หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

หนีปารีสเที่ยว Étretat สัมผัสหาดหินกรวด ผาหินปูน และวิวหลักล้านริมฝั่งนอร์มังดี

เขียนโดย Madame Dero

ภาพในหัวของใครหลายคนเวลาพูดถึงฝรั่งเศส อาจเป็นตึกทรงคลาสสิกของปารีส พิพิธภัณฑ์หรือหอไอเฟล แต่ถ้าเบื่อเดินถ่ายรูปกับตึกแล้ว หรืออยากหาที่สูดอากาศบริสุทธิ์แบบสะใจ  ใครกำลังหาที่เที่ยววันเดียวจบใกล้ปารีส แนะนำให้ปักหมุด Étretat (เอเทรอตาท์) เมืองชายฝั่งในแคว้นนอร์มังดีไว้เลย ที่นี่จะทำให้เพื่อนๆตระหนักได้ว่า ธรรมชาติคือศิลปินที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก หรือจะให้ดีหากมีเวลามากขึ้นก็น่าจะนอนค้างสักคืนเพื่อซึมซับบรรยากาศริมชายหาดทั้งในตอน พระอาทิตย์ขึ้น และพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า...

Étretat (เอเทรอตาท์) เมืองชายฝั่งในแค้วนนอร์มังดี ตั้งอยู่ห่างจากกรุงปารีสประมาณ 200 กิโลเมตร ที่นี่มีหน้าผาหินปูนสีขาวธรรมชาติที่ถูกน้ำทะเลกัดเซาะจนกลายเป็นซุ้มโค้งรูปงวงช้างยักษ์ ยิ่งถ้าใครชอบเสพงานศิลป์ ในอดีตพวกศิลปินระดับโลกอย่าง Claude Monet และ Edouard Manet เขายังหอบพู่กันกับเฟรมวาดรูปเดินทางมานั่งตั้งเต็นท์วาดภาพหน้าผาที่นี่เลย เพราะแสงที่ตกกระทบหินปูนมันเปลี่ยนสีไปเรื่อยๆ ตามช่วงเวลาของวัน บอกเลยว่าบรรยากาศมันโรแมนติกและมีพลังงานแบบอาร์ตๆ ซ่อนอยู่ทุกมุมจริงๆ

การเดินทางมาสัมผัสด้วยตัวเองครั้งนี้ให้ความรู้สึกพิเศษกว่าที่คิดไว้มาก ตั้งแต่เริ่มเดินตามทางเพื่อจะไปสู่บริเวณริมหาดจะได้สัมผัสได้กับบ้านเรือน ร้านรวงต่าง ๆ ในรูปแบบ ไม้ ๆ สไตล์เมืองเก่าๆ ดูคลาสสิค สวยงามและมีเอกลักษณ์

เดินผ่านโซนร้านค้า ร้านอาหาร ไม่นานก็มาถึงริมหาดแล้ว บริเวณริมหาดเป็นเหมือนอ่าวขนาดกว้างใหญ่ มีพื้นที่เป็นถนนเล็ก ๆ กั้นด้วยแนวรั้วทอดยาวซ้ายขวาสู่หน้าผาทั้งสอง ส่วนด้านหน้าจะเป็นทางลงสู่ชายหาด เอาล่ะ...เริ่มถ่ายรูปได้

ถ่ายรูปด้านล่างเสร็จได้เวลาขึ้นหน้าผากัน เราเริ่มจากฝั่งขวามือก่อน La Falaise d'Amont (ลา ฟาแลส ดามองต์ - ฝั่งขวา/เหนือ) หน้าผาฝั่งนี้มีโบสถ์เล็ก ๆ (Chapelle Notre-Dame de la Garde) อยู่บนยอดเขามีซุ้มโค้งขนาดเล็กกว่าฝั่งซ้าย  ช่วงเวลาที่ต้องเดินไต่เนินขึ้นไปบนยอดผา บอกเลยว่า "เหนื่อยเอาเรื่อง" เริ่มจากบรรไดหินขึ้นไป ร่างกายยังสบายอยู่

 

พอเริ่มเดินต่อบนทางเดินแบบเนินดิน ส่วนตัวเรา หายใจไม่คล่องแล้ว ต้องหยุดเดิน ทำเป็นแวะชมวิวเรื่อยๆ พอเห็นวิวก็มีกำลังใจเดินต่อหน่อย

 

ส่วนคนแข็งแรงแบบสามีเราก็เดินได้ชิวๆเลย  และในวินาทีที่ไปถึงจุดชมวิวบนยอดผา แล้วหันหลังกลับไปมอง... ความเหนื่อยล้าทั้งหมดมันปลิวหายไปในอากาศทันที วิวอลังการตรงหน้าลบความเหนื่อยออกไปจากหัวจนหมดสิ้น ภาพแรกที่สาดเข้ามาในสายตา มันไม่ใช่แค่ความสวยงามของธรรมชาติ แต่มันเหมือนเรากำลังยืนจ้องมอง "ภาพวาดสีน้ำมันขนาดใหญ่" ที่มีชีวิตจริงๆ หน้าผาหินปูนสีขาวทอดตัวตัดกับผิวน้ำทะเลและแผ่นฟ้า ราวกับมีจิตรกรระดับโลกมาสะบัดแปรงทิ้งฝีมือไว้ตรงหน้า

 

 

นอกจากมุมยอดนิยมอย่างประตูโค้งธรรมชาติและผืนน้ำทะเลแล้ว ยังมีอีกมากมายหลายมุมเหลือเกินที่สร้างความรู้สึกไม่ต่างกัน อยากเช่นอีกฝากฝั่งของเขาลูกนี้

 

ภาพนี้คือมุมมองที่ทำให้เราอึ้งไปเลย เพราะมันไม่ใช่แค่การมองหน้าผาจากมุมสูงแบบทั่วๆ ไป แต่คือการได้ลงมาเดินสัมผัสฐานรากของ Étretat ยามน้ำทะเลถดถอยออกไปไกล   ความรู้สึกแรกที่ก้าวลงมาตรงนี้ เหมือนเราได้หลุดเข้ามาเดินอยู่ในฉากภาพยนตร์แนวดิสโทเปียหรือผืนผ้าใบโบราณ พื้นด้านล่างมันคือลานโขดหินกว้างใหญ่ที่ถูกปกคลุมด้วยสาหร่ายสีน้ำตาลแดงและตะไคร่น้ำสีเขียวอมทอง คอนทราสต์ตัดกับสีขาวครีมของหน้าผาหินปูนที่ตั้งตระหง่านอยู่ข้างตัวแบบชันเกือบเก้าสิบองศา การทอดยาวที่ไกลออกไปเหมือนจิตรการกำลังไล่สีผ่านพู่กันลงบนผืนผ้าใบไร้กรอบตรงหน้า ความงามที่กล้องเก็บได้ได้หมดอยู่ตรงหน้าแล้ว ในจุดที่ผู้เขียนยืนคือโขดหินปูนปะการังย่อยสลายที่ผ่านการกัดเซาะของคลื่นและน้ำทะเล นขรุขระเป็นหลุมเป็นแอ่งเหมือนผิวดวงจันทร์ หรือปะการังแห้ง มีความคมและขรุขระสูงมากตามธรรมชาติ มีแอ่งน้ำเล็กๆ ตามร่องหินมีน้ำทะเลค้างอยู่เป็นจุดๆ    พื้นผิวที่ไม่ราบเรียบ มีทั้งยอดแหลมและหลุมลึกสลับกัน ทำให้ต้องค่อยๆ ก้าวทรงตัวอย่างระมัดระวัง เป็นพื้นผิวชายหาดที่หาดูได้ยากและให้ความรู้สึกเหมือนอยู่อีกดาวหนึ่งเลยค่ะ

การได้เห็นลวดลายการกัดเซาะของชั้นหินและพื้นหินในระยะใกล้ขนาดนี้ ทำให้รู้เลยว่าธรรมชาติใช้เวลาสร้างสรรค์ที่นี่มานานแค่ไหน   บรรยากาศรอบตัวมันสงบและดิบเท่มากๆ ลมทะเลเย็นๆ พัดเอาไอเค็มมาปะทะหน้า มันเป็นความรู้สึกฮีลใจที่แปลกใหม่ เป็นมุมเงียบสงบที่ชวนให้เราหยุดเดิน แล้วยืนมองแนวผาหินที่ทอดตัวยาวสุดสายตาอย่างไม่รู้เบื่อ ความรู้สึกเหมือนอยู่ในภาพวาด หรือในหนังสือนิยายเล่มหนึ่ง ไม่ใช่แค่อยากมาถ่ายรูปแล้วก็ไปแต่มันทำให้อยากหยุดจองมองภาพเหล่านั้น ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้เลย

 

 

อีกหนึ่งประสบการณ์แปลกใหม่คือการได้สัมผัส "หาดหินกรวด" เป็นครั้งแรกในชีวิต จากที่เคยคุ้นเคยกับหาดทรายนุ่มๆ มาตลอด การเดินบนก้อนหินมนๆ แบบนี้ยอมรับเลยว่าเดินยากพอสมควร ทรงตัวลำบากกว่าปกติ แต่ในความเดินยากนั้นกลับซ่อนความงดงามแปลกตาไว้อย่างน่าประหลาด และซาวด์แทร็กธรรมชาติที่หาฟังจากไหนไม่ได้ เสียงคลื่นทะเลซัดเข้าหาดหินกรวด ผสานกับเสียงลมพัดผ่านช่องผา และเสียงนกที่บินว่อนขับขานอยู่บนท้องฟ้า พลางโฉบนักท่องเที่ยวไปมาเพื่อประกาศที่นี่ที่ของฉันนะ มันเป็นเสียงประสานและภาพที่ทำให้จิตใจที่เคยเหนื่อยล้าได้รับพลังกลับมาเต็มเปี่ยมล่ะ

 

หลังจากกลับมาจุดตรงกลาง เข้าห้องน้ำเสร็จ กำลังจะไปหน้าผาด้านซ้ายมือ Falaise d'Aval (ฟาแลส ดาวาล - ฝั่งซ้าย/ใต้) ฝั่งนี้มีซุ้มโค้งธรรมชาติขนาดใหญ่ที่เรียกว่า Porte d'Aval (ซึ่งคนไทยนิยมเรียกว่า ผางวงช้าง) มีแท่งหินแหลมสูง 71 เมตรตั้งอยู่ข้าง ๆ ชื่อว่า L'Aiguille (เข็มหมุด/เข็มหิน )ถัดไปอีกนิดมีซุ้มโค้งที่ใหญ่ที่สุดชื่อว่า La Manneporte

 

แต่โชคไม่เข้าข้างผู้เขียนเท่าไหร่ พอเริ่มเดินฝนก็เริ่มลงเม็ด ความเหน็ดเหนื่อยของการขึ้นผาเท่ากัน แต่ฝั่งนี้ทางเดินเต็มไปด้วยหินกรวดขนาดกลางค่อนข้างเยอะ ต่างจากอีกผาที่เป็นเนินดิน ประกอบกับสายฝนที่โปรยลงมาทำให้ทางเดินลื่นพอสมควร ผ้าใบทั่วไปเกาะไม่ค่อยอยู่ แต่ผู้เขียนก็พยายามจนถึงยอด สามียกมือถือขึ้นมาถ่ายได้ช็อตเดี่ยวก็ต้องเก็บโทรศัพท์เพราะฝนลงแรงมาก จึงตัดสินใจค่อยๆเดินลงมา T-T

 

เมื่อลงมาถึงฝนก็เริ่มหยุด แต่จะให้เดินขึ้นไปไหมก็ไม่ไหวเลยแวะแตะน้ำทะเลนิดนึงให้รู้ว่ามาถึงทะเลแล้วนะ ไม่มีอะไรง่ายกับการเดินบนหินกรวด แต่ไม่เกินความพยายามเราหรอกนะ

 

สำหรับการเดินทาง ผู้เขียนเดินทางด้วยรถยนต์ ออกจาก Paris ประมาณ 2.45 ชม. ถ้า รถสาธารณะ จะใช้เวลาประมาณ ไม่ต่างกันมากแต่ ต้องขึ้น 2 ต่อ

1. รถไฟ Paris → Le Havre (ไป-กลับ) €17x 2 = €34

2. รถบัสสาย 21 (ไป-กลับ) €3,60

Tips เล็กๆ น้อยๆ ก่อนไป

เนื้อหาโดย: Madame Dero
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Madame Dero's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 17 ครั้ง
เขียนโดย Madame Dero
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เว้นบันไดเลื่อนหนึ่งฝั่งให้คนรีบ ดูเหมือนเร็วกว่า แต่ตอนคนแน่นมันอาจทำให้ทั้งแถวช้าลงชาติที่คนใช้เงินในประเทศไทยมากที่สุด อันดับที่ 1 ของโลก5 สาวไทยที่แต่งงานกับชาวต่างชาติฐานะร่ำรวยระดับโลกงูพิษลอยน้ำ งูไม่มีพิษจมน้ำ จริงหรือ? ไขความเชื่อเก่าเกี่ยวกับงูในสายน้ำแมลงไม่ได้บินเข้าหาไฟอย่างที่เห็น: มันกำลังหัน “ด้านหลัง” เข้าหาแสงต่างหากแดนเซอร์เบื้องหลังศิลปินดัง ได้ค่าจ้างต่อโชว์เท่าไร?อาชีพใดคู่แข่งน้อย แต่รายได้ดี? เปิดมุมมอง 10 อาชีพเฉพาะทางที่คนทั่วไปอาจมองข้ามพายุโซนร้อน “นาร์รา” อัปเดตล่าสุดวันนี้ 24 ส.ค. 69 ไม่เข้าไทยโดยตรง แต่ดึงมรสุม ฝนหนัก–คลื่นแรง กระทบพื้นที่ไหนบ้าง?ส่องทิศทางตัวเลขเด่น ม้าสีหมอก VS ม้าวิ่ง วันที่ 1 กันยายน 2569AI วิเคราะห์สถิติเลขท้าย 2 ตัว หวยออกวันอังคาร โดยใช้สถิติย้อนหลัง 20 ปี..งวด 1 กันยายน 69 นี้ หวยออกเลขอะไร ?เปิดข้อมูล 10 สัญชาติ คู่รักไทย–ตะวันตกที่พบมากที่สุดเปิดสถิติเลขท้าย 3 ตัว งวด 1 กันยายน ย้อนหลัง 10 ปี
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เว้นบันไดเลื่อนหนึ่งฝั่งให้คนรีบ ดูเหมือนเร็วกว่า แต่ตอนคนแน่นมันอาจทำให้ทั้งแถวช้าลง5 สาวไทยที่แต่งงานกับชาวต่างชาติฐานะร่ำรวยระดับโลกนักการทูตระดับสูงของโอมาน จะเยือนอิหร่านเพื่อหารือเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซพายุโซนร้อน “นาร์รา” อัปเดตล่าสุดวันนี้ 24 ส.ค. 69 ไม่เข้าไทยโดยตรง แต่ดึงมรสุม ฝนหนัก–คลื่นแรง กระทบพื้นที่ไหนบ้าง?รวม 5 บุคคลที่มีชื่อเสียง ที่ไม่มีอยู่จริงแนวทางเลขสูตรลับ เสือตกถัง อาจารย์พล ขอนเเก่น 1/9/69
กระทู้อื่นๆในบอร์ด Review, HowTo, ท่องเที่ยว
เที่ยวกัมพูชาอีกมุม กับ 5 น้ำตกกลางผืนป่าที่น่าไปเยือนทำไมสันหลังมังกรของสตูลจึงโผล่ขึ้นกลางทะเลเฉพาะบางเวลา?ทำไมสวิตเซอร์แลนด์จึงทำให้คนไปครั้งแรกจำไม่ลืม?ล้างจานคราบมันอย่างไรให้สะอาดโดยไม่ต้องขัดจนมือพัง
ตั้งกระทู้ใหม่