เรื่องสยองขวัญ วัดมหาบุศย์ แม่นาคพระโขนง: คืนที่เสียงเรียกจากคลองยังรอคนรัก
บทความนี้เป็นงานเียนแนวเรื่องเล่าสยองวัญที่เรียบเรียงึ้นใหม่ โดยอิงจากตำนานพื้นบ้านแม่นาคพระโนงและสถานที่จริง ไม่ได้ยืนยันว่าเหตุการณ์ในเรื่องแต่งนี้เกิดึ้นจริง
กรุงเทพฯ ในเวลากลางวันอาจเต็มไปด้วยเสียงรถไฟฟ้า รถยนต์ และผู้คนที่เร่งรีบ แต่เมื่อแสงสุดท้ายจมหายไปหลังแนวตึก ย่านเก่าแก่บางแห่งยังคงเก็บความเงียบเอาไว้ได้อย่างน่าประหลาด หนึ่งในสถานที่ที่ทำให้คนจำนวนมากรู้สึกเช่นนั้นคือ วัดมหาบุศย์ ย่านอ่อนนุช สถานที่ซึ่งผูกพันกับตำนานรักและความตายองแม่นาคพระโนงมาอย่างยาวนาน
เรื่องเล่าที่คนไทยคุ้นเคยกล่าวถึงนางนาค หญิงสาวที่กำลังตั้งครรภ์และต้องรอคอยนายมาก สามีซึ่งถูกเกณฑ์ทหารไปจากบ้าน ระหว่างที่เาไม่อยู่ นางนาคเสียชีวิตณะคลอดลูก หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “ตายทั้งกลม” ศพถูกนำไปฝังบริเวณวัดมหาบุศย์ แต่ความรักและความอาลัยกลับเหนี่ยวรั้งวิญญาณองเธอไว้ นางนาคยังคงกลับไปอยู่บ้าน ทำอาหาร จัดสำรับ และรอสามีกลับมาเหมือนทุกอย่างยังเป็นปกติ
สิ่งที่น่ากลัวที่สุดองตำนานนี้ไม่ใช่เพียงแนที่ยืดยาวเกินมนุษย์ หากคือความจริงที่ว่า คนคนหนึ่งอาจยอมทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้คนรักจากไป แม้ความตายจะมาถึงแล้วก็ตาม และในคืนหนึ่ง ความรักที่ไม่ยอมปล่อยวางก็อาจเปลี่ยนบ้านหลังเดิมให้กลายเป็นสถานที่ที่ไม่มีใครกล้าเดินผ่าน
เรื่องต่อไปนี้เป็นเรื่ององ “นนท์” ช่างภาพอิสระที่ได้รับงานถ่ายภาพบรรยากาศวัดมหาบุศย์ในช่วงค่ำ เาต้องการเก็บภาพศาลแม่นาค คลองด้านหลังวัด และทางเดินเก่าเพื่อทำบทความเกี่ยวกับสถานที่ลี้ลับในกรุงเทพฯ แม้เพื่อนจะเตือนว่าไม่ควรอยู่ในวัดหลังคนเริ่มบางตา แต่นนท์กลับหัวเราะ เาเคยถ่ายโรงงานร้างและบ้านเก่ามาหลายแห่ง ไม่เคยเจออะไรที่อธิบายไม่ได้
เวลาประมาณสามทุ่ม นนท์เดินออกจากบริเวณศาลมายังทางเดินริมคลอง ลมกลางคืนพัดกลิ่นธูปจาง ๆ ปะปนกับกลิ่นน้ำและดินชื้น โคมไฟบางดวงกะพริบเป็นจังหวะ ทำให้เงาองต้นไม้บนพื้นเหมือนคนกำลังยืนก้มหน้าอยู่หลายคน เายกกล้องึ้นถ่ายภาพคลองครั้งแรก แล้วได้ยินเสียงผู้หญิงเบา ๆ ดังมาจากด้านหลัง
“พี่มากกลับมาหรือยังคะ”
นนท์หันกลับทันที แต่ทางเดินว่างเปล่า มีเพียงพวงมาลัยและผ้าไทยที่แวนอยู่รอบศาลไหวไปตามลม เาคิดว่าอาจเป็นเสียงองคนที่กำลังคุยโทรศัพท์อยู่ใกล้ ๆ จึงยกกล้องถ่ายต่อ ทว่าครั้งนี้เสียงนั้นดังึ้น้างหู ราวกับมีใครก้มลงมากระซิบ
“พี่มากบอกว่าจะกลับก่อนค่ำ”
เารีบเปิดไฟฉายส่องไปทั่ว ไม่มีใครอยู่ตรงนั้น โทรศัพท์ที่วางไว้ในกระเป๋ากลับสั่นึ้นเอง หน้าจอแสดงสายเรียกเ้าเป็นหมายเลที่ไม่มีชื่อ และไม่มีตัวเลครบถ้วน มีเพียงคำว่า “บ้าน” ปรากฏอยู่ นนท์ไม่รับสาย แต่เสียงเรียกเ้ากลับดังต่อเนื่องจนเาต้องปิดเครื่อง
เมื่อกลับมาดูภาพในกล้อง เาพบว่าทุกรูปองคลองมีเงาดำอยู่ตรงปลายภาพ เงานั้นคล้ายผู้หญิงผมยาวในชุดโบราณ ยืนอยู่ริมตลิ่งและหันหลังให้กล้อง ในภาพแรกเธออยู่ไกลมาก ภาพที่สองใกล้ึ้น และภาพที่สามเธอยืนอยู่ตรงใต้ศาลาท่าน้ำ ทั้งที่นนท์จำได้ชัดว่าเาถ่ายภาพจากจุดเดิมและไม่เคยเห็นใครเดินผ่าน
เาพยายามปลอบตัวเองว่าเป็นเงาองกิ่งไม้ แต่เมื่อซูมภาพ เงานั้นกลับมีรายละเอียดเป็นชายผ้าถุงและเส้นผมยาวเปียกน้ำ ที่ทำให้นนท์มือเย็นวาบคือ บริเวณใบหน้าซึ่งควรหันออกไปทางคลอง กลับมีดวงตาคู่หนึ่งหันมามองเาผ่านความมืด
เสียงระฆังจากในวัดดังึ้นหนึ่งครั้ง ทั้งที่เวลานั้นไม่มีพระหรือเจ้าหน้าที่อยู่ใกล้ทางเดิน นนท์ตัดสินใจกลับไปที่ลานจอดรถ แต่ระหว่างทางได้ยินเสียงเด็กหัวเราะจากบ้านไม้หลังหนึ่งซึ่งอยู่ด้าน้าง เาหยุดมอง เห็นหน้าต่างทุกบานปิดสนิท ทว่าเงาเล็ก ๆ กลับวิ่งผ่านผ้าม่านจากซ้ายไปวา แล้วหยุดอยู่ตรงหน้าต่างบานกลาง
“แม่คะ พ่อกลับมาแล้ว”
เสียงเด็กดังชัดเจน ตามด้วยเสียงผู้หญิงหัวเราะเบา ๆ นนท์ถอยหลังหนึ่งก้าว กล้องในมือร้อนึ้นผิดปกติ ไฟสถานะกระพริบเอง และหน้าจอแสดงภาพใหม่ที่เาไม่ได้กดถ่าย เป็นภาพบ้านไม้จากด้านใน ห้องมืดห้องหนึ่งมีผู้หญิงนั่งหันหลังอยู่หน้าเตาไฟ ผมองเธอยาวจนลากไปบนพื้น ้างกายมีเด็กทารกห่อตัวด้วยผ้าาว
จากนั้นผู้หญิงในภาพค่อย ๆ หันศีรษะกลับมา แม้ร่างกายยังนั่งหันหลังอยู่ ใบหน้าซีดาวยิ้มกว้างจนเกือบถึงใบหู และริมฝีปากยับเป็นคำเดิม “พี่มากกลับมาแล้ว”
นนท์ทำกล้องหล่น เาวิ่งไปทางลานจอดรถโดยไม่หันหลังกลับ แต่เสียงฝีเท้ากลับตามมาอย่างสม่ำเสมอ เสียงแรกดังอยู่หลังเาหลายเมตร เสียงที่สองใกล้ึ้น และเสียงที่สามดังอยู่เหนือศีรษะเหมือนมีใครกำลังเดินอยู่บนหลังคา เาได้ยินเสียงองผู้หญิงเรียกชื่อเา ทั้งที่ไม่เคยบอกชื่อกับใครในวัด
“นนท์…อย่าเพิ่งกลับสิคะ”
เมื่อไปถึงรถ เาพบว่ากุญแจเสียบอยู่แล้ว แต่ประตูทุกบานล็อก เาดึงมือจับซ้ำ ๆ จน้อนิ้วเจ็บ เสียงเคาะดังึ้นจากกระจกด้านหลังสามครั้ง ช้าและหนัก ก๊อก… ก๊อก… ก๊อก…
เาไม่กล้าหันไปมอง ใช้แรงกระแทกประตูจนเปิดได้แล้วพุ่งเ้าไปนั่ง ทันทีที่สตาร์ตรถ วิทยุซึ่งไม่ได้เปิดไว้ก็ส่งเสียงเพลงเก่า ๆ ที่มีท่อนร้องเกี่ยวกับหญิงสาวรอสามีริมคลอง เสียงเพลงาด ๆ หาย ๆ ก่อนเปลี่ยนเป็นเสียงหายใจองคนหลายคนในรถ
นนท์เหยียบคันเร่ง รถเคลื่อนออกจากวัดอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อมองกระจกมองหลัง เาเห็นหญิงสาวในชุดไทยนั่งอยู่เบาะหลัง เธอกำลังก้มหน้าอุ้มทารก ผมดำเปียกน้ำปิดบังใบหน้า มือ้างหนึ่งลูบศีรษะเด็ก ส่วนมืออีก้างค่อย ๆ ยืดยาวผ่านช่องว่างระหว่างเบาะมาวางบนไหล่องเา
“พี่มากอย่าทิ้งนาคนะ”
นนท์กรีดร้องและหักพวงมาลัย รถชนอบทางจนดับ เาหันกลับไปมองเบาะหลังอีกครั้ง คราวนี้ไม่มีใครอยู่ แต่เบาะหนังเปียกชื้นเป็นวงกว้าง และมีกลิ่นดินจากหลุมฝังศพลอยอยู่ในรถ ที่กระจกด้านในมีรอยนิ้วมือเล็ก ๆ เียนเป็นคำว่า “รอ”
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยองวัดพบเาในอีกไม่นาน นนท์เล่าเรื่องทั้งหมดด้วยอาการสั่นเทา ชายสูงวัยฟังเงียบ ๆ ก่อนบอกว่า บางครั้งคนที่มาถ่ายภาพในตอนดึกจะได้ยินเสียงเรียกคล้ายกัน โดยเฉพาะคนที่พูดล้อเลียนหรือไม่เชื่อเรื่องเล่าในสถานที่แห่งนี้ เาไม่ได้บอกว่าสิ่งที่นนท์เห็นคือแม่นาคจริงหรือไม่ เพียงเตือนว่า หากได้ยินเสียงคนเรียกจากริมคลอง อย่าานรับ และอย่าหันกลับไปมองจนกว่าจะออกพ้นเตวัด
เช้าวันต่อมา นนท์กลับไปเก็บกล้องที่ทำตก เาพบว่าการ์ดความจำเสียเกือบทั้งหมด เหลือเพียงภาพเดียว เป็นภาพทางเดินริมคลองในเวลาสามทุ่มสิบสามนาที ตรงกลางภาพไม่มีใคร แต่บนพื้นเปียกมีรอยเท้าผู้หญิงคู่หนึ่งเดินเ้าหากล้อง และรอยเท้าเด็กอีกคู่เดินตามหลังมา
ที่น่านลุกกว่านั้นคือ รอยเท้าทั้งสองคู่ไม่ได้เดินมาจากคลอง หากเริ่มต้นจากด้านหลังองคนถ่ายภาพ แล้วมุ่งตรงไปยังจุดที่กล้องตั้งอยู่ ราวกับมีใครบางคนยืนอยู่้างหลังนนท์ตั้งแต่ก่อนเาจะกดชัตเตอร์
ตั้งแต่นั้นมา นนท์เลิกถ่ายภาพสถานที่ผีสิงและไม่กลับไปวัดมหาบุศย์อีกเลย แต่ทุกคืนก่อนนอน โทรศัพท์องเายังคงเปิดเครื่องเองเป็นบางครั้ง หน้าจอจะปรากฏรูปภาพเดิม—ทางเดินริมคลองกับรอยเท้าเปียก—พร้อมสายเรียกเ้าจากหมายเลที่ไม่มีตัวเลครบถ้วน
เาไม่เคยรับสาย แต่ในคืนฝนตกคืนหนึ่ง เสียงเรียกเ้าดังอยู่นานจนหยุดเอง หลังจากนั้นมี้อความเสียงถูกบันทึกไว้โดยอัตโนมัติ เมื่อเปิดฟัง นนท์ได้ยินเสียงน้ำกระเพื่อม เสียงเด็กหัวเราะ และเสียงผู้หญิงกระซิบใกล้ไมโครโฟนว่า “พี่มาก…คราวนี้นาคมารอถึงบ้านแล้วนะคะ”
ตำนานแม่นาคพระโนงอาจเป็นเพียงนิทานพื้นบ้านที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน หรืออาจมีเค้าความจริงบางส่วนที่ผู้คนยังอธิบายไม่ได้ วัดมหาบุศย์ในวันนี้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนเดินทางไปกราบไหว้และอพรด้วยความเคารพ เรื่องเล่าความหลอนจึงควรถูกอ่านในฐานะงานบันเทิงและมรดกทางวัฒนธรรม ไม่ใช่้อพิสูจน์เหนือธรรมชาติ
แต่ถ้าคุณมีโอกาสเดินทางไปบริเวณคลองหลังวัดในช่วงค่ำ และได้ยินเสียงผู้หญิงถามว่า “พี่มากกลับมาหรือยัง” จำไว้ว่าคำตอบที่ปลอดภัยที่สุดอาจไม่ใช่การหันไปดูว่าใครพูด หากคือการเดินต่อไปอย่างสงบ และอย่าานรับเสียงนั้นเด็ดาด
แหล่งที่มา: ฐาน้อมูลมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมองชาติ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม https://ich-thailand.org/heritage/detail/6291e5b7978f238e61f77d03 ; Thailand Foundation https://thailandfoundation.or.th/mae-nak-phra-khanong-thailands-most-famous-ghost-love-story/ ; ATime https://atime.live/chillon/templeandmutelu/12766
Thailand Foundation — https://thailandfoundation.or.th/mae-nak-phra-khanong-thailands-most-famous-ghost-love-story/
ATime — https://atime.live/chillon/templeandmutelu/12766
เขียนโดย หนึ่งวัน พันกว่าเรื่อง
รวม เลขปฏิทินจีน งวด 1/9/69
ส่องเลข ผู้ว่า ระยอง งวด 1 ก.ย. 69
7 รถยนต์มือสองยุค 2000s ในไทย ที่ราคากำลังพุ่งสูงกว่าตอนออกห้างมือหนึ่ง
สถิติเลข 3 ตัว 1 กันยายน ย้อนหลัง 20 ปี เลขไหนออกซ้ำบ่อยที่สุด
เวียงกุมกาม เมืองโบราณที่เคยถูกลืมอยู่ใต้ผืนดิน
เมียเช่าพัทยา ราคาสูงสุดกี่บาท? เปิดตัวเลข 116,000 ดอลลาร์ แต่มีข้อเท็จจริงที่ต้องรู้
6 นิยายแปลรุ่นแรกๆ ที่เลิกพิมพ์ไปแล้ว แต่ราคามือสองพุ่งสูงถึง 10 เท่า
เปิดรายได้ธุรกิจ “ยัต กิตติศักดิ์” หนึ่งในแก๊ง FEDFE แม้สายฮา แต่ธุรกิจไม่ธรรมดา
ตะลึง! 5 อะไหล่แต่งรถยุค 90s ชิ้นเล็กๆ ที่ราคาพุ่งสูงกว่าทองคำ
หนังตะลุง ศิลปะพื้นบ้านที่ใช้เงาเล่าเรื่องคน
ทำไมฟองสบู่การ์ดเกมถึงใกล้แตก?
อาหารในเรือนจำไทย กินอะไรวันละ 3 มื้อ เปิดงบ วัตถุดิบ และหลักโภชนาการ
แหนแดง ต่างจากแหนธรรมชาติ สร้างมูลค่าทางการตลาดได้มากมาย
12 นามสกุลที่สืบเชื้อสายหรือมีสายสัมพันธ์จากสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
นักเตะค่าตัวแพงที่สุดยุค 80 ใครคือเจ้าของค่าตัวสูงสุด


