หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

สงครามส้ม

เขียนโดย thoughtloop

ถ้าเดินเข้าไปในเมืองอีฟเรอา ทางตอนเหนือของอิตาลี ในช่วงเทศกาลคาร์นิวัล สิ่งหนึ่งที่อาจต้องระวังคือ… ส้ม

เพราะในช่วงเวลาหนึ่งของปี ถนนบางสายของเมืองจะเต็มไปด้วยผู้คนที่กำลังขว้างส้มใส่กันอย่างจริงจัง จนบรรยากาศที่ปกติควรเต็มไปด้วยขบวนพาเหรดและเสียงดนตรี กลายเป็นสนามรบสีส้มขนาดใหญ่

เทศกาลนี้มีชื่อว่า Battle of the Oranges หรือ “สงครามส้ม” เป็นส่วนหนึ่งของงานคาร์นิวัลเมืองอีฟเรอา และถือเป็นหนึ่งในเทศกาลที่มีเอกลักษณ์ที่สุดของอิตาลี

แต่คำถามสำคัญคือ ทำไมต้องเป็นส้ม?

เรื่องราวของเทศกาลไม่ได้เริ่มต้นจากความสนุกในการปาผลไม้ แต่เชื่อมโยงกับตำนานเกี่ยวกับการต่อต้านการกดขี่ของผู้ปกครองในอดีต

ตามตำนานที่เล่าสืบต่อกันมา เมืองอีฟเรอาเคยอยู่ภายใต้การปกครองของขุนนางผู้กดขี่ และมีเรื่องเล่าว่าเขาพยายามใช้อำนาจกับหญิงสาวในท้องถิ่นคนหนึ่ง ก่อนที่หญิงสาวจะต่อต้านและสังหารเขา เหตุการณ์นี้ถูกนำมาเล่าเป็นสัญลักษณ์ของการลุกขึ้นต่อต้านผู้กดขี่

ต่อมาเรื่องราวดังกล่าวถูกผูกเข้ากับการลุกฮือของชาวเมือง และกลายเป็นตำนานที่อยู่เบื้องหลังเทศกาลคาร์นิวัลของอีฟเรอา

แต่เรื่องต้นกำเนิดของการปาส้มไม่ได้มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ชัดเจนทุกส่วน จึงควรมองเรื่องราวของหญิงสาวและขุนนางในฐานะ ตำนานที่ถูกส่งต่อและกลายเป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์ของเทศกาล มากกว่าจะถือเป็นเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่พิสูจน์ได้ทั้งหมด

แล้วทำไมต้องใช้ส้ม?

ในช่วงแรก ๆ ของเทศกาล มีการขว้างสิ่งของหลายชนิด ก่อนที่ส้มจะกลายเป็นสิ่งที่ใช้ในการจำลองการต่อสู้ตามรูปแบบที่เห็นในปัจจุบัน

เมื่อถึงวันแข่งขัน เมืองจะถูกแบ่งบทบาทออกเป็นฝ่ายต่าง ๆ โดยกลุ่มสำคัญคือ ผู้ขับรถม้า ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวแทนของฝ่ายปกครอง และกลุ่มคนเดินเท้าที่อยู่บนพื้นถนน ซึ่งทำหน้าที่เป็นฝ่ายต่อต้าน

ผู้ขับรถม้าจะอยู่บนรถที่มีการตกแต่งเป็นพิเศษ ส่วนคนอีกกลุ่มจะยืนอยู่ตามพื้นที่ต่าง ๆ บนถนน

จากนั้นการต่อสู้ก็เริ่มขึ้น

ส้มถูกขว้างใส่กันแบบเต็มแรง

คนบนรถขว้างลงมา คนด้านล่างขว้างกลับขึ้นไป เสียงผู้คนดังไปทั่วเมือง และส้มที่ถูกขว้างนับจำนวนมหาศาลจะตกลงบนถนนจนกลายเป็นชั้นสีส้มที่มองเห็นได้ชัดเจน

สิ่งที่ทำให้เทศกาลนี้แตกต่างจากการปาอาหารเล่นทั่วไปคือ มันมี ทีม กติกา และระบบการแข่งขัน อยู่จริง

แต่ละทีมมีชื่อและเครื่องแต่งกายของตัวเอง มีการเตรียมตัวสำหรับการแข่งขัน และมีกรรมการทำหน้าที่ประเมินการต่อสู้ของแต่ละฝ่าย

ผู้เข้าร่วมไม่ได้ปาส้มแบบใครปาใครก็ได้โดยไร้กติกา เพราะการต่อสู้ถูกจัดขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมอย่างเป็นระบบ

แน่นอนว่าเมื่อส้มถูกขว้างด้วยความเร็วและแรง การโดนส้มก็สามารถเจ็บได้

ผู้เข้าร่วมจึงสวมอุปกรณ์ป้องกันตามที่กำหนด และคนที่เข้าไปดูเทศกาลในฐานะผู้ชมก็ต้องระวังตำแหน่งของตัวเองเช่นกัน เพราะถ้ายืนผิดที่ผิดเวลา อาจได้กลับบ้านพร้อมรอยช้ำและกลิ่นส้มติดเสื้อเป็นของฝาก

เมื่อการแข่งขันจบลง ถนนทั้งสายจะเต็มไปด้วยเศษส้ม

เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครต้องเข้ามาช่วยกันทำความสะอาดเมือง ซึ่งเป็นภาพที่ค่อนข้างแปลกตา เพราะถนนที่เคยเต็มไปด้วยรถและผู้คน กลับกลายเป็นพื้นที่ที่ถูกปกคลุมด้วยเปลือกและเนื้อส้มจำนวนมหาศาล

แต่สำหรับคนในอีฟเรอา นี่ไม่ใช่แค่การเล่นปาส้ม

เทศกาลนี้เป็นส่วนหนึ่งของ อัตลักษณ์ของเมือง และเป็นการเล่าเรื่องการต่อต้านอำนาจผ่านพิธีกรรมที่สืบทอดกันมา

สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้ต้นกำเนิดจะเต็มไปด้วยตำนาน แต่คนรุ่นใหม่ก็ยังเข้าร่วมกิจกรรมนี้ต่อเนื่อง ทำให้เรื่องราวเก่าไม่ได้ถูกเก็บไว้แค่ในหนังสือประวัติศาสตร์ แต่ถูกนำกลับมาเล่นซ้ำบนถนนทุกปี

ลองนึกภาพว่ามีคนบอกว่า

“ไปเที่ยวอิตาลีครั้งหน้า ระวังส้มด้วยนะ”

ฟังดูเหมือนคำเตือนที่ไม่มีเหตุผล

แต่ถ้าไปถึงอีฟเรอาในช่วงเทศกาลคาร์นิวัล คำเตือนนั้นอาจมีความหมายขึ้นมาทันที

เพราะที่นี่ ส้มไม่ได้อยู่แค่ในตะกร้าผลไม้

มันอยู่ในมือของผู้คน

อยู่บนรถม้า

ลอยอยู่กลางอากาศ

และตกลงบนถนนเป็นหมื่นเป็นแสนลูก

ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นภายใต้เทศกาลที่นำเรื่องราวการต่อต้านผู้กดขี่ในอดีต มาถ่ายทอดผ่านการต่อสู้ที่ดูประหลาดที่สุดอย่างหนึ่งของโลก

สงครามที่ไม่มีดาบ ไม่มีปืน และไม่มีเกราะเหล็ก

มีเพียงคนสองฝ่าย รถม้า และส้มจำนวนมหาศาล

จนทำให้เมืองเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในอิตาลีมีช่วงเวลาที่คำว่า “ผลไม้” กับ “อาวุธ” กลายเป็นสิ่งเดียวกันได้อย่างไม่น่าเชื่อ

เนื้อหาโดย: thoughtloop
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
thoughtloop's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 1 ครั้ง
เขียนโดย thoughtloop
เริ่มจาก Thoughtloop ...
พอได้สังเกตสิ่งรอบตัว แล้วกลั่นออกมาเป็นตัวอักษร
เล่าเรื่องธรรมดาในวันที่หลายคนอาจมองข้าม
ความคิดเล็ก ๆ ที่อาจตรงกับใจของใครสักคน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ก่อนมีอินเทอร์เน็ต ชีวิตประจำวันของคนไทยพึ่งโทรศัพท์ จดหมาย และสื่อสิ่งพิมพ์ลำโพงบลูทูธแบบชาร์จไฟได้รุ่น "Soundcore 3" ของ Anker ประเทศญี่ปุ่น เกิดไฟไหม้ขึ้นอีกครั้งแล้ว“WC” ย่อมาจากอะไร? ที่มาของคำบนป้ายห้องน้ำที่เห็นกันบ่อยเปิด 4 อันดับ สถานที่ชื่อยาวที่สุดในโลกเปิด 10 อันดับ เงินเดือนอาจารย์มหาวิทยาลัย วุฒิ ป.เอก ใครให้สูงสุด?หิมะกลางฤดูร้อนบนเมานาเคอา อีกภาพต่างขั้วจากพายุลาลางูพิษลอยน้ำ งูไม่มีพิษจมน้ำ จริงหรือ? ไขความเชื่อเก่าเกี่ยวกับงูในสายน้ำประวัติศาสตร์รางวัลที่1สลากใบมีคนเคยถูกสูงสุด180ล้านเลขนำโชค "อาม่า ให้ลาภ" 1 กันยายน 2569ตำรวจเมืองกระบี่จับหญิงวัย 62 ครอบครองปืน .38 พร้อมกระสุน 5 นัดเหรียญบาทไทยที่ถูกผลิตน้อยที่สุด และหาได้ยากมากที่สุดในปัจจุบันแนวทางเลขเด็ด AI งวด 1 กันยายน 2569 รวมเลขเด่นทั้ง 2 ตัวและ 3 ตัว
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เปิด 4 อันดับ สถานที่ชื่อยาวที่สุดในโลกลำโพงบลูทูธแบบชาร์จไฟได้รุ่น "Soundcore 3" ของ Anker ประเทศญี่ปุ่น เกิดไฟไหม้ขึ้นอีกครั้งแล้วตำรวจเมืองกระบี่จับหญิงวัย 62 ครอบครองปืน .38 พร้อมกระสุน 5 นัดก่อนมีอินเทอร์เน็ต ชีวิตประจำวันของคนไทยพึ่งโทรศัพท์ จดหมาย และสื่อสิ่งพิมพ์แนวทางเลขเด็ด AI งวด 1 กันยายน 2569 รวมเลขเด่นทั้ง 2 ตัวและ 3 ตัว
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
หนังไทยหนึ่งเรื่องต้องทำเงินเท่าไรถึงจะเรียกว่าประสบความสำเร็จ?ตำนานเลพริคอน สิ่งมีชีวิตตัวเล็กที่ชาวไอริชเชื่อกันมานานเปิดรายได้จริงของธุรกิจรายการทีวี เงินจากโฆษณาไหลเข้าบริษัทปีละเท่าไรรายได้ของโรงหนังแบ่งให้ผู้สร้างภาพยนตร์อย่างไร จากตั๋วหนึ่งใบที่คนดูซื้อ
ตั้งกระทู้ใหม่