หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เมฆเต็มฟ้าตอนน้ำท่วม แล้วดาวเทียมยังเห็นพื้นดินได้ยังไง? เพราะมันไม่ได้ “ถ่ายรูป” แบบกล้อง

เขียนโดย พีรพัฒน์ พีพี

เวลาฝนตกหนักจนเกิดน้ำท่วม สิ่งที่มักตามมาคือ เมฆหนาปกคลุมพื้นที่ จนบางครั้งแทบมองไม่เห็นพื้นจากบนฟ้า

แต่วันที่ 22 สิงหาคม 2569 GISTDA ยังสามารถใช้ข้อมูลจากดาวเทียม Sentinel-1D วิเคราะห์พื้นที่น้ำท่วมขังในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 6 จังหวัด ได้แก่ นครพนม สกลนคร บึงกาฬ หนองคาย อุดรธานี และร้อยเอ็ด รวมประมาณ 216,020 ไร่

คำถามคือ ถ้าเมฆบังอยู่เต็มฟ้า ดาวเทียมที่อยู่สูงจากโลกหลายร้อยกิโลเมตรมองเห็นน้ำด้านล่างได้อย่างไร?

คำตอบคือ Sentinel-1D ไม่ได้มองโลกเหมือนกล้องถ่ายรูปทั่วไปตั้งแต่แรก

ภาพข้อมูลสถานการณ์น้ำท่วมจาก GISTDA ซึ่งวิเคราะห์จากข้อมูลดาวเทียม Sentinel-1D วันที่ 22 สิงหาคม 2569 ผลการประเมินเป็นข้อมูลเชิงพื้นที่เบื้องต้น และยังไม่ได้ผ่านการตรวจสอบกับสภาพพื้นที่จริงทั้งหมด

กล้องต้องอาศัยแสง แต่เรดาร์ส่งคลื่นลงไปเอง

เซนเซอร์ดาวเทียมแบบ Optical ที่ใช้แสงสะท้อนจากพื้นโลกมีข้อจำกัดชัดเจนเมื่อมีเมฆหนา เพราะเมฆสามารถบดบังพื้นดินด้านล่างได้

Sentinel-1D ต่างออกไป เพราะติดตั้ง Synthetic Aperture Radar หรือ SAR ย่าน C-band

SAR เป็นระบบแบบ Active หมายความว่าดาวเทียม ส่งคลื่นไมโครเวฟลงไปยังพื้นโลกเอง แล้ววัดพลังงานที่สะท้อนกลับมายังเซนเซอร์ จึงไม่ต้องพึ่งแสงอาทิตย์และสามารถเก็บข้อมูลได้ทั้งกลางวัน กลางคืน รวมถึงในสภาพที่มีเมฆและฝน

นี่เป็นข้อได้เปรียบสำคัญมากในงานน้ำท่วม เพราะช่วงที่ต้องการรู้ว่าน้ำกำลังขยายไปถึงไหน ก็มักเป็นช่วงเดียวกับที่ท้องฟ้ายังปิดอยู่พอดี

แล้วเรดาร์รู้ได้อย่างไรว่าตรงไหนเป็นน้ำ?

ดาวเทียมไม่ได้ถามว่าพิกเซลตรงนั้น “เป็นสีฟ้าหรือไม่” แต่มองว่า คลื่นที่ส่งลงไปสะท้อนกลับมาหาดาวเทียมมากแค่ไหน หรือที่เรียกว่า Backscatter

พื้นผิวขรุขระ เช่น พื้นดิน พืชพรรณ หรือสิ่งปลูกสร้าง สามารถกระจายคลื่นไปหลายทิศ และมีพลังงานส่วนหนึ่งสะท้อนกลับไปถึงดาวเทียม

แต่ ผิวน้ำเปิดที่ค่อนข้างเรียบ มีพฤติกรรมคล้ายกระจก คลื่นจำนวนมากสะท้อนออกไปในทิศอื่นแทนที่จะย้อนกลับหาเซนเซอร์ ทำให้ค่า Backscatter ต่ำ

พื้นที่น้ำสงบจึงมักปรากฏเป็นบริเวณ ค่อนข้างมืดในภาพ SAR

ภาพสร้างด้วย AI เพื่ออธิบายหลักการ SAR แบบง่าย ไม่ใช่แผนภาพทางวิศวกรรมของ Sentinel-1D และแผนที่ในภาพไม่ใช่ข้อมูลน้ำท่วมจริง หลัก “น้ำเรียบมักมืด” เป็นหลักทั่วไป แต่สภาพจริงอาจแตกต่างตามลม คลื่น พืชพรรณ สิ่งปลูกสร้าง และมุมรับสัญญาณ

แต่เห็นเป็นสีดำ ไม่ได้แปลว่าเป็นน้ำทุกจุด

ตรงนี้เป็นเหตุผลว่าทำไมการทำแผนที่น้ำท่วมจากเรดาร์ยังต้องอาศัยการวิเคราะห์

พื้นผิวอื่นที่เรียบมากก็สามารถให้สัญญาณสะท้อนกลับต่ำและดูมืดได้เช่นกัน ขณะที่ผิวน้ำซึ่งมีลมหรือคลื่นจนขรุขระขึ้น อาจสะท้อนสัญญาณกลับมายังดาวเทียมมากขึ้น

พื้นที่เมืองยิ่งซับซ้อน เพราะอาคาร ถนน น้ำ และโครงสร้างแนวตั้งสามารถสร้างการสะท้อนหลายรูปแบบ ส่วนพื้นที่ที่มีพืชปกคลุมก็อาจให้สัญญาณแตกต่างจากน้ำเปิดธรรมดา

แผนที่น้ำท่วมจึงไม่ใช่การเอาภาพ SAR มาเลือกทุกพิกเซลที่เป็นสีดำแล้วระบายว่า “น้ำ” แต่ต้องผ่าน การประมวลผลและจำแนกข้อมูล และอาจเปรียบเทียบกับข้อมูลช่วงก่อนเกิดน้ำท่วม รวมถึงข้อมูลภูมิประเทศและข้อมูลเชิงพื้นที่อื่น

Sentinel-1D เพิ่งขึ้นสู่อวกาศในปลายปี 2025

Sentinel-1D ถูกปล่อยขึ้นสู่อวกาศเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2025 เป็นส่วนหนึ่งของภารกิจ Copernicus Sentinel-1 ของยุโรป และปัจจุบันทำงานในกลุ่มดาวเดียวกับ Sentinel-1C

ดาวเทียมทั้งสองติดตั้งเรดาร์ SAR ย่าน C-band และเมื่อทำงานในโครงแบบสองดาวเทียม ภารกิจ Sentinel-1 มีรอบการกลับมาสังเกตพื้นที่เดิมโดยทั่วไปประมาณ 6 วันบริเวณเส้นศูนย์สูตร

ประโยชน์ของข้อมูลประเภทนี้ไม่ได้จำกัดอยู่ที่น้ำท่วม แต่ยังใช้ติดตามการเปลี่ยนแปลงของพื้นดิน น้ำแข็ง มหาสมุทร การเคลื่อนตัวของพื้นผิว และช่วยสนับสนุนงานรับมือภัยพิบัติประเภทอื่นได้ด้วย

แล้วตัวเลข 216,020 ไร่ แม่นถึงพื้นจริงทุกจุดไหม?

ตรงนี้ GISTDA ใส่หมายเหตุไว้ชัดเจนว่า การประเมินพื้นที่น้ำท่วม ความลึก ผลกระทบ และความเสียหาย เป็น ผลการวิเคราะห์และประเมินเบื้องต้นจากข้อมูลเชิงพื้นที่ ซึ่งยังไม่ได้ตรวจสอบความถูกต้องกับสภาพพื้นที่จริงทั้งหมด

ดาวเทียมมีข้อดีตรงที่สามารถมองพื้นที่กว้างได้ในครั้งเดียว ทำให้หน่วยงานเห็นภาพรวมและติดตามการเปลี่ยนแปลงของมวลน้ำได้รวดเร็ว

แต่เมื่อต้องตัดสินสถานการณ์เฉพาะจุด ก็ยังต้องใช้ข้อมูลอื่นประกอบ เช่น ระดับน้ำ ภูมิประเทศ รายงานจากเจ้าหน้าที่ และข้อมูลภาคพื้นดิน

สิ่งที่ดาวเทียม “มองเห็น” จึงไม่เหมือนสิ่งที่ตาเราเห็น

เวลาเห็นแผนที่น้ำท่วมจากดาวเทียม เราอาจนึกภาพว่ามีกล้องกำลังซูมจากอวกาศลงมาแล้วมองทะลุเมฆ

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงน่าสนใจกว่านั้น

Sentinel-1D ไม่จำเป็นต้องเห็นสีของน้ำ ไม่ต้องรอแดด และไม่ต้องรอให้เมฆเปิด

มันส่งคลื่นลงไปแล้วอ่านว่า พื้นผิวแต่ละชนิดตอบกลับคลื่นนั้นอย่างไร

เมื่อข้อมูลเหล่านั้นผ่านการประมวลผล เราจึงสามารถสร้างแผนที่ที่ช่วยติดตามน้ำท่วมในพื้นที่กว้างได้ แม้ท้องฟ้ายังเต็มไปด้วยเมฆและฝน

ดังนั้นคำตอบของคำถามว่า “เมฆเต็มฟ้า แล้วดาวเทียมยังเห็นน้ำท่วมได้อย่างไร?” ไม่ใช่เพราะกล้องของมันมองเก่งกว่าตามนุษย์

แต่เป็นเพราะมัน ไม่ได้ใช้วิธีมองแบบเดียวกับเราตั้งแต่แรก


 

หมายเหตุภาพ: รูปแรกเป็นภาพข้อมูลสถานการณ์น้ำท่วมที่เผยแพร่จากข้อมูลของ GISTDA ส่วนรูปที่สองสร้างด้วย AI เพื่ออธิบายหลักการทำงานของเรดาร์ SAR เท่านั้น แผนที่ ดาวเทียม และรายละเอียดทางกายภาพในรูปที่สองเป็นภาพจำลอง ไม่ควรนำไปใช้แทนข้อมูลทางวิศวกรรมหรือขอบเขตน้ำท่วมจริง

แหล่งข้อมูล

1. สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA)
ข้อมูลดาวเทียม Sentinel-1D ประจำวันที่ 22 สิงหาคม 2569 พบพื้นที่น้ำท่วมขังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 6 จังหวัด รวมประมาณ 216,020 ไร่

2. European Space Agency (ESA)
ข้อมูลภารกิจ Copernicus Sentinel-1, C-band Synthetic Aperture Radar, การเก็บข้อมูลในทุกสภาพอากาศทั้งกลางวันและกลางคืน และการใช้ Sentinel-1 เพื่อติดตามน้ำท่วม

3. Copernicus Sentinel Online
ข้อมูล Sentinel-1D การเปิดให้บริการข้อมูล และโครงแบบการทำงานร่วมกับ Sentinel-1C
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
พีรพัฒน์ พีพี's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 15 ครั้ง
เขียนโดย พีรพัฒน์ พีพี
พีรพัฒน์ พีพี | นักเขียนสาระรอบตัว • ภาพยนตร์และวัฒนธรรมป๊อป • วิทยาศาสตร์ใกล้ตัว | เล่าเรื่องที่คนคุ้นเคยให้เห็นมุมใหม่ อ่านง่าย มีที่มา และแยกข้อเท็จจริงออกจากความคิดเห็น
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: พีรพัฒน์ พีพี
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
9 อาชีพสำคัญในประเทศไทย ที่คนไทยไม่นิยมทำแต่ประเทศยังขาดไม่ได้ทุเรียนจังหวัดไหนแพงที่สุด? เปิด 5 แหล่งทุเรียนพรีเมียมของไทยทำไมป่าฝนโบราณจึงยังเป็นบ้านของสิ่งมีชีวิตมากมายทั่วโลก?จิ้งหรีดที่เราได้ยินเสียงทุกคืนโตขึ้นมาได้อย่างไร?ไชรหัสเลข ขุนพันธุ์ นำโชค 1/9/69ฉีดแอลกอฮอล์ใส่หน้าจอมือถือได้จริงหรือ?เจาะสูตรดักทาง "เลขเบิ้ล-เลขหาม" งวด 1 กันยายน 2569ทำไมภูเขาบางแห่งบนโลกจึงอยู่ใกล้อวกาศกว่าที่อื่น?AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 กันยายน 2569 Face Ice Bath ดีจริงไหม ? เปิด 7 ประโยชน์ของการแช่หน้าด้วยน้ำเย็น พร้อมข้อควรระวังที่ต้องรู้ก่อนลองไขปริศนาเลข 12 ที่อยู่รอบตัวเราโดยที่คุณไม่รู้ตัวนักแสดงต้องท่องบทวันละกี่หน้า และเตรียมตัวก่อนเข้าฉากอย่างไร?
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
9 อาชีพสำคัญในประเทศไทย ที่คนไทยไม่นิยมทำแต่ประเทศยังขาดไม่ได้นักศึกษาจากประเทศไหน เข้ามาเรียนต่อในไทยมากที่สุด
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ความรู้ไอที / เทคโนโลยี
เช็กอินโรงแรมโดยไม่ต้องส่งสำเนาบัตรทั้งใบ? ต้นแบบนี้ลองใช้ Digital Credential แทนทำไมคอมเครื่องเดิม พอลง Windows ใหม่กลับรู้สึกว่าเร็วขึ้น?ความจริงเรื่องการชาร์จแบตทิ้งไว้ทั้งคืน: อันตรายจริง หรือแค่ความเชื่อยุคเก่า?ทำไมมือถือถึงพิมพ์ข้อความเองเหมือนมีคนแอบจับอยู่?
ตั้งกระทู้ใหม่