ถ้าจะใช้เงินเกษียณเดือนละ 37,000 บาท ต้องมีเงินเก็บเท่าไร?
* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th
เป้าหมายเงินก้อนสำหรับใช้หลังเกษียณ
หากต้องการมีเงินใช้เดือนละ 37,000 บาท เท่ากับต้องใช้เงินปีละ 444,000 บาท ตัวเลขนี้ยังไม่นับเงินเฟ้อ ค่ารักษาพยาบาล เหตุฉุกเฉิน และค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ เช่น ซ่อมบ้าน เปลี่ยนรถ หรือดูแลสมาชิกในครอบครัว
การวางแผนระยะยาวจึงควรคิดจากอัตราถอนเงิน ไม่ใช่เพียงการนำค่าใช้จ่ายต่อปีคูณจำนวนปี เพราะเงินก้อนควรมีสินทรัพย์ที่สร้างผลตอบแทนระหว่างการถอน และต้องรับมือกับช่วงตลาดตกต่ำด้วย
คำนวณจากอัตราถอนเงินต่อปี
สูตรพื้นฐานคือ เงินใช้ต่อปีหารด้วยอัตราถอนเงินที่วางแผนไว้ หากใช้หลัก 4% เงินก้อนจะอยู่ที่ 444,000 ÷ 0.04 หรือประมาณ 11.1 ล้านบาท หลักนี้เหมาะกับการประเมินเบื้องต้นสำหรับช่วงเกษียณประมาณ 25–30 ปี แต่ไม่ใช่หลักประกันว่าเงินจะพอในทุกสถานการณ์
หากลดอัตราถอนลงเพื่อเพิ่มความปลอดภัย ตัวเลขจะสูงขึ้น อัตรา 3.5% ต้องมีประมาณ 12.7 ล้านบาท อัตรา 3% ต้องมีประมาณ 14.8 ล้านบาท และอัตรา 2.5% ต้องมีประมาณ 17.8 ล้านบาท
สรุปเบื้องต้น หากไม่มีบำนาญหรือรายได้ประจำอื่น เป้าหมายที่สมเหตุสมผลอยู่ที่ประมาณ 13–15 ล้านบาท สำหรับการใช้เดือนละ 37,000 บาทในมูลค่าเงินปัจจุบัน และควรมีเงินสำรองสุขภาพแยกออกจากเงินก้อนนี้
เงินเฟ้อทำให้เงิน 37,000 บาทในอนาคตมีค่าไม่เท่าเดิม
ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อระยะกลางไว้ที่ 1–3% ต่อปี การวางแผนเกษียณจึงควรเผื่อเงินเฟ้อไว้ด้วย หากใช้สมมติฐาน 3% ต่อปี ค่าใช้จ่ายเดือนละ 37,000 บาทวันนี้จะเพิ่มเป็นประมาณ 49,800 บาทในอีก 10 ปี ประมาณ 57,600 บาทในอีก 15 ปี และประมาณ 67,000 บาทในอีก 20 ปี
ตัวเลขนี้สำคัญมาก หากยังเหลือเวลาอีกหลายปีกว่าจะเกษียณ เพราะเป้าหมาย 13–15 ล้านบาทจะเหมาะกับกรณีที่ 37,000 บาทเป็นค่าใช้จ่าย ณ วันที่เริ่มเกษียณ หากต้องการรักษากำลังซื้อเท่ากับ 37,000 บาทในวันนี้ เงินก้อนในวันที่เกษียณอาจต้องสูงกว่านั้นมาก
ตัวอย่าง หากเกษียณในอีก 10 ปีและต้องการใช้เงินประมาณ 49,800 บาทต่อเดือน เมื่อใช้อัตราถอน 3.5% จะต้องมีเงินประมาณ 17.1 ล้านบาท ไม่ใช่ 12.7 ล้านบาท
จำนวนปีหลังเกษียณมีผลต่อเป้าหมาย
การเกษียณตอนอายุ 60 ปีแล้ววางแผนใช้เงินถึงอายุ 90 ปี เท่ากับต้องเตรียมเงินอย่างน้อย 30 ปี หากอายุยืนกว่านั้น เงินต้องรองรับต่อไปอีกหลายปี โดยเฉพาะช่วงปลายชีวิตที่ค่าเดินทางอาจลดลง แต่ค่าแพทย์ ผู้ดูแล และการรักษาโรคเรื้อรังอาจเพิ่มขึ้น
หากใช้เงินต้นโดยไม่มีผลตอบแทนเลย ค่าใช้จ่ายปีละ 444,000 บาทจะใช้เงินประมาณ 8.9 ล้านบาทสำหรับ 20 ปี 11.1 ล้านบาทสำหรับ 25 ปี 13.3 ล้านบาทสำหรับ 30 ปี และ 15.5 ล้านบาทสำหรับ 35 ปี แต่การคำนวณนี้ยังไม่รวมเงินเฟ้อ จึงเหมาะใช้เป็นเส้นฐานเพื่อให้เห็นขนาดของภาระเท่านั้น
สำหรับผู้ที่เกษียณเร็ว มีประวัติครอบครัวยืนยาว หรืออยากเหลือมรดก ควรใช้อัตราถอน 2.5–3% มากกว่า 4% เป้าหมายจึงขยับไปใกล้ 15–18 ล้านบาท
อย่าลืมหักรายได้ประจำหลังเกษียณ
หากมีบำนาญ เงินประกันสังคม ค่าเช่า หรือรายได้จากงานเบา ๆ เงินก้อนที่ต้องเตรียมจะลดลง ตัวอย่าง หากมีรายได้ประจำเดือนละ 10,000 บาท จะต้องถอนจากเงินออมเพียงเดือนละ 27,000 บาท หรือปีละ 324,000 บาท
เมื่อใช้อัตราถอน 3.5% เงินก้อนสำหรับส่วนต่างจะอยู่ที่ประมาณ 9.3 ล้านบาท จากนั้นควรบวกเงินสำรองสุขภาพและเหตุฉุกเฉินอีกก้อนหนึ่ง การแยกเงินใช้ประจำออกจากเงินรักษาพยาบาลช่วยลดความเสี่ยงที่ค่ารักษาครั้งเดียวจะทำให้แผนทั้งระบบสะดุด
สูตรใช้งานง่ายคือ เงินก้อนที่ต้องมีเท่ากับ ค่าใช้จ่ายต่อเดือนลบรายได้ประจำต่อเดือน คูณ 12 แล้วหารด้วยอัตราถอนเงิน จากนั้นจึงบวกเงินสำรองก้อนใหญ่ตามสุขภาพและภาระครอบครัว
เป้าหมายที่เหมาะกับกรณีนี้
หาก 37,000 บาทหมายถึงค่าใช้จ่ายในวันที่เกษียณ ไม่มีบำนาญ และต้องการใช้เงินอย่างน้อย 30 ปี เป้าหมายระวังความเสี่ยงควรอยู่ที่ประมาณ 14.8 ล้านบาทตามอัตราถอน 3% หากมีรายได้ประจำบางส่วน เป้าหมายอาจลดลงตามสูตร
ในทางปฏิบัติ ควรแบ่งเงินเป็นสามส่วน ส่วนแรกเป็นค่าใช้จ่าย 1–2 ปีในสินทรัพย์สภาพคล่องสูง ส่วนที่สองเป็นเงินสำหรับช่วงกลางของชีวิตหลังเกษียณ และส่วนที่สามเป็นเงินลงทุนระยะยาวเพื่อชดเชยเงินเฟ้อ การถือเงินทั้งหมดไว้ในบัญชีออมทรัพย์อาจปลอดภัยด้านราคา แต่กำลังซื้ออาจลดลงเมื่อเวลาผ่านไป
ตัวเลข 13–15 ล้านบาทจึงเป็นเป้าหมายเริ่มต้น ไม่ใช่ตัวเลขตายตัว หากยังไม่รู้วันเกษียณ อายุคาดหมาย รายได้หลังเกษียณ หนี้สิน และสิทธิรักษาพยาบาล ควรคำนวณใหม่ทุกปี เมื่อรายได้ ค่าใช้จ่าย หรือผลตอบแทนเปลี่ยนแปลง
สรุปสั้น ๆ ต้องการใช้เดือนละ 37,000 บาทหลังเกษียณ ควรตั้งเป้าเงินก้อนประมาณ 15 ล้านบาทเป็นอย่างน้อย หากไม่มีรายได้ประจำอื่น และควรขยับเป็น 17–18 ล้านบาทเมื่อเกษียณเร็ว ต้องการเผื่อค่ารักษา หรือวางแผนใช้เงินยาวเกิน 30 ปี
https://www.morningstar.com/retirement/whats-safe-withdrawal-rate-2026
https://www.sec.or.th/EN/Pages/News_Detail.aspx?SECID=13145
https://www.researchgate.net/publication/228707593_Sustainable_withdrawal_rates_from_your_retirement_portfolio
แม่น้ำย้อนศร: ปริศนาสายน้ำที่พุ่งขึ้นหน้าผาแทนที่จะไหลลงสู่ที่ต่ำ
เปิด 5 อบต. รายได้สูงสุดในไทย อันดับ 1 ทะลุ 1,000 ล้านบาท
ทหารสหรัฐฯ มีเงินเดือนประมาณเท่าไหร่? เปิดค่าตอบแทนปี 2026 ตั้งแต่พลทหารถึงนายทหารระดับสูง
5 มหาวิทยาลัยไทยที่ดูสวยหรูเหมือนอยู่ต่างประเทศ
เลขซ้ำ 5 หลัก เคยออกจริงไหม? เปิดสถิติรางวัลที่ 1 ย้อนหลัง มีคำตอบ
โรงแรมดังในอดีต หายไปไหน? ย้อนดู 3 ตำนาน วันนี้พื้นที่เดิมกลายเป็นอะไร
กาแฟสูตรเดิม แต่ทำไมพอใส่ “แก้วโปรด” แล้วอร่อยขึ้น?
5 จังหวัดเศรษฐีเงียบ ค่าครองชีพไม่แรง แต่คนมีทรัพย์สินไม่น้อย
8 รถมือสองที่มีปัญหาประจำรุ่น ต้องเช็กให้ดีก่อนจ่ายเงิน
6 พิธีกรชื่อดัง ค่าตัวต่ออีเวนต์แตกต่างกันอย่างไร ใครเรตสูงแค่ไหน?
รางวัลที่ 1 เลขซ้ำ 5 หลัก เกิดยากแค่ไหนในทางสถิติ
30 ล้านครัวเรือนเตรียมรับความคุ้มครอง! รัฐบาลเดินหน้าประกันภัยพิบัติแห่งชาติ เรื่องนี้คนไทยควรรู้อะไรบ้าง?
โรงแรมดังในอดีต หายไปไหน? ย้อนดู 3 ตำนาน วันนี้พื้นที่เดิมกลายเป็นอะไร
8 ปรากฏการณ์ธรรมชาติสุดแปลก ที่เกิดขึ้นจริงในประเทศไทย
พันธบัตรออมพลัสเปิดขายแล้ว ซื้อได้ตั้งแต่ 100 บาท แต่วันที่ 4 ก.ย. กับ 7–9 ก.ย. ต่างกันยังไง?
7 อาชีพอิสระ คนธรรมดาก็เริ่มได้ ไม่ต้องมีร้าน
5 กลอุบาย "แก๊งหลอกลงทุนเทรดหุ้น / คริปโท" ทริคจับผิดก่อนโอนเงินก้อนสุดท้ายให้มิจฉาชีพ
5 จุดรั่วไหล "ค่าน้ำ-ค่าไฟบ้าน" ที่คนไทยจ่ายเกินจริงทุกเดือน เพราะไม่เคยเช็กมิเตอร์และมิเตอร์ผิดประเภท




