เปิด 7 หนังสือการ์ตูนตลกไทยในตำนาน ที่เด็กยุค 90 ต้องเคยอ่าน
ก่อนที่โทรศัพท์มือถือและอินเทอร์เน็ตจะกลายเป็นความบันเทิงหลัก หนังสือการ์ตูนคือเพื่อนคู่ใจของเด็กไทยจำนวนมาก โดยเฉพาะการ์ตูนตลกที่เต็มไปด้วยมุกสั้น ๆ อ่านง่าย ตัวละครมีเอกลักษณ์ และเรื่องราวใกล้ตัวจนคนอ่านสามารถหยิบมาเล่าต่อกันได้ หนึ่งในยุคสำคัญของวงการนี้คือความรุ่งเรืองของการ์ตูนไทยในเครือบรรลือสาส์น ซึ่งเป็นทั้งแหล่งรวมศิลปินการ์ตูนและต้นกำเนิดตัวละครระดับตำนานหลายตัว โดยแหล่งข้อมูลของ TCDC และมูลนิธิสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่านต่างบันทึกบทบาทสำคัญของ “ขายหัวเราะ” และ “มหาสนุก” ไว้ในประวัติศาสตร์การ์ตูนไทย
1. ขายหัวเราะ — อ่านเล่มเดียว เหมือนได้หัวเราะกับคนทั้งประเทศ
ขายหัวเราะ คือหนึ่งในนิตยสารการ์ตูนตลกที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของเด็กไทยหลายยุคสมัย โดยเริ่มตีพิมพ์ในปี พ.ศ. 2516 และใช้รูปแบบ “การ์ตูนแก๊ก” เป็นหัวใจสำคัญ มีทั้งการ์ตูนสั้นจบในไม่กี่ช่อง เรื่องขำขัน และเรื่องสั้นหลายแนว จุดเด่นคือความหลากหลายของนักเขียนและนักวาด ทำให้ในหนังสือเล่มเดียวมีทั้งมุกเด็ก มุกครอบครัว มุกล้อชีวิตประจำวัน และมุกเสียดสีแบบอ่านแล้วต้องกลับมาดูอีกครั้งว่า “เมื่อกี้มันเล่นอะไร” จนขายหัวเราะได้รับการบันทึกว่าเป็นหนึ่งในนิตยสารการ์ตูนขำขันสำคัญของไทย
คาแรคเตอร์ของขายหัวเราะจึงไม่ใช่ตัวละครเพียงตัวเดียว แต่คือ ความหลากหลายและความคาดเดาไม่ได้ พลิกหน้ากระดาษไปก็ไม่รู้ว่าจะเจอคนบ้า เด็กกวน ๆ คู่สามีภรรยา หรือสถานการณ์ธรรมดาที่จบด้วยหักมุม ส่วนมุกฮาประจำสไตล์ของหนังสือคือการสร้างสถานการณ์ให้คนอ่านเข้าใจไปทางหนึ่ง ก่อนเฉลยในช่องสุดท้ายด้วยเหตุการณ์ที่สวนทางกับความคาดหวัง เช่น ตัวละครพูดจาดูจริงจังเหมือนกำลังมีเรื่องสำคัญ แต่สุดท้ายกลับจบลงด้วยคำตอบกวน ๆ หรือความเข้าใจผิดที่ทำให้ความจริงกลายเป็นเรื่องตลก นี่คือเสน่ห์ของการ์ตูนแก๊กที่ทำให้เด็กยุค 90 หลายคนเปิดอ่านได้ตั้งแต่หน้าแรกจนหน้าสุดท้าย
2. มหาสนุก — คู่แข่งที่สนุกไม่แพ้ “ขายหัวเราะ”
มหาสนุก เริ่มตีพิมพ์หลังขายหัวเราะในปี พ.ศ. 2518 และเป็นอีกหนึ่งนิตยสารการ์ตูนขำขันสำคัญของสำนักพิมพ์บรรลือสาส์น หนังสือเล่มนี้มีรูปแบบที่ผสมทั้งการ์ตูนแก๊กและการ์ตูนเรื่องสั้น ทำให้ผู้อ่านได้รับอรรถรสที่หลากหลายกว่าเดิม และยังเป็นพื้นที่สำคัญของนักเขียนการ์ตูนไทยหลายคน ในประวัติศาสตร์การ์ตูนไทย “ขายหัวเราะ” และ “มหาสนุก” จึงมักถูกพูดถึงควบคู่กันในฐานะนิตยสารที่สร้างนักวาดและตัวละครดังจำนวนมาก
คาแรคเตอร์ของมหาสนุกคือ ความสนุกแบบหลากรส เพราะคนอ่านไม่ได้คาดหวังแค่เรื่องสั้นจบเร็ว แต่ยังรอลุ้นการ์ตูนเรื่องยาวและตัวละครประจำที่มีบุคลิกชัดเจน มุกฮาของมหาสนุกจึงมีตั้งแต่มุกคำพูด มุกหน้าตาตัวละคร ไปจนถึงสถานการณ์สุดโต่งแบบ “เริ่มเรื่องธรรมดา แต่จบเกินเรื่อง” ความฮาของมันคือการทำให้ชีวิตประจำวัน เช่น การไปโรงเรียน การจีบสาว การทำงาน หรือการทะเลาะในบ้าน กลายเป็นเรื่องชวนหัวได้จากมุมมองที่เกินจริง จึงไม่แปลกที่เด็กหลายคนในยุค 90 จะจำได้ว่าแผงหนังสือในอดีตต้องมีอย่างน้อยหนึ่งในสองชื่อ คือ “ขายหัวเราะ” หรือ “มหาสนุก”
3. ปังปอนด์ — เด็กผมสามเส้นที่กวนจนกลายเป็นตำนาน
ปังปอนด์ เป็นตัวละครการ์ตูนไทยที่มีเอกลักษณ์มากที่สุดตัวหนึ่ง สร้างสรรค์โดย ภักดี แสนทวีสุข หรือ ต่าย ขายหัวเราะ และเป็นหนึ่งในตัวละครสำคัญที่เติบโตขึ้นจากโลกการ์ตูนของบรรลือสาส์น จนต่อมาได้รับการพัฒนาเป็นผลงานในสื่อรูปแบบต่าง ๆ ปังปอนด์เป็นตัวแทนของเด็กธรรมดาที่เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากลอง ความดื้อ และจินตนาการ จึงเป็นตัวละครที่เด็กอ่านแล้วรู้สึกใกล้ตัว ขณะที่ผู้ใหญ่ก็สามารถเห็นภาพความวุ่นวายแบบเด็ก ๆ ได้อย่างชัดเจน
คาแรคเตอร์ที่ทำให้ปังปอนด์โดดเด่นที่สุดคือ ความทะเล้นแบบไม่ตั้งใจจะเป็นฮีโร่ แต่เรื่องราวมักพาไปสู่ความวุ่นวายเอง จุดจำง่ายคือผมสามเส้นและท่าทางกวน ๆ ส่วนมุกฮาของปังปอนด์มักเกิดจากการตีความโลกแบบเด็ก เช่น ผู้ใหญ่พูดอย่างหนึ่ง แต่ปังปอนด์เข้าใจอีกอย่างหนึ่ง หรือพยายามช่วยแก้ปัญหาด้วยวิธีคิดง่าย ๆ แต่กลับทำให้เรื่องยุ่งกว่าเดิม ความตลกจึงไม่ได้มาจากการเป็นคนตลกตลอดเวลา แต่มาจาก “ความใสซื่อที่กลายเป็นความป่วน” ซึ่งทำให้ปังปอนด์กลายเป็นตัวละครที่ทั้งเด็กและผู้ใหญ่เอ็นดู
4. หนูหิ่นอินเตอร์ — สาวบ้านนอกสุดมั่น ที่ฮาได้แม้พูดภาษาถิ่น
หนูหิ่นอินเตอร์ เป็นผลงานของ เอ๊าะ–ผดุง ไกรศรี ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยมีข้อมูลระบุว่าตีพิมพ์ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2537 เรื่องราวเล่าถึงหนูหิ่น เด็กสาวจากบ้านโนนหินแห่ จังหวัดอุบลราชธานี ที่เข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ ความโดดเด่นของเรื่องอยู่ที่การนำภาษา วัฒนธรรม และมุมมองแบบอีสานมาผสมกับชีวิตในเมืองใหญ่ จนเกิดความสนุกจากความแตกต่างของโลกสองใบ และต่อมาหนูหิ่นยังได้รับการต่อยอดไปสู่ภาพยนตร์อีกด้วย
คาแรคเตอร์ของหนูหิ่นคือ สาวอีสานใจถึง พูดตรง มั่นใจ และไม่ยอมคนง่าย ๆ แม้จะเข้ามาอยู่ในเมือง แต่เธอไม่ได้สูญเสียตัวตนเดิม ส่วนมุกฮาของเรื่องมักเกิดจากความต่างระหว่างภาษาถิ่นกับภาษากลาง รวมถึงการมองสิ่งใหม่ในเมืองด้วยตรรกะแบบบ้าน ๆ ที่ตรงไปตรงมา เช่น คนเมืองอาจพูดอ้อมค้อม แต่หนูหิ่นตอบแบบตรงจนคนฟังสะดุ้ง หรือเจอสถานการณ์หรูหราแต่กลับใช้วิธีแก้ปัญหาแบบง่าย ๆ ของคนต่างจังหวัด ความฮาจึงมีทั้งมุกภาษาและมุกวัฒนธรรม จนทำให้ตัวละครนี้เป็นที่จดจำของคนไทยโดยเฉพาะผู้อ่านยุค 90
5. สาวดอกไม้กะนายกล้วยไข่ — คู่การ์ตูนที่ทั้งหวาน ทั้งกวน และชวนหัว
สาวดอกไม้กะนายกล้วยไข่ เป็นอีกหนึ่งชื่อที่ถูกพูดถึงในฐานะตัวละครการ์ตูนยอดนิยมจากยุคของนิตยสารขายหัวเราะและมหาสนุก โดยอยู่ในกลุ่มผลงานที่ช่วยสร้างสีสันให้กับโลกการ์ตูนของบรรลือสาส์น และได้รับการกล่าวถึงร่วมกับตัวละครอย่างปังปอนด์และหนูหิ่นในประวัติความสำเร็จของสำนักพิมพ์
คาแรคเตอร์สำคัญของเรื่องคือการจับคู่ตัวละครชายหญิงที่มีบุคลิกต่างกัน และใช้ความสัมพันธ์ระหว่างคนสองคนเป็นศูนย์กลางของความตลก มุกฮาของเรื่องจึงมักเป็นแนว คนหนึ่งคิดไปทางหนึ่ง แต่อีกคนตอบกลับไปอีกทาง รวมถึงความหึง ความเข้าใจผิด และการพยายามทำตัวให้ดูดีแต่กลับพลาดแบบน่าอาย จุดเด่นคือมุกความสัมพันธ์ที่อ่านง่าย เพราะคนอ่านสามารถจินตนาการได้ว่าเหตุการณ์แบบนี้อาจเกิดขึ้นกับตัวเอง เพื่อน หรือคนในครอบครัว จึงเป็นความตลกที่ไม่ต้องซับซ้อนแต่ทำให้จำตัวละครได้
6. ไอ้ตัวเล็ก — โลกของเด็กตัวเล็ก ที่มองทุกอย่างใหญ่กว่าความจริง
ไอ้ตัวเล็ก เป็นผลงานการ์ตูนที่มีความสำคัญต่อเส้นทางของตัวละครอย่างปังปอนด์ และสะท้อนรูปแบบงานของนักวาดรุ่นสำคัญในเครือบรรลือสาส์น โดยงานของ ภักดี แสนทวีสุข หรือ ต่าย เป็นหนึ่งในส่วนสำคัญของยุคที่นิตยสารการ์ตูนตลกไทยสามารถสร้างตัวละครให้มีชีวิตนอกหน้ากระดาษได้ จุดแข็งของการ์ตูนกลุ่มนี้คือการนำเรื่องราวเล็ก ๆ ในครอบครัวและชีวิตประจำวันมาทำให้มีสีสันและอารมณ์ขัน
คาแรคเตอร์ของไอ้ตัวเล็กคือ ความเป็นเด็กที่อยากรู้อยากลอง และมักเชื่อว่าตัวเองเข้าใจโลกมากกว่าที่เป็นจริง มุกฮาจึงเกิดจากความคิดแบบเด็ก ๆ ที่ตรงไปตรงมา บางครั้งตัวละครได้ยินคำพูดของผู้ใหญ่แล้วตีความตามตัวอักษร หรือพยายามเลียนแบบผู้ใหญ่แต่ทำออกมาแบบผิด ๆ ถูก ๆ จนกลายเป็นเรื่องป่วน ความสนุกของการ์ตูนประเภทนี้คือคนอ่านจะหัวเราะกับสิ่งที่เด็กคิด แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกอบอุ่น เพราะความผิดพลาดเหล่านั้นคือสิ่งที่หลายคนเคยทำตอนเป็นเด็ก
7. หนูจ๋า — ความทรงจำยุคเก่าก่อนการ์ตูนตลกไทยจะเฟื่องฟูเต็มตัว
หนูจ๋า เป็นนิตยสารการ์ตูนเด็กของบรรลือสาส์นที่มีประวัติย้อนกลับไปก่อนยุคทองของขายหัวเราะและมหาสนุก โดยมีข้อมูลจากเอกสารด้านการ์ตูนไทยระบุว่าสำนักพิมพ์บรรลือสาส์นก่อตั้งในปี พ.ศ. 2499 และเริ่มจัดพิมพ์นิตยสารการ์ตูนเด็ก “หนูจ๋า” ในปี พ.ศ. 2500 ก่อนที่ต่อมาจะประสบความสำเร็จอย่างสูงจาก “ขายหัวเราะ” และ “มหาสนุก” ดังนั้นสำหรับเด็กยุค 90 ชื่อของหนูจ๋าจึงอาจเป็นหนังสือที่บางคนรู้จักผ่านรุ่นพ่อแม่หรือแผงหนังสือ มากกว่าจะเป็นความทรงจำร่วมของคนทั้งรุ่นเหมือนขายหัวเราะและมหาสนุก
คาแรคเตอร์ของหนูจ๋าแตกต่างจากการ์ตูนแก๊กสายฮาอย่างชัดเจน เพราะเน้นโลกของเด็ก ความสนุก และจินตนาการมากกว่า “ยิงมุกจบในสามช่อง” มุกขำจึงมักเกิดจากความน่ารัก ความซน และความเข้าใจโลกแบบเด็ก ๆ จุดแข็งของหนังสือประเภทนี้คือการทำให้เด็กหัวเราะได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้มุกเสียดสีหรือเรื่องซับซ้อน แม้จะไม่ใช่ตัวแทนการ์ตูนตลกยุค 90 โดยตรงเท่าหลายชื่อในลิสต์ แต่ก็เป็นหนึ่งในรากสำคัญของสายการ์ตูนเด็กและการ์ตูนขำขันไทยในเครือเดียวกัน
เมื่อพูดถึงความทรงจำของเด็กยุค 90 การ์ตูนอย่าง ขายหัวเราะ, มหาสนุก, ปังปอนด์, หนูหิ่นอินเตอร์, สาวดอกไม้กะนายกล้วยไข่ และไอ้ตัวเล็ก ถือเป็นกลุ่มผลงานที่สะท้อนเสน่ห์ของการ์ตูนไทยได้อย่างชัดเจน เพราะแต่ละเรื่องมีวิธีสร้างเสียงหัวเราะแตกต่างกัน ตั้งแต่มุกหักมุม การเล่นคำ ความเข้าใจผิด ไปจนถึงการนำวิถีชีวิตของคนไทยมาเล่าในมุมที่เกินจริง ขณะที่แหล่งข้อมูลด้านประวัติศาสตร์การ์ตูนไทยของ TCDC ระบุถึงบทบาทของ “ขายหัวเราะ” และ “มหาสนุก” อย่างชัดเจนในฐานะส่วนหนึ่งของพัฒนาการวงการการ์ตูนไทย และเป็นพื้นที่สำคัญที่ช่วยให้ตัวละครและนักวาดหลายคนเติบโตขึ้น
และถ้าถามว่า “เล่มไหนฮาที่สุด?” คำตอบของเด็กยุค 90 น่าจะไม่เหมือนกัน แต่มีเรื่องหนึ่งที่ทุกคนน่าจะเห็นตรงกัน คือ... อ่านการ์ตูนบนแผงเสร็จแล้วแอบวางกลับที่เดิม นี่แหละมุขคลาสสิกของเด็กไทยหลายคน!
รู้หรือไม่? เปิดรายได้พนักงานส่งพัสดุของแต่ละแอป วันหนึ่งได้เท่าไร
ดูหนัง–ซีรีส์ฟรีอาจไม่ฟรีอย่างที่คิด! เปิดโทษละเมิดลิขสิทธิ์ เตือนคนปล่อยคอนเทนต์เถื่อน เสี่ยงทั้งคุกทั้งปรับ
โรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทย
รมว.วัฒนธรรมเอาจริง! จ่อส่งหนังสือทักท้วง Miss Universe Cambodia ปมใช้ภาพหญิงกำแพงเพชร หากไม่แก้ เตรียมใช้กฎหมาย
ตาราง “เด่นเหนือเด่นใต้” งวด 1 ต.ค. 69 เปิดข้อมูลตามโพย เลขไหนอยู่ตรงไหน
5 คณะที่เรียนจบมาแล้ว มีอาชีพรองรับมากกว่าที่คิด
MRT เตาปูนกลับมาเปิดปกติแล้ว รมช.คมนาคมเผยปมไฟไหม้ พบประกายไฟจากชุดสายไฟ 750 โวลต์
งูมัลกา (Mulga Snake): นักล่าแห่งผืนดินแห้งแล้ง ของทวีปออสเตรเลีย กับฉายา King Brown กัดคนได้ถึงตาย
แมคาเดเมีย (Macadamia): ราชินีแห่งถั่ว กับขุมทรัพย์โภชนาการจากออสเตรเลีย
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย
เปิดหลักฐานเก่า 120 ปี ปมภาพหญิงเมืองกำแพงเพชร โผล่เวที Miss Universe Cambodia 2026
ส่องเลข 3 สำนักพิมพ์ งวด 1 ต.ค. 69 ตัวไหนมีข้อมูลตรงกัน
เปิด 5 สินค้าเกษตรจากลาวที่เข้าสู่ตลาดไทย สินค้าไหนมีบทบาทสำคัญที่สุด
ดูหนัง–ซีรีส์ฟรีอาจไม่ฟรีอย่างที่คิด! เปิดโทษละเมิดลิขสิทธิ์ เตือนคนปล่อยคอนเทนต์เถื่อน เสี่ยงทั้งคุกทั้งปรับ
รมว.วัฒนธรรมเอาจริง! จ่อส่งหนังสือทักท้วง Miss Universe Cambodia ปมใช้ภาพหญิงกำแพงเพชร หากไม่แก้ เตรียมใช้กฎหมาย
แมคาเดเมีย (Macadamia): ราชินีแห่งถั่ว กับขุมทรัพย์โภชนาการจากออสเตรเลีย
MRT เตาปูนกลับมาเปิดปกติแล้ว รมช.คมนาคมเผยปมไฟไหม้ พบประกายไฟจากชุดสายไฟ 750 โวลต์
เปิด 5 สินค้าส่งออกของลาวที่คนไทยอาจคาดไม่ถึง หนึ่งในนั้นทำเงินเกือบ 1 พันล้านดอลลาร์








