสถานที่คุมขังนักโทษระดับสูงที่มีความสำคัญทางการเมืองและการทหาร โดยอยู่ภายใต้การบริหารที่เชื่อมโยงกับค่ายกักกันดาเคา

นักโทษภายในไม่ได้เป็นคนธรรมดา หลายคนเคยดำรงตำแหน่งสำคัญในฝรั่งเศส เช่น อดีตนายกรัฐมนตรีปอล เรย์โนด์ และเอดัวร์ ดาลาดิเยร์ นายพลมอริซ กาแมแล็ง นายพลมักซีม เวย์กองด์ รวมถึงฌอง โบโรตรา นักเทนนิสชื่อดังและบุคคลสาธารณะอีกหลายคน พวกเขาถูกเก็บไว้ในสถานที่ห่างไกลราวกับเป็นตัวประกันที่อาจมีประโยชน์ต่อการต่อรองในช่วงสงครามใกล้จบ

เมื่อเข้าสู่เดือนพฤษภาคม 1945 โครงสร้างของเยอรมนีเริ่มพังทลาย ทหารยามและเจ้าหน้าที่บางส่วนละทิ้งปราสาทไป นักโทษจึงพบว่าตัวเองมีอิสระมากขึ้น แต่ความปลอดภัยกลับลดลง เพราะรอบพื้นที่ยังมีกลุ่มทหาร SS ที่ไม่ยอมแพ้และพร้อมใช้ความรุนแรงกับผู้ที่ถูกมองว่าเป็นศัตรู

สารขอความช่วยเหลือเดินทางออกจากปราสาท

นักโทษและคนงานในปราสาทรู้ดีว่าพวกเขาไม่สามารถป้องกันตัวเองได้นาน จึงเริ่มหาทางส่งข่าวไปถึงกองทัพอเมริกัน ซโวนิเมียร์ ชุชโควิช นักโทษเชื้อสายยูโกสลาเวีย อาศัยจังหวะออกไปทำธุระแล้วเดินทางไปติดต่อฝ่ายสัมพันธมิตร พร้อมนำข้อความขอความช่วยเหลือออกไปด้วย

เมื่อยังไม่แน่ใจว่าภารกิจแรกสำเร็จหรือไม่ อันเดรียส โครแบต พ่อครัวชาวเช็กก็อาสาเดินทางไปยังเมืองเวือร์เกิล เขาได้พบกับพันตรีโยเซฟ หรือ เซ็ป กังล์ นายทหารเยอรมันจากกองทัพ Wehrmacht ซึ่งกำลังร่วมมือกับฝ่ายต่อต้านออสเตรียเพื่อปกป้องชาวบ้านจากการตอบโต้ของหน่วย SS

กังล์อยู่ในสถานการณ์ที่อันตรายมาก หากติดต่อกับทหารอเมริกัน เขาอาจถูกทหารเยอรมันฝ่ายอื่นมองว่าเป็นผู้ทรยศ แต่หากไม่ทำอะไร นักโทษในปราสาทก็อาจถูกฆ่า เขาจึงตัดสินใจชูธงขาวและขับรถออกไปพบหน่วยอเมริกัน เพื่อขอให้ช่วยคุ้มกัน Castle Itter

กองกำลังที่ไม่ควรอยู่ฝ่ายเดียวกัน

ฝ่ายอเมริกันนำโดยร้อยโทจอห์น ซี. ลี จูเนียร์ จากกองพันรถถังที่ 23 ของกองพลยานเกราะที่ 12 ลีตัดสินใจนำกำลังขนาดเล็กขึ้นไปยังปราสาท พร้อมรถถัง Sherman หนึ่งคันที่มีชื่อว่า Besotten Jenny และทหารอเมริกันจำนวนหนึ่ง

ขบวนนี้มีทหารเยอรมันของกังล์ร่วมทางไปด้วย รวมถึงคนจากฝ่ายต่อต้านท้องถิ่น พวกเขาต้องผ่านถนนภูเขา สะพานที่รับน้ำหนักได้จำกัด และพื้นที่ซึ่งยังมีทหารเยอรมันติดอาวุธกระจัดกระจายอยู่ ความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวอาจทำให้กองกำลังที่เพิ่งร่วมมือกันถูกยิงจากทั้งสองฝ่าย

เมื่อไปถึงปราสาท ลีจัดวางกำลังตามกำแพงและทางเข้า ส่วนทหารเยอรมันช่วยดูแลจุดป้องกันที่รู้จักภูมิประเทศดีกว่า ภายในปราสาท นักโทษฝรั่งเศสหลายคนก็ไม่ยอมหลบอยู่เฉย ๆ พวกเขาหยิบอาวุธขึ้นมาช่วยป้องกันสถานที่ที่เคยเป็นเรือนจำของตนเอง

เช้าวันที่หน่วย SS เปิดฉากโจมตี

ในเช้าวันที่ 5 พฤษภาคม กำลัง Waffen-SS ราว 100–150 นายเริ่มโจมตีจากเชิงเขา พวกเขามีทั้งปืนกล ปืนครก และปืนใหญ่ต่อสู้รถถังขนาด 88 มิลลิเมตร ขณะที่ฝ่ายป้องกันมีคนเพียงประมาณสามสิบคน กระสุนก็มีจำกัด และกำแพงเก่าของปราสาทไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อรับการยิงหนักจากอาวุธสมัยใหม่

รถถัง Besotten Jenny ช่วยกดการเคลื่อนที่ของฝ่ายโจมตีอยู่บริเวณทางเข้า แต่ในที่สุดก็ถูกปืน 88 มิลลิเมตรยิงจนใช้การไม่ได้ อาคารหินเริ่มแตกร้าว เศษกำแพงร่วงลงมา และแนวป้องกันของผู้รักษาปราสาทค่อย ๆ ถูกบีบให้แคบลง

ช่วงเวลานั้นความแตกต่างของเครื่องแบบแทบไม่มีความหมายอีกต่อไป ทหารอเมริกันยิงจากแนวเดียวกับทหารเยอรมัน นักโทษชาวฝรั่งเศสช่วยส่งกระสุนและเข้าประจำจุดยิง ขณะที่ผู้บัญชาการทุกคนพยายามประคองกำลังเล็ก ๆ ให้ยื้อเวลาได้นานพอสำหรับกองหนุนจะมาถึง

พันตรีกังล์เสียชีวิตระหว่างการต่อสู้ หลังพยายามช่วยอดีตนายกรัฐมนตรีปอล เรย์โนด์ออกจากบริเวณอันตราย กระสุนจากฝ่ายโจมตีทำให้เขาล้มลง แต่คนที่เหลือยังคงสู้ต่อ เพราะรู้ว่าหากยอมแพ้ก่อนกองหนุนมาถึง คนในปราสาทอาจไม่มีโอกาสรอด

นักเทนนิสที่วิ่งฝ่าพื้นที่อันตราย

เมื่อการสื่อสารถูกตัดขาดและกระสุนใกล้หมด ฌอง โบโรตรา นักเทนนิสชื่อดังซึ่งถูกคุมขังอยู่ในปราสาท ตัดสินใจปีนออกไปและวิ่งฝ่าพื้นที่ที่มีทหาร SS กระจายอยู่ เขาต้องนำข่าวไปถึงกองทัพอเมริกันที่กำลังเคลื่อนกำลังเข้ามาช่วย

การหลบหนีของโบโรตราทำให้หน่วยทหารอเมริกันที่กำลังมุ่งหน้าไปยังพื้นที่เข้าใจสถานการณ์ของผู้ป้องกันได้ชัดเจนขึ้น ต่อมาในช่วงบ่าย กำลังจากกรมทหารราบที่ 142 ของกองพลทหารราบที่ 36 ก็มาถึงพร้อมอาวุธและกำลังพลที่มากกว่าเดิม

เมื่อกองหนุนอเมริกันโจมตีจากด้านหลัง ฝ่าย Waffen-SS จึงถูกบีบให้ถอยและพ่ายแพ้ นักโทษฝรั่งเศสได้รับการปลดปล่อย และเดินทางออกจากปราสาทในเวลาต่อมา เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันก่อนเยอรมนีจะยอมจำนนอย่างเป็นทางการ

เรื่องนี้ไม่ได้แปลว่าทหารเยอรมันทั้งกองทัพเป็นฝ่ายต่อต้านนาซี

คำว่าอเมริกันจับมือกับเยอรมันฟังดูเหมือนเป็นพันธมิตรอย่างเป็นทางการ แต่ความจริงเป็นความร่วมมือเฉพาะหน้าของคนกลุ่มเล็ก ๆ ในช่วงที่ประเทศกำลังล่มสลาย ไม่ใช่นโยบายร่วมระหว่างกองทัพทั้งสองฝ่าย และไม่ควรนำไปเหมารวมว่าทหารเยอรมันทั้งหมดต่อต้านฮิตเลอร์

กองทัพเยอรมันเองมีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมสงครามมากมาย การตัดสินใจของกังล์และผู้ร่วมป้องกัน Castle Itter จึงเป็นการกระทำเฉพาะบุคคลที่เกิดขึ้นในช่วงสุดท้ายของสงคราม ไม่ได้ลบล้างความรับผิดชอบขององค์กรหรือระบอบที่พวกเขาเคยสังกัด

สิ่งที่ทำให้เหตุการณ์นี้น่าจดจำคือ ในวันที่เครื่องแบบเคยเป็นเส้นแบ่งว่าใครคือมิตรและใครคือศัตรู คนกลุ่มหนึ่งกลับเลือกมองเห็นภัยที่อยู่ตรงหน้าและช่วยชีวิตผู้คนก่อนคำสั่งของฝ่ายตนเอง ประวัติศาสตร์ของ Castle Itter จึงไม่ได้มีแค่เรื่องการรบ แต่เป็นเรื่องของการตัดสินใจในช่วงเวลาที่ทุกอย่างกำลังพังทลาย และคำถามสำคัญว่า เมื่อระบบสั่งให้คนทำสิ่งผิด มนุษย์จะเลือกเชื่อฟังหรือเลือกช่วยชีวิตผู้อื่น

 

* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th

เนื้อหาโดย: evileyes
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
evileyes's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 113 ครั้ง
เขียนโดย evileyes
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
10 จังหวัดที่มีคนจนมากที่สุดในไทย ทำไมบางพื้นที่ยังเผชิญความยากจนอำเภอที่มีคนอยู่น้อยกว่า 5000 คน เพียง 2 อำเภอเท่านั้นในไทยน้ำท่วม 21 จังหวัด และกรุงเทพฯ สถานการณ์ล่าสุดเป็นอย่างไร ประชาชนต้องเตรียมรับมืออะไรบ้าง ?เปิดลิสต์ 5 ปลาไทย โปรตีนแน่น ราคาสบายกระเป๋า ของถูกแต่ได้ประโยชน์เกินคุ้มประเทศที่ยังไม่มี 7-Eleven มีที่ไหนบ้าง?ปิดตำนานรับสมัครสาว! หมวดสมภพควงมุกกี้จดทะเบียนสมรส เปิดใจเหตุผลที่เลือกจากสาวนับหมื่นจังหวัดของไทยที่ขึ้นชื่อว่า “ผู้หญิงสวยที่สุด” มีเอกลักษณ์และเสน่ห์โดดเด่นมากที่สุดทำไมรันเวย์สนามบินถึงมีตัวเลขกำกับ7 ประเทศที่มีสอนวิชาภาษาไทย คนไทยอาจไม่รู้ว่าภาษาบ้านเราไปไกลถึงต่างแดน!พาสปอร์ตแดงคืออะไร ใครบ้างมีสิทธิ์ถือ เปิดชัดอายุตลอดชีพจริงหรือไม่จังหวัดที่มี "สนามบิน 2 แห่ง" ในจังหวัดเดียว“แลร์รี่” แมวหมายเลขหนึ่งอังกฤษ กลับทำเนียบแล้ว หลังผ่าตัดเอาซีสต์ออก
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
อำเภอที่มีคนอยู่น้อยกว่า 5000 คน เพียง 2 อำเภอเท่านั้นในไทยทำไมรันเวย์สนามบินถึงมีตัวเลขกำกับน้ำท่วม 21 จังหวัด และกรุงเทพฯ สถานการณ์ล่าสุดเป็นอย่างไร ประชาชนต้องเตรียมรับมืออะไรบ้าง ?เปิดลิสต์ 5 ปลาไทย โปรตีนแน่น ราคาสบายกระเป๋า ของถูกแต่ได้ประโยชน์เกินคุ้ม“แลร์รี่” แมวหมายเลขหนึ่งอังกฤษ กลับทำเนียบแล้ว หลังผ่าตัดเอาซีสต์ออกปิดตำนานรับสมัครสาว! หมวดสมภพควงมุกกี้จดทะเบียนสมรส เปิดใจเหตุผลที่เลือกจากสาวนับหมื่น
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ทำไมรันเวย์สนามบินถึงมีตัวเลขกำกับเปิดลิสต์ 5 ปลาไทย โปรตีนแน่น ราคาสบายกระเป๋า ของถูกแต่ได้ประโยชน์เกินคุ้มพาสปอร์ตแดงคืออะไร ใครบ้างมีสิทธิ์ถือ เปิดชัดอายุตลอดชีพจริงหรือไม่ธรรมะอ่านสบาย ๆ (สร้างกับ เอไอ)
ตั้งกระทู้ใหม่