แค่ฟังเพลงทุกวัน! งานวิจัยพบ อาจลดเสี่ยงสมองเสื่อมถึง 39เปอร์เซ็นต์
เมื่อครู่นี้ ผู้เขียนได้อ่านบทความหนึ่งเกี่ยวกับเรื่อง “การฟังเพลงกับสุขภาพสมอง” แล้วรู้สึกว่าน่าสนใจไม่น้อย เพราะเป็นเรื่องใกล้ตัวที่หลายคน โดยเฉพาะวัย 50 ปีขึ้นไป สามารถทำได้แทบทุกวัน โดยไม่ต้องซื้ออุปกรณ์ราคาแพงหรือเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
เราอาจคุ้นเคยกับคำแนะนำเรื่องการดูแลสมอง เช่น ออกกำลังกาย รับประทานอาหารที่เหมาะสม นอนหลับให้เพียงพอ หรือหมั่นทำกิจกรรมที่ใช้ความคิด แต่มีอีกสิ่งหนึ่งที่หลายคนทำอยู่แล้วในชีวิตประจำวัน นั่นคือ “การฟังเพลง”
ที่น่าสนใจคือ งานวิจัยที่เผยแพร่ในวารสาร International Journal of Geriatric Psychiatry เมื่อปี 2568 ศึกษาข้อมูลผู้สูงอายุชาวออสเตรเลียจำนวน 10,893 คน ซึ่งมีอายุ 70 ปีขึ้นไป และยังไม่มีภาวะสมองเสื่อมในช่วงเริ่มต้นการศึกษา
ผลการศึกษาพบว่า ผู้ที่รายงานว่า “ฟังเพลงเป็นประจำ” มีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงในการเกิดภาวะสมองเสื่อมที่ต่ำกว่า โดยกลุ่มที่ฟังเพลงเป็นประจำที่สุดมีความเสี่ยงสมองเสื่อมต่ำกว่ากลุ่มที่ไม่ค่อยฟังหรือฟังเป็นครั้งคราวประมาณ 39% นอกจากนี้ยังพบความสัมพันธ์กับความเสี่ยงของภาวะบกพร่องทางการรู้คิดที่ต่ำลง 17% และมีคะแนนด้านการรู้คิดโดยรวมกับความจำบางประเภทที่ดีกว่าเมื่อเวลาผ่านไป
แต่ตรงนี้ต้องทำความเข้าใจกันให้ชัดเจน
ตัวเลข 39% ไม่ได้หมายความว่า “แค่เปิดเพลงฟังทุกวันแล้วจะป้องกันโรคสมองเสื่อมได้ 39%” และไม่ได้หมายความว่าการฟังเพลงสามารถรักษาหรือป้องกันโรคสมองเสื่อมได้อย่างแน่นอน เพราะงานวิจัยดังกล่าวเป็นการศึกษาความสัมพันธ์จากข้อมูลประชากร ไม่ใช่การทดลองที่สามารถยืนยันได้ว่าเพลงเป็นสาเหตุโดยตรงที่ทำให้ความเสี่ยงลดลง
อย่างไรก็ตาม ผลที่ออกมาก็น่าสนใจมากพอที่จะทำให้เรื่องธรรมดาอย่าง “การฟังเพลง” ได้รับความสนใจมากขึ้น
แล้วเหตุใดเพลงจึงอาจเกี่ยวข้องกับสมองมากกว่าที่เราคิด?
ลองนึกถึงเพลงสักเพลงที่เคยฟังเมื่อ 20 หรือ 30 ปีก่อน บางครั้งเพียงเสียงดนตรีขึ้นมาไม่กี่วินาที เรากลับจำได้ทันทีว่าเพลงนี้เคยฟังตอนเรียนหนังสือ เคยฟังระหว่างเดินทาง เคยเปิดในช่วงที่กำลังมีความสุข หรืออาจทำให้นึกถึงคนบางคนที่ไม่ได้พบกันมานานหลายสิบปี
เรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ
สถาบันผู้สูงอายุแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ NIA ระบุว่า ดนตรีสามารถเป็นเหมือน “ประตู” ที่เชื่อมโยงไปสู่ความทรงจำและอารมณ์ โดยเฉพาะเพลงที่มีความหมายกับชีวิตของแต่ละคน นักวิจัยกำลังศึกษาว่าการรับรู้และประมวลผลดนตรีเกี่ยวข้องกับบริเวณสมองที่ทำหน้าที่ด้านการเรียนรู้ ความจำ และอารมณ์อย่างไร
นั่นจึงอธิบายได้ว่า ทำไมคนบางคนที่จำเรื่องราวในชีวิตประจำวันได้ไม่ดีเหมือนเดิม เมื่อได้ยินเพลงเก่า ๆ กลับสามารถร้องตามหรือพูดถึงความทรงจำในอดีตได้อย่างน่าประหลาดใจ
แต่สิ่งสำคัญคือ อย่าเข้าใจว่าต้องเป็นเพลงคลาสสิกเท่านั้น
เพลงลูกทุ่ง เพลงไทยเก่า เพลงเพื่อชีวิต เพลงสตริง เพลงสากล เพลงจีน หรือแม้แต่เพลงที่เคยเปิดฟังตอนเป็นหนุ่มเป็นสาว ล้วนมีความหมายได้ หากเพลงนั้นมีความผูกพันกับเจ้าของความทรงจำ
งานวิจัยล่าสุดเองก็ไม่ได้ระบุว่า “เพลงประเภทใดดีที่สุด” สำหรับการลดความเสี่ยงสมองเสื่อม ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนไปฟังเพลงที่เราไม่ชอบ เพียงเพราะมีคนบอกว่าเป็นเพลงสำหรับบำรุงสมอง
สิ่งที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งคือ ไม่จำเป็นต้องฟังเพลงเพียงอย่างเดียว หากมีโอกาสร้องตาม เคาะจังหวะ ปรบมือ ขยับร่างกาย หรือเล่นดนตรี ก็อาจทำให้เราเข้าไปมีส่วนร่วมกับกิจกรรมทางดนตรีมากขึ้น
ข้อมูลจาก NIA ระบุว่า งานวิจัยเกี่ยวกับกิจกรรมด้านศิลปะและดนตรีในผู้สูงอายุมีแนวโน้มที่น่าสนใจในเรื่องคุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่ที่ดี การลดความเครียด และการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม แต่หลักฐานเกี่ยวกับผลระยะยาวต่อการป้องกันภาวะสมองเสื่อมยังไม่ถือว่าได้ข้อสรุปเด็ดขาด
พูดง่าย ๆ ก็คือ “เพลงอาจเป็นตัวช่วย” แต่ยังไม่ใช่ยารักษาโรค
และนี่คือสิ่งที่ผู้เขียนคิดว่าสำคัญที่สุด
เมื่ออายุมากขึ้น หลายคนมักมองว่าการดูแลสมองต้องเป็นเรื่องยุ่งยาก ต้องหาซื้ออาหารเสริมราคาแพง ต้องเล่นเกมฝึกสมองทุกวัน หรือจำเป็นต้องทำกิจกรรมที่ซับซ้อน ทั้งที่บางครั้งสิ่งที่ทำให้เรามีความสุขและได้ใช้สมองอย่างสม่ำเสมอ อาจอยู่ใกล้ตัวกว่าที่คิด
แค่เปิดเพลงที่เราชอบ แล้วฟังอย่างมีความสุข
หากเป็นช่วงเช้า อาจเปิดเพลงเบา ๆ ระหว่างดื่มกาแฟ หากเป็นช่วงบ่าย อาจเปิดเพลงเก่า ๆ ที่คุ้นเคยระหว่างพักผ่อน หรือช่วงเย็นอาจชวนคนในครอบครัวมานั่งฟังเพลงด้วยกัน ร้องตามกันบ้าง พูดคุยถึงความทรงจำเก่า ๆ บ้าง
กิจกรรมเล็ก ๆ เหล่านี้ไม่ได้รับประกันว่าจะป้องกันโรคสมองเสื่อม แต่สามารถทำให้เราได้ใช้ความจำ อารมณ์ การรับรู้เสียง และปฏิสัมพันธ์กับคนรอบตัวไปพร้อมกัน
ที่สำคัญยังทำให้ชีวิตประจำวันมีความสุขขึ้นด้วย
ในมุมมองของผู้เขียนเห็นว่า สิ่งที่น่าสนใจของเรื่องนี้ไม่ใช่เพียงตัวเลข 39% แต่คือการทำให้เราเห็นคุณค่าของ “กิจกรรมธรรมดา ๆ” ที่ทำได้โดยไม่ต้องรอให้เจ็บป่วยเสียก่อน
เพราะสุขภาพสมองไม่ได้มีเพียงเรื่องความจำเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับอารมณ์ การเข้าสังคม การพักผ่อน และการมีส่วนร่วมกับกิจกรรมที่ทำให้ชีวิตมีความหมาย
ดังนั้น หากวันนี้ใครยังไม่รู้ว่าจะเริ่มดูแลสมองอย่างไร ลองเริ่มจากสิ่งที่ง่ายที่สุดก่อนก็ได้
เปิดเพลงโปรดสักเพลง
ไม่จำเป็นต้องเป็นเพลงที่คนอื่นบอกว่าดีที่สุด ขอเพียงเป็นเพลงที่ “เราฟังแล้วมีความสุข”
เพราะบางทีเสียงเพลงที่เราคุ้นเคยมาตลอดชีวิต อาจไม่ได้พาเราย้อนกลับไปหาเพียงความทรงจำเก่า ๆ เท่านั้น แต่อาจเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมเล็ก ๆ ที่ช่วยให้เราได้ใช้สมองและเติมความสุขให้ชีวิตในทุกวัน
และสำหรับวัย 50+ ผู้เขียนคิดว่า เรื่องแบบนี้น่าลองทำ เพราะอย่างน้อยที่สุด ต่อให้เพลงไม่ได้เป็นยาวิเศษป้องกันสมองเสื่อม สิ่งหนึ่งที่เราได้แน่นอนก็คือ “ความสุข” จากเพลงที่เรารัก
แหล่งที่มาของข้อมูล:
- งานวิจัยเรื่อง What Is the Association Between Music-Related Leisure Activities and Dementia Risk? A Cohort Study ตีพิมพ์ในวารสาร International Journal of Geriatric Psychiatry ศึกษาผู้สูงอายุ 70 ปีขึ้นไปจำนวน 10,893 คน และพบความสัมพันธ์ระหว่างการฟังเพลงเป็นประจำกับความเสี่ยงสมองเสื่อมที่ต่ำลง 39%
- Monash University รายงานผลการศึกษาดังกล่าว โดยระบุว่าการฟังเพลงเป็นประจำสัมพันธ์กับความเสี่ยงสมองเสื่อมที่ลดลง 39% และการเล่นเครื่องดนตรีเป็นประจำสัมพันธ์กับความเสี่ยงที่ลดลง 35% พร้อมย้ำว่าไม่สามารถสรุปเหตุและผลโดยตรงได้
- National Institute on Aging (NIA) ให้ข้อมูลเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างดนตรี ความจำ อารมณ์ และสุขภาพสมอง รวมถึงชี้ว่าหลักฐานเกี่ยวกับผลระยะยาวของกิจกรรมทางดนตรีต่อการป้องกันภาวะสมองเสื่อมยังต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม
เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า
เครื่องรางไทยในสายตาต่างชาติ
งูพิษลอยน้ำ งูไม่มีพิษจมน้ำ จริงหรือ? ไขความเชื่อเก่าเกี่ยวกับงูในสายน้ำ
9 อาชีพในตำนานของไทย จากงานที่เคยจำเป็น สู่วันที่คนรุ่นใหม่แทบไม่เคยเห็น
“ไอซ์ รักชนก” โวย! หลังเปิดลงทะเบียน TH-AI Passport ชี้พบพฤติกรรมคล้าย IO ไล่ถล่มคนวิจารณ์โครงการ
5 จังหวัดไทยที่เจริญรุ่งเรืองที่สุด เมื่อวัดเศรษฐกิจโดยภาพรวม
ถอดรหัสเลขเจาะใจ "ลุงหวัง" งวด 1 กันยายน 2569
เลขปฏิทินจีน งวด 1 กันยายน 2569 เจาะสถิติความถี่ 0–9 ผ่าฤกษ์วันอังคารคัดชุดเด่น 3 ตัวตรง
ก้อนหนัก 3.1 กก. แพทย์ศรีลังกาผ่านิ่วขนาดยักษ์จากชายวัย 55
เปิด 5 รถมอเตอร์ไซค์ยุค 90 ที่ผลิตน้อย จนกลายเป็นรถหายากในไทย
“หัวใจวาย” กับ “ไหลตาย” เหมือนกันหรือไม่? รู้ความต่างก่อนสายเกินไป
เผยสถิติเลขออกบ่อยในวันอังคาร ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 1 กันยายน 2569
เกิดปรากฏการณ์ "พายุไฟหมุน" กลางไฟป่ารุนแรงทั่วทวีปยุโรป
เปิด 10 อันดับผู้นำที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์โลก
ก้อนหนัก 3.1 กก. แพทย์ศรีลังกาผ่านิ่วขนาดยักษ์จากชายวัย 55
หวย 1 กันยายน ย้อนหลังสถิติวันอาทิตย์ เลขไหนออกน้อย
เหรียญบาทไทยที่ถูกผลิตน้อยที่สุด และหาได้ยากมากที่สุดในปัจจุบัน
“ไอซ์ รักชนก” โวย! หลังเปิดลงทะเบียน TH-AI Passport ชี้พบพฤติกรรมคล้าย IO ไล่ถล่มคนวิจารณ์โครงการ




