หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

Rule of Thumb มีที่มาอย่างไร

เขียนโดย ยายขี้บ่น

เวลาได้ยินคำว่า rule of thumb หลายคนคงพอเดาความหมายได้ทันที มันคือหลักคร่าวๆ ที่หยิบมาใช้ตัดสินใจเร็วๆ ไม่ต้องถึงขั้นนั่งเปิดตำรา คำนวณละเอียด หรือวัดเป๊ะทุกมิลลิเมตร เช่น กะปริมาณข้าวด้วยสายตา ดูระยะจากนิ้วมือ หรือจำสูตรง่ายๆ ว่าเก็บเงินฉุกเฉินไว้ให้พอใช้ราวสามถึงหกเดือน คำนี้ติดหูคนใช้ภาษาอังกฤษมานาน จนมีเรื่องเล่ามืดๆ พ่วงมาด้วย ว่ามันเคยเป็นกฎหมายอังกฤษที่เปิดทางให้สามีตีภรรยาได้ หากไม้ที่ใช้มีขนาดไม่ใหญ่กว่านิ้วโป้ง เรื่องนี้แพร่หลายจนฟังแล้วสะดุ้ง หลายแห่งเล่าต่อกันเหมือนเป็นเกร็ดประวัติศาสตร์ที่ตอกย้ำความโหดร้ายของสังคมเก่า ปัญหาคือ หลักฐานไม่พาไปถึงตรงนั้นเลย เรื่องเล่าฉบับที่ถูกพูดถึงบ่อย มักโยงเข้ากับ เซอร์ฟรานซิส บุลเลอร์ ผู้พิพากษาชาวอังกฤษในคริสต์ศตวรรษที่ 18

ชื่อเสียงของเขาไม่ได้ละมุนละไมอยู่แล้ว ทั้งบุคลิกแข็งกร้าวและคำตัดสินหลายครั้งทำให้คนร่วมยุคเอาไปล้อเลียน มีภาพเสียดสีเรียกเขาว่า Judge Thumb หรือผู้พิพากษานิ้วโป้ง จึงยิ่งทำให้คนเชื่อมเรื่องไม้กับนิ้วโป้งเข้าด้วยกันได้ง่าย แต่ไม่พบกฎหมายอังกฤษฉบับใดที่ใช้ถ้อยคำว่า rule of thumb เพื่อกำหนดขนาดไม้สำหรับทำร้ายภรรยา อีกทั้งนักกฎหมายและนักเขียนชีวประวัติที่ค้นประวัติของบเลอร์ก็ไม่พบหลักฐานหนักแน่นว่าเขาเคยออกความเห็นเช่นนั้นด้วยซ้ำ เรื่องนี้จึงคล้ายข่าวลือที่มีรายละเอียดพอให้จำได้ มีตัวละครจริง มีภาพเสียดสีจริง แล้วค่อยๆ ถูกเติมช่องว่างระหว่างทางจนกลายเป็นตำนานที่คนส่งต่อ รายละเอียดชิ้นหนึ่งทำให้เรื่องกฎหมายดังกล่าวแทบยืนต่อไม่ได้

นั่นคือมีบันทึกการใช้คำว่า rule of thumb เก่ากว่ายุคของบุลเลอร์มาก คำนี้ปรากฏเป็นลายลักษณ์อักษรตั้งแต่ราวปี ค.ศ. 1658 ก่อนเขาเกิดถึงหลายสิบปี ถ้าคำพูดเดินทางอยู่ในภาษาแล้ว จะให้ผู้พิพากษาที่เกิดทีหลังเป็นคนบัญญัติคงไม่ลงล็อกนัก ร่องรอยเก่านั้นพาไปหาความหมายที่ธรรมดากว่า แต่ก็เห็นภาพมากกว่า นั่นคือการกะขนาดด้วยนิ้วโป้ง ก่อนอุปกรณ์วัดมาตรฐานจะเข้าถึงทุกบ้าน คนทำงานต้องอาศัยร่างกายเป็นเครื่องมืออยู่เสมอ ฝ่ามือ ศอก ก้าวเดิน ความกว้างของนิ้ว และช่วงแขน ล้วนเคยใช้กะระยะได้ทั้งนั้น ช่างไม้กะความกว้างของแผ่นไม้ ชาวสวนดูขนาดกิ่ง คนทำครัวประเมินปริมาณวัตถุดิบ เด็กดูว่ารอยแตกกว้างพอจะสอดมือได้ไหม ทุกอย่างไม่จำเป็นต้องเท่ากันเป๊ะ

ขอแค่ใกล้เคียงจนทำงานต่อได้ นิ้วโป้งจึงเหมาะกับหน้าที่นี้พอดี มันเห็นชัด หยิบใช้ได้ทันที และมีขนาดค่อนข้างคงที่สำหรับเจ้าของมือคนนั้น เวลาเอานิ้วโป้งไปทาบกับของชิ้นหนึ่ง ก็ได้มาตราคร่าวๆ ที่พอใช้ตัดสินใจในหน้างาน คำว่า rule ในที่นี้ไม่ได้ต้องแปลว่ากฎข้อบังคับแบบศาลหรือกฎหมายเสมอไป มันอาจหมายถึงหลักปฏิบัติหรือแนวทาง ส่วน thumb ก็ชี้ตรงๆ ไปที่นิ้วโป้งนั่นเอง ภาพของคำนี้จึงไม่ใช่คนถือไม้เพื่อใช้ความรุนแรง แต่เป็นคนทำงานที่ใช้มือกะระยะ แม้ยุคนี้จะมีตลับเมตร เลเซอร์วัดระยะ แอปวัดขนาด และตาชั่งดิจิทัลอยู่เต็มไปหมด

แต่ชีวิตประจำวันยังเต็มไปด้วยการใช้หลักคร่าวๆ แบบเดิม เวลาเลือกหม้อใบใหญ่พอสำหรับคนในบ้าน กะว่ากระเป๋าเดินทางน่าจะใส่ช่องเก็บเหนือศีรษะได้ หรือดูเมฆแล้วตัดสินใจพกร่ม ทุกคนกำลังใช้ rule of thumb อยู่แทบทั้งวัน เสน่ห์ของคำนี้อยู่ตรงที่มันไม่อ้างว่าตัวเองแม่นยำ

มันยอมรับแต่แรกว่าเป็นการประมาณ ไม่เหมาะกับงานที่พลาดไม่ได้ เช่น การตัดยา วางโครงสร้างอาคาร คิดเงินภาษี หรือกำหนดปริมาณสารเคมี แต่สำหรับเรื่องที่ต้องตัดสินใจทันที หลักกะเอายังมีประโยชน์เสมอ เพราะช่วยให้ไม่จมอยู่กับรายละเอียดจนขยับอะไรไม่ได้ คำไทยอย่าง “กะๆ เอา” อาจให้ความรู้สึกใกล้เคียงในบางสถานการณ์ แต่ rule of thumb มีน้ำหนักมากกว่านั้นนิดหนึ่ง มันไม่ใช่การเดาสุ่ม มีประสบการณ์สะสมอยู่ข้างหลัง เป็นวิธีลัดที่ลองใช้มาพอจนรู้ว่ามักไม่หลุดจากความจริงไกลเกินไป ช่างเก่ามองไม้แวบเดียวแล้วรู้ว่าควรตัดเผื่อเท่าไร คนทำอาหารมองสีของน้ำมันแล้วรู้ว่าเริ่มร้อนได้ที่หรือยัง สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่สูตรตายตัว

แต่ไม่ใช่การมั่วเช่นกัน เรื่องต้นกำเนิดของคำนี้ยังเตือนอีกอย่างว่า ภาษาเก็บเรื่องเล่าเก่งมาก โดยเฉพาะเรื่องที่ชวนโกรธ ชวนอึ้ง หรือมีผู้ร้ายชัดเจน เรื่องไม้ขนาดนิ้วโป้งจึงเดินทางไกลกว่าเรื่องการกะวัดธรรมดา ทั้งที่ความจริงมีน้ำหนักไปทางเรื่องหลังมากกว่า พอได้ยินเกร็ดภาษาแปลกๆ แล้วสะเทือนใจสักเรื่อง การหยุดดูว่าหลักฐานเก่าที่สุดเขียนไว้ว่าอะไร มักทำให้เห็นภาพอีกด้านหนึ่ง คราวหน้าถ้ามีใครใช้คำว่า rule of thumb จะนึกถึงนิ้วโป้งที่ทาบลงบนไม้แผ่นหนึ่งก็ได้ มันคือความรู้แบบหน้างาน วิธีง่ายๆ ที่ช่วยพาไปต่อโดยไม่ต้องมีไม้บรรทัดอยู่ในมือทุกครั้ง และไม่จำเป็นต้องแบกตำนานผิดๆ ติดไปกับคำพูดด้วย

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ยายขี้บ่น's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 88 ครั้ง
เขียนโดย ยายขี้บ่น
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
AI วิเคราะห์สถิติเลขท้าย 3 ตัวบนและเลขท้าย 2 ตัวล่าง งวด 16 ก.ย.69อาชีพช่างฝีมือโบราณในไทยที่กำลังหายไป — ทำไมวันนี้แทบไร้คนสืบทอดย้อนรอย 6 ห้างดังในกรุงเทพฯ ที่เคยคึกคัก ตั้งแต่ไทยไดมารู เมอร์รี่คิงส์ ถึงนิวเวิลด์และตั้งฮั่วเส็ง วันนี้เหลืออะไรไว้บ้างประเทศที่บินเข้าประเทศไทยมากที่สุด อันดับที่ 1 ของโลกถนนหลวงเส้นไหนยาวที่สุดในไทย และต้องผ่านกี่จังหวัดดาหลา ดอกไม้กินได้ สู่พืชเศรษฐกิจ เปิดเบื้องหลังพันธุ์ใหม่ เจาะตลาดไม้ตัดดอก–ส่งออกเปิด 5 ห้างที่เงินสะพัดมากที่สุดในไทย อันดับ 1 คนเดินวันละหลักแสนความลับใต้สายน้ำ: ทำไม “สมบัติทองคำ” ใต้แม่น้ำเจ้าพระยาจึงไม่มีใครแตะต้องได้เห็นทุกครั้งแต่แทบไม่เคยสนใจ หลักกิโลเมตรข้างถนนมีไว้ทำอะไรเหตุใดเมืองตากจึงร้อนจัดจนแตะ 44.6 องศาโรงเรียนมัธยมที่มีการแข่งขันกันสูงและสอบเข้ายากมากที่สุดในประเทศไทย“เจอด่าน จบที่จับ” ตำรวจ-ฝ่ายปกครองอ่าวลึก กวาดล้างยาเสพติด รวบ 2 ราย
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ถนนหลวงเส้นไหนยาวที่สุดในไทย และต้องผ่านกี่จังหวัด“เจอด่าน จบที่จับ” ตำรวจ-ฝ่ายปกครองอ่าวลึก กวาดล้างยาเสพติด รวบ 2 รายเหตุใดเมืองตากจึงร้อนจัดจนแตะ 44.6 องศาฟันไม่ได้มีแค่ขาวกับเหลือง สีธรรมชาติซับซ้อนกว่าที่คิดทำไมฝนจึงอยู่กับระนองยาวนานกว่าหลายจังหวัดในไทยอาชีพช่างฝีมือโบราณในไทยที่กำลังหายไป — ทำไมวันนี้แทบไร้คนสืบทอด
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
สัตว์ที่ไม่พบแล้วในประเทศไทย แม้ในอดีตจะเคยมีอยู่เป็นจำนวนมากความสุขบนความบอบช้ำ = ชัยชนะจอมปลอมถนนหลวงเส้นไหนยาวที่สุดในไทย และต้องผ่านกี่จังหวัดเหตุใดเมืองตากจึงร้อนจัดจนแตะ 44.6 องศา
ตั้งกระทู้ใหม่