หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ แชร์ลิ้ง Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม

ประวัติและที่มาของ "โซดา" คนสมัยก่อนทำโซดากินเป็นน้ำอัดลมยุคแรกๆกันอย่างไร ?

เขียนโดย dukedick

เสียงซ่าเบา ๆ ที่ดังขึ้นทันทีเมื่อเปิดขวดน้ำอัดลม อาจเป็นเรื่องธรรมดาที่เราแทบไม่เคยตั้งคำถาม แต่ก๊าซเล็ก ๆ ที่ลอยขึ้นมาจากแก้วกลับมีเรื่องราวทางวิทยาศาสตร์และประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าที่คิด จุดเริ่มต้นของเครื่องดื่มมีฟองไม่ได้มาจากโรงงานน้ำอัดลมขนาดใหญ่ หากย้อนกลับไปในยุโรปเมื่อหลายร้อยปีก่อน ผู้คนกลับเริ่มต้นจากความเชื่อเกี่ยวกับ “น้ำแร่ธรรมชาติที่มีฟอง” ซึ่งผุดขึ้นจากแหล่งน้ำใต้ดิน และถูกมองว่ามีคุณสมบัติช่วยบำบัดอาการเจ็บป่วยบางอย่าง

น้ำแร่ธรรมชาติที่มีฟองเหล่านี้มีคาร์บอนไดออกไซด์ละลายอยู่ในน้ำ ทำให้น้ำเกิดความซ่าเมื่อสัมผัสกับความดันอากาศที่ต่ำลง นักวิทยาศาสตร์ในเวลาต่อมาพยายามทำความเข้าใจว่าเหตุใดน้ำจากแหล่งธรรมชาติเหล่านี้จึงมีฟอง และสามารถสร้างน้ำลักษณะเดียวกันขึ้นมาเองได้หรือไม่ ความสนใจดังกล่าวกลายเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของอุตสาหกรรมน้ำโซดาในเวลาต่อมา

หนึ่งในบุคคลสำคัญของประวัติศาสตร์เรื่องนี้คือ โจเซฟ พริสต์ลีย์ (Joseph Priestley) นักวิทยาศาสตร์และนักบวชชาวอังกฤษ ในปี ค.ศ. 1767 เขาทดลองเกี่ยวกับก๊าซที่เกิดขึ้นเหนือถังหมักในโรงเบียร์ และค้นพบว่าสามารถทำให้น้ำมีความซ่าได้ด้วยการปล่อยก๊าซชนิดนี้ลงในน้ำ ต่อมาเขาได้เผยแพร่แนวคิดและวิธีการผลิตน้ำที่มีคาร์บอนไดออกไซด์ละลายอยู่ ซึ่งกลายเป็นรากฐานสำคัญของการผลิตน้ำโซดาเทียม

อย่างไรก็ตาม การทดลองของพริสต์ลีย์ยังไม่ใช่การผลิตน้ำโซดาเชิงพาณิชย์ในรูปแบบที่เราคุ้นเคย กระบวนการดังกล่าวต้องได้รับการพัฒนาต่ออีกหลายขั้น นักประดิษฐ์และนักธุรกิจในยุโรปพยายามสร้างอุปกรณ์ที่สามารถผลิตน้ำอัดก๊าซได้ในปริมาณมากขึ้น จนเกิดเป็นอุตสาหกรรมเครื่องดื่มประเภทน้ำแร่และน้ำโซดาในช่วงปลายศตวรรษที่ 18 และต้นศตวรรษที่ 19

หนึ่งในบุคคลสำคัญต่อการพัฒนาระบบผลิตน้ำอัดก๊าซคือ วิลเลียม บราวน์ริก (William Brownrigg) และต่อมาคือ โทมัส เฮนรี (Thomas Henry) เภสัชกรชาวอังกฤษ ซึ่งพัฒนาวิธีผลิตน้ำที่มีคาร์บอนไดออกไซด์ในปริมาณมากขึ้น จนสามารถนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ได้ ในช่วงเวลาเดียวกัน นักประดิษฐ์ในอังกฤษและสหรัฐอเมริกาก็เริ่มพัฒนาเครื่องมือสำหรับผลิตและบรรจุน้ำโซดาให้สะดวกและปลอดภัยกว่าเดิม

สิ่งที่น่าสนใจคือ ในช่วงแรก น้ำโซดาไม่ได้ถูกมองว่าเป็นเครื่องดื่มเพื่อความบันเทิงเป็นหลัก แต่มีความเกี่ยวข้องกับวงการแพทย์และเภสัชกรรมอย่างมาก ร้านขายยาจำนวนหนึ่งมีเครื่องผลิตน้ำโซดา และอาจนำสารแต่งกลิ่น สมุนไพร หรือส่วนผสมอื่น ๆ มาผสมเพื่อทำให้ดื่มง่ายขึ้น แนวคิดเรื่อง “เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ” จึงค่อย ๆ ผสมผสานเข้ากับวัฒนธรรมการดื่มน้ำโซดา ก่อนที่จะพัฒนาไปสู่เครื่องดื่มรสหวานที่แพร่หลายไปทั่วโลก

เมื่อเข้าสู่ศตวรรษที่ 19 น้ำโซดากลายเป็นสินค้าที่พบเห็นได้มากขึ้น โดยเฉพาะในร้านขายยาและร้านจำหน่ายน้ำแร่ ผู้บริโภคสามารถเติมไซรัปกลิ่นผลไม้หรือสารแต่งรสลงในน้ำโซดา ทำให้เกิดวัฒนธรรมการดื่ม soda fountain ซึ่งต่อมากลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมอเมริกันอย่างโดดเด่น

จากโลกของร้านขายยาและน้ำแร่ ความนิยมของเครื่องดื่มมีฟองจึงค่อย ๆ ก้าวเข้าสู่ตลาดเครื่องดื่มเต็มรูปแบบ หนึ่งในเหตุการณ์สำคัญคือการเกิดขึ้นของ Coca-Cola ซึ่งถูกคิดค้นโดย จอห์น สไตธ์ เพมเบอร์ตัน (John Stith Pemberton) เภสัชกรจากเมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย ในปี ค.ศ. 1886 สูตรดั้งเดิมของเครื่องดื่มนี้ถูกพัฒนาขึ้นในช่วงที่เครื่องดื่มประเภท tonic และเครื่องดื่มจากร้านขายยากำลังได้รับความนิยม ก่อนที่ Coca-Cola จะค่อย ๆ กลายเป็นหนึ่งในแบรนด์เครื่องดื่มที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก

หัวใจสำคัญของความซ่าทั้งหมดนี้อยู่ที่ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หรือ CO₂ เมื่อ CO₂ อยู่ภายใต้ความดันสูง ก๊าซจำนวนหนึ่งสามารถละลายเข้าไปในน้ำได้ เมื่อเปิดภาชนะ ความดันภายในลดลง ก๊าซที่ละลายอยู่จึงค่อย ๆ แยกตัวออกจากน้ำและรวมตัวเป็นฟองเล็ก ๆ ที่เรามองเห็นและสัมผัสได้บนลิ้น

อุณหภูมิก็มีบทบาทสำคัญเช่นกัน เพราะ น้ำเย็นสามารถกักเก็บ CO₂ ได้ดีกว่าน้ำอุ่น ด้วยเหตุนี้การผลิตน้ำอัดก๊าซในเชิงพาณิชย์จึงมักทำภายใต้อุณหภูมิต่ำและแรงดันที่เหมาะสม เพื่อให้ก๊าซละลายอยู่ในน้ำได้มากขึ้นและคงความซ่าไว้จนถึงเวลาที่ผู้บริโภคเปิดขวด

ส่วนวิธีทำให้เกิดก๊าซแบบง่าย ๆ ที่พบในสูตรเครื่องดื่มโบราณหรือการทดลองทางวิทยาศาสตร์นั้น มีหลักการที่แตกต่างออกไปเล็กน้อย ตัวอย่างเช่นการใช้ โซเดียมไบคาร์บอเนต (baking soda) ทำปฏิกิริยากับกรด เช่น กรดซิตริก ปฏิกิริยานี้จะปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา ทำให้เกิดฟองอย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม วิธีดังกล่าวไม่ใช่หลักการเดียวกับการผลิตน้ำโซดาเชิงพาณิชย์สมัยใหม่ เพราะโรงงานและเครื่องทำโซดาสมัยใหม่โดยทั่วไปจะใช้ CO₂ ที่ผ่านการทำให้เหมาะสำหรับการใช้กับอาหารและเครื่องดื่ม แล้วอัดเข้าสู่น้ำโดยตรง วิธีนี้ช่วยควบคุมปริมาณก๊าซ ความดัน และคุณภาพของผลิตภัณฑ์ได้อย่างแม่นยำกว่า

เครื่องทำโซดาสำหรับใช้ในบ้านในปัจจุบันก็อาศัยหลักการเดียวกัน เพียงแต่ย่อระบบอุตสาหกรรมให้มีขนาดเล็กลง ผู้ใช้เติมน้ำเย็นลงในภาชนะ จากนั้นเครื่องจะปล่อย CO₂ จากกระบอกก๊าซแรงดันเข้าไปในน้ำ เมื่อก๊าซละลายได้เพียงพอ น้ำธรรมดาก็เปลี่ยนเป็นน้ำโซดาที่มีฟองภายในเวลาไม่กี่วินาที

สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างคือ ขวดน้ำโซดาในอดีต เองก็เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์การผลิตเครื่องดื่มมีฟอง นักผลิตต้องพัฒนาภาชนะที่สามารถรับแรงดันภายในได้ และหนึ่งในรูปแบบที่มีชื่อเสียงคือ soda siphon หรือภาชนะที่สามารถอัดและจ่ายน้ำโซดาออกมาได้โดยอาศัยแรงดันก๊าซ

จากน้ำแร่ธรรมชาติที่ครั้งหนึ่งผู้คนเดินทางไปดื่มตามแหล่งน้ำเพื่อหวังประโยชน์ต่อสุขภาพ สู่การทดลองของนักวิทยาศาสตร์ในห้องทดลอง จากร้านขายยาและน้ำพุโซดา สู่โรงงานเครื่องดื่มระดับโลก เส้นทางของน้ำโซดาจึงเป็นเรื่องราวที่สะท้อนให้เห็นว่า วิทยาศาสตร์สามารถเปลี่ยนปรากฏการณ์ธรรมชาติเล็ก ๆ อย่างฟองก๊าซในน้ำ ให้กลายเป็นวัฒนธรรมการบริโภคระดับโลกได้อย่างไร

และเมื่อเราเปิดขวดน้ำอัดลมในวันนี้ เสียง “ฟู่!” ที่ดังออกมาอาจฟังดูธรรมดา แต่แท้จริงแล้วมันคือเสียงเล็ก ๆ ของประวัติศาสตร์วิทยาศาสตร์ที่ดำเนินต่อเนื่องมายาวนานกว่า 250 ปี ตั้งแต่การสังเกตน้ำแร่ธรรมชาติ การทดลองกับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ไปจนถึงเทคโนโลยีการอัดก๊าซที่ทำให้เครื่องดื่มมีฟองกลายเป็นสิ่งที่พบเห็นได้แทบทุกมุมโลก

 

เนื้อหาโดย: dukedick
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
dukedick's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 184 ครั้ง
เขียนโดย dukedick
สวัสดีครับ ผมเป็นนักเขียนที่ชอบงานเขียนทางด้านเกร็ดความรู้ต่างๆ ไม่วาจะเป็นเกี่ยวกับสัตว์โลกน่ารัก หรือ เกร็ดความรู้ และเรื่องราวที่น่าสนใจต่างๆ
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
แม่ทำเนียมลอตเตอรี่เปิด 10 อันดับเลขขายดี! เสริมเลขมงคลจากประวัติศาสตร์และงานสำคัญ งวด 16 พ.ย. 2569เปิดพิกัดทางหลวง 117 ถนนสายยาวผ่านพิจิตร กับปริศนาทางตรงเกือบ 100 กิโลเมตรเกมทำให้เด็กอารมณ์รุนแรงขึ้นจริงหรือผมและขนแต่ละส่วนยาวได้แค่ไหนถ้าไม่เคยตัดดื่มชาเขียวช่วยให้อายุยืนจริงหรือเลขแม่นล่างเน้นเลขเด่นวงกลม เปิด 4 คู่สองตัว พร้อมวิเคราะห์ตำแหน่งเลข งวด 16 พฤศจิกายน 25695 อันดับ อบต. รายได้สูงสุดในไทย อันดับ 1 ทะลุ 1.1 พันล้านบาททำไมผู้หญิงบางคนถึงชอบผู้ชายมีกล้ามประเทศที่นิยมกินข้าวไทย และนำเข้าข้าวจากประเทศไทยมากที่สุด ไทยขายข้าวให้ชาติไหนมากเป็นอันดับหนึ่ง?เปิด 10 อำเภอที่ดินถูกที่สุดในไทย บางพื้นที่ราคาประเมินเริ่มเพียง 10,000 บาทต่อไร่เปาบุ้นจิ้นมีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์หรือไม่อาหารอะไรช่วยดูแลผิวให้ชุ่มชื้นได้บ้าง
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ปลาเนื้อสีส้มที่เรากินเป็นแซลมอนทั้งหมดหรือไม่ผงซักฟอกขจัดคราบบนเสื้อผ้าได้อย่างไรวัดที่สูงที่สุดในประเทศไทย จุดชมวิวสวยมาก บรรยากาศดีน้ำยาล้างจานทั่วไปฆ่าเชื้อโรคได้หรือไม่
ตั้งกระทู้ใหม่