หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

อาหารแปลก ๆ ที่มนุษย์เคยกินในประวัติศาสตร์

เขียนโดย thoughtloop

เวลาเห็นอาหารบางอย่างในปัจจุบัน หลายคนอาจรู้สึกว่าโลกนี้มีของกินแปลก ๆ เยอะแล้ว

แต่ถ้าย้อนกลับไปดูในประวัติศาสตร์ จะพบว่ามนุษย์มีจินตนาการเรื่องอาหารมากกว่าที่คิด

บางอย่างเกิดจากความเชื่อ

บางอย่างเกิดจากความจำเป็น

บางอย่างเป็นอาหารของคนในท้องถิ่น

และบางอย่างก็เกิดจากการที่คนในยุคนั้นมองว่าสิ่งที่เราอาจรู้สึกแปลก กลับเป็นของกินธรรมดา

สิ่งสำคัญคือคำว่า “แปลก” เป็นเรื่องของวัฒนธรรมและยุคสมัย

อาหารที่คนกลุ่มหนึ่งมองว่าไม่น่ากิน อาจเป็นอาหารที่คนอีกกลุ่มกินกันมาหลายร้อยปี

ลองย้อนเวลากลับไปดูอาหารเหล่านี้กัน

1. การัม หรือปลาหมักของชาวโรมัน

ถ้าย้อนกลับไปในยุคโรมันโบราณ มีเครื่องปรุงชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างมาก นั่นคือ garum

มันเป็นซอสที่ทำจากปลาและเกลือ แล้วปล่อยให้เกิดการหมัก จนได้ของเหลวรสเค็มและมีรสอูมามิ ใช้ปรุงอาหารอย่างแพร่หลายในโลกโรมัน

ฟังดูอาจไม่ต่างจากน้ำปลาที่คุ้นเคยในเอเชียมากนัก

มนุษย์หลายสังคมค้นพบวิธีถนอมอาหารด้วยเกลือและการหมักโดยไม่ได้มีเทคโนโลยีสมัยใหม่ช่วย

ปลาที่อาจเก็บไว้ได้ไม่นาน จึงถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นเครื่องปรุงที่สามารถเก็บไว้ใช้ได้นานขึ้น

สำหรับชาวโรมัน garum ไม่ใช่อาหารประหลาด แต่เป็นของกินที่อยู่ในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่ครัวเรือนทั่วไปไปจนถึงโต๊ะอาหารของคนมีฐานะ

2. หนอนชีสของซาร์ดิเนีย

ถ้าพูดถึงอาหารที่ทำให้คนยุคปัจจุบันต้องหยุดคิดสักพัก อาหารชนิดนี้น่าจะติดอันดับต้น ๆ

บนเกาะซาร์ดิเนียของอิตาลี มีชีสแบบดั้งเดิมที่รู้จักกันในชื่อ casu marzu

ความพิเศษคือชีสชนิดนี้เกี่ยวข้องกับตัวอ่อนของแมลงวันชีส ซึ่งทำให้เนื้อชีสเกิดการเปลี่ยนแปลงและมีลักษณะนิ่มเป็นพิเศษ

สำหรับคนที่ไม่คุ้นเคย อาจรู้สึกว่าแค่เห็นก็อยากเดินถอยหลังแล้ว

แต่ในบริบทของวัฒนธรรมท้องถิ่น มันเป็นผลิตภัณฑ์อาหารแบบดั้งเดิมที่มีประวัติยาวนาน

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้มีประเด็นด้านความปลอดภัยอาหารและกฎหมายควบคุมอาหารเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย จึงไม่ใช่อาหารที่ควรไปทดลองกินตามกระแสโดยไม่ศึกษาข้อมูล

ความน่าสนใจจึงไม่ได้อยู่แค่ “คนกินตัวหนอน” แต่คือการที่กระบวนการเปลี่ยนแปลงอาหารแบบหนึ่งกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมอาหารท้องถิ่น

3. ขนมปังที่ทำจากส่วนผสมที่คนยุคนี้คาดไม่ถึง

ขนมปังในปัจจุบันดูเหมือนอาหารธรรมดามาก

แป้ง น้ำ ยีสต์ เกลือ แล้วอบออกมา

แต่ในช่วงเวลาที่อาหารขาดแคลน ผู้คนในบางพื้นที่เคยใช้วัตถุดิบที่ปกติอาจไม่ได้เป็นส่วนประกอบหลักของขนมปัง เพื่อเพิ่มปริมาณอาหาร

ในยุโรปช่วงสงครามและภาวะขาดแคลน มีการนำวัตถุดิบทดแทนหลายชนิดมาใช้ในอาหาร ตั้งแต่ธัญพืชชนิดอื่น ไปจนถึงส่วนผสมที่ปกติไม่ใช่ตัวหลัก

นี่ทำให้เห็นว่าอาหารไม่ได้เปลี่ยนเพราะคนอยากทดลองอย่างเดียว

บางครั้ง ความหิวเป็นนักประดิษฐ์ที่เก่งมาก

เมื่อวัตถุดิบหลักหายาก คนก็ต้องหาวิธีทำให้อาหารที่มีอยู่เพียงเล็กน้อยสามารถเลี้ยงคนได้มากขึ้น

4. มัมมี่สัตว์ที่เคยถูกกิน

อียิปต์โบราณมีความสัมพันธ์กับอาหารและสัตว์ที่น่าสนใจมาก

มีการค้นพบมัมมี่สัตว์จำนวนมาก โดยเฉพาะแมว นก และสัตว์ชนิดอื่น ๆ ซึ่งส่วนหนึ่งเกี่ยวข้องกับพิธีกรรมและความเชื่อทางศาสนา

แต่ต้องแยกให้ชัดว่า มัมมี่สัตว์ไม่ได้หมายความว่าชาวอียิปต์เอามัมมี่มาทำเป็นอาหาร

เรื่องนี้เป็นตัวอย่างที่ดีว่า เมื่อพูดถึงอาหารแปลกในประวัติศาสตร์ เราต้องระวังการเล่าต่อ ๆ กันจนกลายเป็นเรื่องเกินจริง

สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือ ในอียิปต์โบราณมีการบริโภคสัตว์หลายชนิดจริง ขณะเดียวกันสัตว์บางชนิดก็มีสถานะทางศาสนาและถูกทำเป็นมัมมี่

ดังนั้น สิ่งเดียวกันอาจมีทั้งสถานะเป็น “อาหาร” และ “สิ่งศักดิ์สิทธิ์” ในบริบทที่ต่างกัน

5. ซุปเต่าทะเลในยุโรป

ครั้งหนึ่ง ซุปเต่า เคยเป็นอาหารหรูในยุโรป โดยเฉพาะในช่วงศตวรรษที่ 18 และ 19

เนื้อเต่าถูกนำมาทำอาหารหลายรูปแบบ และซุปเต่ากลายเป็นเมนูที่เชื่อมโยงกับงานเลี้ยงและชนชั้นสูงในบางช่วงเวลา

สิ่งที่น่าสนใจคืออาหารที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นสัญลักษณ์ของความหรูหรา ปัจจุบันกลับกลายเป็นสิ่งที่หลายคนมองผ่านมุมของการอนุรักษ์สัตว์และความยั่งยืน

นี่เป็นตัวอย่างว่า ความหมายของอาหารสามารถเปลี่ยนไปตามยุคสมัย

สิ่งที่เคยแปลว่า “หรู” อาจกลายเป็นสิ่งที่สังคมไม่ยอมรับในเวลาต่อมา

6. เนื้อปลาวาฬ

ในหลายวัฒนธรรม โดยเฉพาะชุมชนที่อาศัยอยู่ในเขตหนาวและพื้นที่ชายฝั่ง การล่าวาฬเคยมีความเกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิต

เนื้อและไขมันของวาฬสามารถให้พลังงานสูง ซึ่งมีความสำคัญในสภาพแวดล้อมที่อาหารบางชนิดหาได้ยาก

ในบางพื้นที่ของโลก การกินวาฬจึงไม่ได้เกิดจากความอยากลองของแปลก แต่เป็นส่วนหนึ่งของระบบอาหารและวัฒนธรรมท้องถิ่น

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันเรื่องการล่าวาฬมีทั้งประเด็นด้านการอนุรักษ์สัตว์ กฎหมายระหว่างประเทศ และความยั่งยืน จึงไม่สามารถมองเรื่องนี้ด้วยมุมของอาหารเพียงอย่างเดียว

มันเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่า อาหารหนึ่งอย่างอาจเกี่ยวข้องทั้งกับประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม

7. แมลงในฐานะอาหาร

ถ้าเอาเรื่องนี้มาพูดในประเทศไทย หลายคนอาจไม่ได้รู้สึกแปลกมากนัก

เพราะแมลงทอด เช่น จิ้งหรีด ดักแด้ หรือแมลงบางชนิด มีการกินกันในหลายพื้นที่ของไทยมานาน

แต่ถ้ามองจากบางประเทศ อาหารเหล่านี้อาจดูแปลกมาก

จริง ๆ แล้วการกินแมลงไม่ได้เป็นเรื่องใหม่ของมนุษย์ และพบในวัฒนธรรมอาหารหลายแห่งทั่วโลก

เหตุผลก็มีตั้งแต่หาได้ง่าย มีโปรตีนและสารอาหาร ไปจนถึงเป็นส่วนหนึ่งของอาหารพื้นเมือง

ดังนั้น “แมลงเป็นอาหาร” จึงไม่ใช่เรื่องประหลาดในระดับโลก เพียงแต่คนแต่ละวัฒนธรรมเติบโตมากับอาหารไม่เหมือนกัน

สิ่งที่คนหนึ่งมองว่าเป็นของกินเล่น อีกคนอาจมองว่าเป็นสัตว์ที่ควรอยู่ในสวน

8. รังนก

รังนก เป็นอีกอาหารที่มีเรื่องราวน่าสนใจ

รังนกที่นำมาใช้เป็นอาหารในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และจีนทำจากน้ำลายของนกแอ่นบางชนิด ซึ่งแข็งตัวเป็นโครงสร้างคล้ายรัง

เมื่อผ่านกระบวนการทำความสะอาดและเตรียมอาหาร จึงนำไปใช้ทำเมนูต่าง ๆ โดยเฉพาะซุป

สำหรับคนที่ได้ยินครั้งแรกว่า

“นี่คืออาหารที่ทำจากรังนก”

อาจรู้สึกว่าแปลกมาก

แต่ในวัฒนธรรมอาหารจีน รังนกมีประวัติการบริโภคมายาวนานและเคยถูกมองว่าเป็นอาหารราคาแพง

นี่เป็นอีกครั้งที่คำว่า “แปลก” ขึ้นอยู่กับว่าเราเกิดและเติบโตที่ไหน

9. เลือดในอาหาร

เลือดอาจเป็นสิ่งที่หลายคนไม่คิดว่าจะกลายเป็นอาหาร

แต่ในหลายวัฒนธรรม เลือดถูกนำมาใช้ทำอาหารมานานมาก

บางแห่งนำไปทำไส้กรอกเลือด

บางแห่งใช้เป็นส่วนผสมของซุป

บางแห่งนำไปทำอาหารพื้นเมืองประเภทต่าง ๆ

ในประเทศไทยเองก็มีอาหารที่ใช้เลือดเป็นส่วนประกอบ เช่น ก๋วยเตี๋ยวน้ำตกบางสูตร และอาหารพื้นบ้านบางชนิด

เหตุผลหนึ่งคือในอดีตมนุษย์พยายามใช้ประโยชน์จากวัตถุดิบให้มากที่สุด

สิ่งที่วันนี้เราอาจมองว่าเป็น “ของเหลือ” ในอดีตอาจหมายถึงสารอาหารที่ไม่ควรทิ้ง

10. อาหารหมักที่มีกลิ่นแรงจนคนไม่คุ้นอาจคิดว่าเสีย

มนุษย์ค้นพบการหมักอาหารมานานก่อนจะรู้จักคำว่าแบคทีเรียหรือจุลินทรีย์เสียอีก

ชีส

ปลา

ผัก

ถั่ว

เนื้อสัตว์บางชนิด

ล้วนสามารถผ่านกระบวนการหมักในวัฒนธรรมอาหารต่าง ๆ

อาหารหมักบางอย่างมีกลิ่นแรงมากจนคนที่ไม่คุ้นเคยอาจคิดว่า “นี่มันเสียแล้วหรือเปล่า?”

แต่กลิ่นแรงไม่ได้หมายความว่าอาหารทุกชนิดเสีย และอาหารหมักก็ต้องใช้กระบวนการที่เหมาะสมเพื่อให้ปลอดภัย

ตัวอย่างเช่น surströmming หรือปลาเฮร์ริงหมักของสวีเดน มีชื่อเสียงเรื่องกลิ่นที่รุนแรงมาก

สำหรับคนที่ไม่คุ้น กลิ่นอาจมาก่อนรสชาติหลายช่วงตัว

แต่สำหรับผู้ที่คุ้นเคย นี่คืออาหารดั้งเดิมที่มีประวัติและวิธีการผลิตเฉพาะตัว

แล้วทำไมมนุษย์ถึงกินของเหล่านี้?

ถ้ามองอาหารเหล่านี้ผ่านสายตาของคนยุคปัจจุบัน บางอย่างดูแปลกจริง

แต่ถ้าย้อนกลับไปอยู่ในยุคเดียวกับคนที่กินอาหารเหล่านั้น ความรู้สึกอาจเปลี่ยนไป

เพราะอาหารไม่ได้เกิดจากรสชาติอย่างเดียว

มันเกิดจาก สิ่งที่หาได้ในพื้นที่

เกิดจาก สภาพอากาศ

เกิดจาก ความเชื่อ

เกิดจาก การถนอมอาหาร

เกิดจาก ความขาดแคลน

และเกิดจาก วัฒนธรรมที่ส่งต่อกันจากรุ่นหนึ่งไปอีกรุ่นหนึ่ง

ปลาหมักจึงไม่ใช่แค่ปลาที่ถูกทิ้งไว้จนเหม็น

มันคือวิธีถนอมอาหาร

แมลงไม่ได้เป็นเพียงสัตว์ตัวเล็ก ๆ ที่จับมาทอด

มันอาจเป็นแหล่งอาหารที่หาได้ง่าย

รังนกไม่ได้เป็นแค่รังของสัตว์

มันกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมอาหารและการค้า

ส่วนอาหารบางอย่างที่ครั้งหนึ่งเคยหรูหรา ก็อาจกลายเป็นอาหารที่คนรุ่นหลังมองด้วยสายตาอีกแบบ

อาหารที่แปลกที่สุด อาจไม่ใช่อาหารที่คนกิน

แต่อาจเป็นอาหารที่เรา ไม่เข้าใจว่าทำไมคนในยุคนั้นถึงเลือกกินมัน

เมื่อย้อนดูประวัติศาสตร์อาหาร เราจะพบว่ามนุษย์ไม่เคยกินแค่เพื่อให้อิ่ม

อาหารบอกได้ว่าคนกลุ่มนั้นอยู่ที่ไหน

มีวัตถุดิบอะไร

ต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมแบบไหน

มีความเชื่ออย่างไร

และในบางครั้งยังบอกได้ด้วยว่า ในช่วงเวลานั้นผู้คนกำลังมีชีวิตที่ลำบากแค่ไหน

เพราะฉะนั้น ครั้งหน้าถ้าเจออาหารที่เห็นแล้วคิดว่า

“ใครจะกล้ากิน?”

ลองเปลี่ยนคำถามเป็น

“อะไรทำให้คนกลุ่มหนึ่งมองว่านี่คืออาหาร?”

คำตอบที่ได้อาจพาเราย้อนกลับไปไกลกว่ารสชาติของอาหารหนึ่งจาน เพราะเบื้องหลังของของกินแปลก ๆ หลายอย่าง คือเรื่องราวของมนุษย์ที่พยายามปรับตัวให้เข้ากับโลกที่ตัวเองอาศัยอยู่

เนื้อหาโดย: thoughtloop
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
thoughtloop's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 21 ครั้ง
เขียนโดย thoughtloop
เริ่มจาก Thoughtloop ...
พอได้สังเกตสิ่งรอบตัว แล้วกลั่นออกมาเป็นตัวอักษร
เล่าเรื่องธรรมดาในวันที่หลายคนอาจมองข้าม
ความคิดเล็ก ๆ ที่อาจตรงกับใจของใครสักคน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ฝรั่งเศสเรียกคืนถุงยางอนามัย 260,000 ชิ้น เนื่องจากเสี่ยงต่อการแตกหรือรั่ว!ทำนายโชคลาภหวยไทย งวด 1 ก.ย. 69 เลขมงคล 59 82 17 3 นักษัตร มะโรง มะเส็ง ระกา ดวงเฮงสุดงูพิษลอยน้ำ งูไม่มีพิษจมน้ำ จริงหรือ? ไขความเชื่อเก่าเกี่ยวกับงูในสายน้ำปักหมุดรอ! 千香 The Eternal Fragrance กลิ่นหอมนิรันดร์ ซ่งเวยหลง-จวีจิ้งอี เคมีแรงมากAI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 กันยายน 2569เจาะสูตรดักทาง "เลขเบิ้ล-เลขหาม" งวด 1 กันยายน 2569ส่องใบฟ้ากำลังวันอมตะ งวด 1 กันยายน 2569 สแกนตารางชนสถิติ 20 ปีไชรหัสเลข ขุนพันธุ์ นำโชค 1/9/69ทุเรียนจังหวัดไหนแพงที่สุด? เปิด 5 แหล่งทุเรียนพรีเมียมของไทย10 ประเทศที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุดในโลกส่องเทรนด์เเนวทางเลข พลังเสือ 1 กันยายน 2569เช็กอินโรงแรมโดยไม่ต้องส่งสำเนาบัตรทั้งใบ? ต้นแบบนี้ลองใช้ Digital Credential แทน
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
จังหวัดอันดับ 1 ของไทย ที่คนกัมพูชานิยมเข้ามาทำงานอยู่มากที่สุดฝรั่งเศสเรียกคืนถุงยางอนามัย 260,000 ชิ้น เนื่องจากเสี่ยงต่อการแตกหรือรั่ว!10 ประเทศที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุดในโลกส่องเทรนด์เเนวทางเลข พลังเสือ 1 กันยายน 2569ทำนายโชคลาภหวยไทย งวด 1 ก.ย. 69 เลขมงคล 59 82 17 3 นักษัตร มะโรง มะเส็ง ระกา ดวงเฮงสุด
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ถ้ามนุษย์ทุกคนบนโลก "ตะโกนพร้อมกัน" จะเกิดอะไรขึ้น?ปิดตำนานเกจิดังอีสาน "หลวงปู่จื่อ" ละสังขารทำไมยิ่ง "พยายามข่มตาหลับ" สมองยิ่งตื่นตัวกว่าเดิม?7 จุดรอบบ้านที่เด็กอาจจมน้ำโดยผู้ใหญ่คาดไม่ถึง
ตั้งกระทู้ใหม่