10 กลโกงที่นักท่องเที่ยวมักเจอในเมืองท่องเที่ยว
เวลาไปเที่ยวเมืองใหม่ เรามักระวังเรื่องกระเป๋าเงิน โทรศัพท์ หรือหนังสือเดินทางเป็นหลัก แต่สิ่งที่บางครั้งมองข้ามคือ กลโกงที่อาศัยความไม่คุ้นเคยของนักท่องเที่ยว
คนที่อยู่ในพื้นที่ย่อมรู้ว่าราคาเท่าไร ร้านไหนอยู่ตรงไหน และระบบต่าง ๆ ทำงานอย่างไร แต่นักท่องเที่ยวอาจไม่มีข้อมูลเหล่านี้ จึงกลายเป็นช่องว่างที่มิจฉาชีพนำมาใช้ประโยชน์ได้
ไม่ได้หมายความว่าทุกคนที่เข้ามาพูดคุยจะเป็นมิจฉาชีพ เพียงแต่ถ้าเจอสถานการณ์ต่อไปนี้ ควรหยุดคิดสักนิดก่อนตัดสินใจ
1. แท็กซี่ไม่กดมิเตอร์
สถานการณ์นี้พบได้ในบางเมืองที่ระบบแท็กซี่มีทั้งแบบมิเตอร์และแบบเหมาจ่าย คนขับอาจบอกว่ามิเตอร์เสีย หรือเสนอราคาคงที่ก่อนขึ้นรถ
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การเหมาจ่ายเสมอไป แต่คือ นักท่องเที่ยวอาจไม่รู้ว่าราคาที่ถูกเสนอสูงกว่าปกติมากแค่ไหน
ก่อนขึ้นรถควรตรวจสอบวิธีคิดค่าโดยสารของพื้นที่นั้น และถ้าเป็นแท็กซี่ที่ควรใช้มิเตอร์ ก็ควรถามให้ชัดว่าจะใช้มิเตอร์หรือคิดราคาอย่างไร
ถ้าคนขับพยายามเร่งให้ขึ้นรถโดยไม่ยอมบอกราคา ก็เดินออกมาก่อนได้
2. บอกว่าสถานที่ท่องเที่ยวปิด
กำลังเดินไปสถานที่ชื่อดัง แล้วมีคนเข้ามาบอกว่า
“วันนี้ปิดครับ”
จากนั้นเสนอว่า “เดี๋ยวพาไปอีกที่”
ฟังดูเหมือนกำลังช่วยเหลือ แต่บางกรณีอาจเป็นวิธีดึงนักท่องเที่ยวไปยังร้านอาหาร ร้านขายของ หรือสถานที่ที่คนพูดคุยด้วยได้รับผลประโยชน์
วิธีง่ายที่สุดคือ ตรวจสอบเอง
ดูเว็บไซต์ทางการ แผนที่ หรือประกาศของสถานที่นั้น หากข้อมูลไม่ตรงกันก็อย่าเพิ่งเชื่อคนที่เดินเข้ามาบอก
3. ร้านอาหารไม่มีราคาชัดเจน
ร้านอาหารที่ไม่มีเมนูราคา หรือมีคนเข้ามาชวนแล้วบอกเพียงว่า “ราคาไม่แพง” ควรเพิ่มความระมัดระวัง
โดยเฉพาะอาหารทะเล อาหารที่คิดตามน้ำหนัก หรือเมนูที่มีค่าใช้บริการเพิ่มเติม
ก่อนสั่งควรถามว่า ราคานี้คิดต่อจาน ต่อคน หรือตามน้ำหนัก และมีค่าบริการหรือค่าใช้จ่ายอื่นเพิ่มเติมหรือไม่
เพราะคำว่า “ไม่แพง” ของแต่ละคนอาจมีความหมายไม่เท่ากัน
4. ชวนถ่ายรูปแล้วเรียกเงิน
ตามสถานที่ท่องเที่ยวบางแห่งอาจมีคนแต่งตัวเป็นตัวละคร ถือสัตว์ หรือมีอุปกรณ์ต่าง ๆ แล้วเข้ามาชวนถ่ายรูป
ถ้าเป็นบริการที่มีค่าใช้จ่าย ไม่ได้แปลว่าเป็นการโกงเสมอไป
ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อ ไม่ได้บอกราคาก่อน แล้วมาเรียกเงินหลังถ่ายเสร็จ
ดังนั้นถ้าไม่แน่ใจ ให้ถามก่อนว่า “ถ่ายฟรีไหม?” และถ้ามีค่าใช้จ่ายเท่าไร
ถ้าไม่ต้องการใช้บริการก็ปฏิเสธอย่างสุภาพแล้วเดินต่อได้
5. ชวนไป “ร้านเด็ด”
บางครั้งคนแปลกหน้าอาจเข้ามาพูดคุย แล้วแนะนำร้านอาหาร ร้านขายของ หรือสถานที่ที่บอกว่า “คนท้องถิ่นไปกัน”
ฟังดูเหมือนคำแนะนำจากคนพื้นที่ แต่บางกรณีคนที่พาไปอาจได้รับค่าตอบแทนจากร้าน
ไม่ได้หมายความว่าร้านนั้นจะไม่ดีทุกแห่ง แต่ถ้าถูกพยายามพาออกจากแผนเดิมอย่างรวดเร็ว ควรตรวจสอบร้านนั้นก่อน
รีวิวออนไลน์ แผนที่ และเว็บไซต์ของร้านช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
6. เงินทอนผิด
นี่เป็นวิธีที่อาศัยความไม่คุ้นเคยกับเงินต่างประเทศโดยตรง
ธนบัตรบางประเทศมีหลายราคา สีใกล้เคียงกัน หรือมีตัวเลขที่นักท่องเที่ยวต้องใช้เวลาทำความคุ้นเคย
เมื่อซื้อของในร้านที่คนเยอะหรือมีการจ่ายเงินอย่างรวดเร็ว อาจเกิดทั้งการทอนผิดโดยตั้งใจและความผิดพลาดทั่วไป
หลังจ่ายเงินควรตรวจยอดและเงินทอนให้เรียบร้อยก่อนเดินออกมา
ไม่ต้องรีบเพียงเพราะมีคนต่อแถวด้านหลัง
7. ของฟรีที่ไม่ได้ฟรี
มีคนยื่นดอกไม้ สร้อยข้อมือ ของที่ระลึก หรือสิ่งของบางอย่างให้ แล้วบอกว่า “ฟรี”
พอรับไว้ อาจมีการเรียกเงินภายหลัง
วิธีรับมือที่ง่ายที่สุดคือ ถ้าไม่ได้ต้องการ ก็ไม่ต้องรับ
ไม่จำเป็นต้องรู้สึกเกรงใจจนต้องรับของจากคนแปลกหน้า
ถ้ารับมาแล้วและอีกฝ่ายเรียกเงิน ก็ไม่ควรเปิดกระเป๋าหรือหยิบเงินออกมาเพียงเพราะถูกกดดัน ให้คืนของหากทำได้อย่างปลอดภัย แล้วเดินออกจากสถานการณ์
8. ตั๋วหรือทัวร์ราคาถูกผิดปกติ
“ราคานี้ถูกกว่าที่อื่นครึ่งหนึ่ง”
ประโยคแบบนี้ฟังแล้วน่าสนใจมาก โดยเฉพาะเวลาวางแผนเที่ยวที่มีงบจำกัด
แต่ก่อนจ่ายควรดูว่าราคาที่เห็น รวมอะไรบ้าง
รวมค่ารถหรือยัง
รวมค่าเข้าหรือไม่
มีค่าบริการเพิ่มเติมหรือเปล่า
ยกเลิกได้ไหม
และเป็นผู้ให้บริการจริงหรือไม่
ข้อเสนอที่ถูกไม่ได้หมายความว่าเป็นกลโกงเสมอไป แต่ราคาที่ต่างจากตลาดมากควรตรวจสอบให้ละเอียดก่อน
9. ช่วยแลกเงินให้
นักท่องเที่ยวที่เพิ่งมาถึงอาจมีเงินสดไม่พอ หรือสับสนกับธนบัตร จึงอาจมีคนเข้ามาเสนอความช่วยเหลือ
บางกรณีอาจเป็นเพียงคนใจดี แต่การแลกเงินกับคนแปลกหน้าเปิดช่องให้เกิดปัญหาเรื่องธนบัตรปลอม อัตราแลกเปลี่ยนไม่เป็นธรรม หรือการนับเงินผิด
ถ้าต้องแลกเงิน ควรเลือกธนาคารหรือจุดแลกเงินที่ได้รับอนุญาต และตรวจจำนวนเงินให้เรียบร้อย
อย่าให้ความรีบกลายเป็นเหตุผลที่ทำให้เราข้ามขั้นตอนตรวจสอบ
10. สร้างสถานการณ์ให้รีบตัดสินใจ
นี่เป็นรูปแบบที่น่าระวัง เพราะสามารถนำไปใช้กับกลโกงแทบทุกชนิด
“ต้องจ่ายตอนนี้”
“เหลือที่เดียว”
“ถ้าไม่ซื้อวันนี้จะไม่ได้แล้ว”
“มีค่าปรับ ต้องจ่ายเดี๋ยวนี้”
เมื่อเราเริ่มรู้สึกว่าต้องตัดสินใจทันที สมองจะมีเวลาตรวจสอบข้อมูลน้อยลง
ถ้าเจอสถานการณ์แบบนี้ ให้หยุดก่อน
ถามรายละเอียด
ตรวจสอบข้อมูล
ขอเวลา
หรือเดินออกจากสถานการณ์
คนที่ให้ข้อมูลอย่างสุจริตไม่ควรจำเป็นต้องทำให้เราตัดสินใจด้วยความกลัวหรือความรีบ
เที่ยวให้สนุก แต่ไม่ต้องรีบเชื่อใคร
การรู้จักกลโกงไม่ได้หมายความว่าต้องเดินทางด้วยความหวาดระแวง
คนส่วนใหญ่ที่เราเจอระหว่างการเดินทางอาจเป็นเพียงคนธรรมดาที่กำลังทำงานหรือใช้ชีวิตของตัวเอง
สิ่งที่ควรมีติดตัวไปด้วยจึงไม่ใช่ความกลัว แต่คือ สติ
ถ้าเรื่องไหนเกี่ยวกับเงิน ให้ถามราคา
ถ้าเกี่ยวกับสถานที่ ให้ตรวจสอบ
ถ้ามีคนเร่ง ให้ช้าลง
ถ้าข้อเสนอถูกเกินจริง ให้สงสัยไว้ก่อน
และถ้ารู้สึกว่าอะไรไม่ชอบมาพากล ก็ไม่จำเป็นต้องฝืนทำต่อ
เพราะเวลาเที่ยวต่างประเทศ เราอาจไม่รู้ทุกอย่างเกี่ยวกับเมืองนั้น
แต่เราสามารถรู้ได้ว่า เมื่อไหร่ควรหยุด แล้วตรวจสอบอีกครั้ง
เขียนโดย thoughtloop
พอได้สังเกตสิ่งรอบตัว แล้วกลั่นออกมาเป็นตัวอักษร
เล่าเรื่องธรรมดาในวันที่หลายคนอาจมองข้าม
ความคิดเล็ก ๆ ที่อาจตรงกับใจของใครสักคน
เทกับข้าวร้อนจัดใส่กล่องโฟมทุกวันเสี่ยงอะไรบ้าง?
7 รถยนต์มือสองยุค 2000s ในไทย ที่ราคากำลังพุ่งสูงกว่าตอนออกห้างมือหนึ่ง
เปิดสัปดาห์ใหม่กับหวยลาว 24 ส.ค. 69 วันนี้คุณมีเลขในใจจากอะไรกันบ้าง?
วิวัฒนาการของยาชา
ท้องเสียดื่มน้ำอัดลมใส่เกลือแทนเกลือแร่ได้ไหม?
แนวทางเลขสูตรลับ เสือตกถัง อาจารย์พล ขอนเเก่น 1/9/69
ชาติที่คนใช้เงินในประเทศไทยมากที่สุด อันดับที่ 1 ของโลก
ภาพถ่ายที่ดูธรรมดาๆ แต่ถูกขายไปในราคากว่า 100 ล้านบาท
9 อาชีพสำคัญในประเทศไทย ที่คนไทยไม่นิยมทำแต่ประเทศยังขาดไม่ได้
ส่องรหัสเลขมูเตลู "เจ้าเเม่ตะเคียนทอง" 1/9/69
7 อาชีพในตำนานแห่งภาคอีสาน ที่ปัจจุบันกลายเป็นตำนานไปแล้ว
งูพิษลอยน้ำ งูไม่มีพิษจมน้ำ จริงหรือ? ไขความเชื่อเก่าเกี่ยวกับงูในสายน้ำ



