การแข่งขันที่ผู้เข้าแข่งขันต้องขี่ม้าจับกุ้ง
ถ้ามีคนบอกว่ามีการแข่งขันหรือกิจกรรมที่คนต้องขี่ม้าลงทะเลไปจับกุ้ง ฟังครั้งแรกอาจคิดว่าเป็นมุกแปลก ๆ หรือเกมในงานเทศกาล แต่เรื่องนี้มีอยู่จริง และสถานที่แห่งนั้นอยู่ที่ Oostduinkerke เมืองชายฝั่งในเทศบาล Koksijde แคว้นฟลานเดอร์ส ประเทศเบลเยียม
ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขันประหลาดเพื่อความสนุก แต่เป็น ประเพณีประมงพื้นบ้านที่มีประวัติยาวนานหลายร้อยปี และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติโดย UNESCO ตั้งแต่ปี 2013
คนที่ทำหน้าที่จับกุ้งเรียกว่า “horse shrimpers” หรือชาวประมงขี่ม้า พวกเขาจะขี่ม้าร่างใหญ่ลงไปในทะเลบริเวณชายหาดในช่วงน้ำลง แล้วลากอวนไปตามแนวชายฝั่ง
ฟังดูเหมือนง่าย แต่จริง ๆ แล้วต้องอาศัยทั้งประสบการณ์ของคนและความไว้ใจระหว่างคนกับม้า
ม้าที่ใช้ไม่ใช่ม้าทั่วไป แต่เป็น ม้าลากจูงพันธุ์ Brabant ซึ่งมีรูปร่างใหญ่และแข็งแรง สามารถเดินลุยน้ำทะเลที่ลึกถึงระดับอกได้ ชาวประมงจะนั่งอยู่บนหลังม้า ขณะที่ด้านหลังมีอวนรูปกรวยลากไปตามพื้นทราย โดยใช้แผ่นไม้สองแผ่นช่วยกางปากอวนให้เปิดออก
แล้วกุ้งจะเข้าอวนได้อย่างไร?
ตรงนี้เป็นภูมิปัญญาที่น่าสนใจมาก
ชาวประมงจะลาก โซ่ไปตามพื้นทราย เพื่อสร้างแรงสั่นสะเทือน เมื่อกุ้งที่อยู่ตามพื้นทรายถูกรบกวน มันจะกระโดดขึ้นมาและมีโอกาสเข้าไปในอวนที่กำลังลากอยู่
กุ้งที่จับได้จะถูกใส่ไว้ในตะกร้าที่แขวนอยู่บริเวณด้านข้างของม้า
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นกลางทะเล ไม่ใช่บนเรือ
ภาพที่เกิดขึ้นจึงค่อนข้างแปลกตา ม้าตัวใหญ่เดินฝ่าคลื่น ชาวประมงนั่งอยู่บนหลัง และมีอวนลากตามหลังไปเรื่อย ๆ ขณะที่คลื่นทะเลซัดเข้าหาตัวม้า
แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดอาจไม่ใช่การจับกุ้งให้ได้มากที่สุด
เพราะคนที่ทำอาชีพนี้ต้องรู้จักทะเลอย่างละเอียด พวกเขาต้องเข้าใจทั้ง กระแสน้ำ สภาพชายหาด พื้นทราย และจังหวะของน้ำขึ้นน้ำลง ขณะเดียวกันก็ต้องรู้จักม้าของตัวเองเป็นอย่างดี UNESCO ระบุว่าความรู้เกี่ยวกับทะเลและแนวทราย รวมถึงความไว้วางใจและความเคารพระหว่างชาวประมงกับม้า เป็นองค์ประกอบสำคัญของประเพณีนี้
พูดง่าย ๆ คือ คนไม่ได้แค่ “ขี่ม้าไปจับกุ้ง”
แต่กำลังใช้ความรู้ที่สะสมจากประสบการณ์หลายชั่วอายุคน
เพราะทะเลไม่ใช่พื้นที่ที่ใครเดินลงไปแล้วจะรู้ทันทีว่าควรลากอวนตรงไหน เวลาไหน และพื้นทรายแบบใดเหมาะกับการจับกุ้ง
ความรู้เหล่านี้จึงถูกถ่ายทอดจากรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่ง
ข้อมูลของ UNESCO ระบุว่าใน Oostduinkerke มีครอบครัวประมาณ 12 ครอบครัว ที่ยังเกี่ยวข้องกับการจับกุ้งด้วยม้า แต่ละบ้านก็มีความเชี่ยวชาญของตัวเอง บางครอบครัวถนัดเรื่องการทำอวน ขณะที่บางครอบครัวมีความรู้เกี่ยวกับม้าลากจูงพันธุ์ Brabant เป็นพิเศษ
และพวกเขาไม่ได้ทำงานแยกขาดจากกัน
ชาวประมงที่มีประสบการณ์จะถ่ายทอดวิธีทำอวน วิธีดูน้ำขึ้นน้ำลง และการอ่านกระแสน้ำให้คนรุ่นใหม่ นี่จึงเป็นทั้งอาชีพ ภูมิปัญญา และระบบการเรียนรู้ของชุมชนในเวลาเดียวกัน
การจับกุ้งด้วยม้าใน Oostduinkerke จึงแตกต่างจากการทำประมงเชิงอุตสาหกรรมอย่างชัดเจน
มันไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อจับสัตว์ทะเลให้ได้จำนวนมหาศาล
แต่เป็นวิธีที่เกิดขึ้นจากสภาพแวดล้อมและวิถีชีวิตของชุมชนชายฝั่ง
ชายหาดกว้าง
พื้นทรายเหมาะสม
ม้าลากจูงแข็งแรง
และผู้คนที่รู้จักทะเลเป็นอย่างดี
ทั้งหมดประกอบกันจนกลายเป็นวิธีประมงที่แทบไม่น่าเชื่อว่าจะยังพบเห็นได้ในยุคปัจจุบัน
เว็บไซต์ท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการของฟลานเดอร์สระบุว่าประเพณีนี้ยังคงปฏิบัติอยู่ที่ Oostduinkerke และถือเป็นสถานที่สำคัญของการจับกุ้งด้วยม้า โดยระบุว่าธรรมเนียมนี้มีประวัติยาวนานประมาณ เจ็ดศตวรรษ
แต่สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้สนุกขึ้นไปอีกคือ กุ้งไม่ได้จบชีวิตอยู่แค่ในตะกร้าของชาวประมง
มันยังกลายเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลของเมืองด้วย
ชุมชน Oostduinkerke มี Shrimp Festival หรือเทศกาลกุ้ง ซึ่งจัดขึ้นเป็นเวลาสองวัน ชาวบ้านใช้เวลาหลายเดือนเตรียมงาน ทั้งสร้างขบวนรถ ทำการแสดงริมถนน และจัดทำเครื่องแต่งกายต่าง ๆ
หนึ่งในกิจกรรมของเทศกาลยังมีการแข่งขันที่ให้เด็ก ๆ หลายร้อยคนได้เรียนรู้การจับกุ้งด้วยวิธีดั้งเดิม และขบวนแห่กุ้งสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มากกว่า 10,000 คนต่อปีตามข้อมูลของ UNESCO
ตรงนี้จึงเป็นจุดที่ต้องแก้ความเข้าใจจากชื่อหัวข้อเล็กน้อย
สิ่งที่เป็น “การแข่งขัน” ไม่ได้หมายความว่าผู้ใหญ่จำนวนมากขึ้นม้าแล้วแข่งกันว่าใครจับกุ้งได้มากที่สุด
หัวใจของเรื่องจริง ๆ คือ การจับกุ้งด้วยม้าเป็นประเพณีประมง ส่วนการแข่งขันที่ UNESCO กล่าวถึงเป็นกิจกรรมสำหรับเด็กที่ช่วยให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้และสืบทอดภูมิปัญญานี้
เมื่อมองแบบนี้ เรื่องจึงน่าสนใจกว่าการเป็น “กีฬาประหลาด”
เพราะมันคือวิถีชีวิตที่กำลังพยายามรักษาตัวเองเอาไว้
ทุกวันนี้เรามีเรือประมง เครื่องยนต์ อุปกรณ์ตรวจจับ และเทคโนโลยีมากมาย การจับกุ้งด้วยม้าจึงแทบไม่มีเหตุผลทางเศรษฐกิจที่จะต้องทำในรูปแบบเดิม หากเป้าหมายมีเพียงการจับกุ้งให้ได้มากที่สุด
แต่ชาว Oostduinkerke ยังคงรักษาวิธีนี้ไว้ เพราะมันเป็นส่วนหนึ่งของตัวตนของชุมชน
ม้าจึงไม่ได้เป็นเพียงสัตว์ที่ใช้ทำงาน
อวนไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือ
ทะเลไม่ได้เป็นเพียงแหล่งอาหาร
ทั้งหมดกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมที่เชื่อมคนหลายรุ่นเข้าด้วยกัน
และกุ้งที่จับได้ก็ไม่ได้ถูกปล่อยให้กลายเป็นเพียงของที่ระลึก เพราะกุ้งเหล่านี้ถูกนำไปปรุงอาหารและกินกันจริง ๆ โดยเฉพาะกุ้งสีน้ำตาลจากทะเลเหนือ ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญของอาหารท้องถิ่น เช่น croquettes aux crevettes หรือคร็อกเกตกุ้งแบบฟลานเดอร์ส
นี่จึงเป็นเรื่องที่มีทั้งทะเล ม้า กุ้ง อาหาร ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมอยู่ในเรื่องเดียวกัน
จากสายตาคนนอก ภาพม้าตัวใหญ่เดินลงทะเลอาจดูเหมือนฉากจากนิทานแฟนตาซี
แต่สำหรับชาว Oostduinkerke มันคือภาพที่เชื่อมโยงกับชีวิตของบรรพบุรุษ
เป็นความรู้ที่ส่งต่อจากพ่อแม่สู่ลูก
เป็นงานที่ต้องรู้จักทั้งม้าและทะเล
และเป็นประเพณีที่ชุมชนยังพยายามทำให้คนรุ่นใหม่รู้จัก
บางทีสิ่งที่น่าสนใจที่สุดจึงไม่ใช่คำถามว่า
“ทำไมต้องขี่ม้าไปจับกุ้ง?”
แต่คือคำถามว่า
ในโลกที่มีวิธีจับกุ้งง่ายและรวดเร็วกว่านี้มากมาย ทำไมคนกลุ่มหนึ่งยังเลือกเก็บวิธีที่บรรพบุรุษเคยทำเอาไว้?
คำตอบอาจอยู่ตรงที่ว่า สำหรับชาว Oostduinkerke สิ่งที่พวกเขากำลังรักษาไว้ไม่ใช่แค่ “วิธีจับกุ้ง”
แต่คือ เรื่องราวของชุมชนที่เดินทางมากับคลื่นทะเลมาหลายร้อยปี
เขียนโดย thoughtloop
พอได้สังเกตสิ่งรอบตัว แล้วกลั่นออกมาเป็นตัวอักษร
เล่าเรื่องธรรมดาในวันที่หลายคนอาจมองข้าม
ความคิดเล็ก ๆ ที่อาจตรงกับใจของใครสักคน
Android Go ไม่ใช่ Android ปลอม: ทำไมมือถือสเปกต่ำยังใช้ได้ แม้ต้องตัดบางอย่างออก
เปิด 7 ธนบัตรรัชกาลที่ 9 ไทยในตำนานที่หาดูได้ยาก
“WC” ย่อมาจากอะไร? ที่มาของคำบนป้ายห้องน้ำที่เห็นกันบ่อย
งูพิษลอยน้ำ งูไม่มีพิษจมน้ำ จริงหรือ? ไขความเชื่อเก่าเกี่ยวกับงูในสายน้ำ
ประวัติศาสตร์รางวัลที่1สลากใบมีคนเคยถูกสูงสุด180ล้าน
ไมโครเวฟทำให้อาหารร้อนไม่เท่ากัน
เหรียญบาทไทยที่ถูกผลิตน้อยที่สุด และหาได้ยากมากที่สุดในปัจจุบัน
จับตาหวยลาว 18/8/69! เปิดสถิติวันอังคารย้อนหลัง เลขซ้ำ เลขวน เลขไหนมาแรง?
เปิด 7 ประเทศอาเซียนที่มีทองคำสำรองมากที่สุด ไทยอยู่อันดับที่เท่าไร?
ราคาน้ำมันวันนี้ 18 ส.ค. 69 ยังไม่เปลี่ยน! คนใช้รถเช็กเลย ดีเซล 37.54 บาท แก๊สโซฮอล์ 95 แตะ 36.84 บาท/ลิตร
อินเดียครองอันดับหนึ่งประชากรโลก แซงจีนแล้ว ตัวเลขล่าสุดสะท้อนอนาคตเอเชีย
จากคนงานสวนสู้ชีวิต วันนี้กลายเป็นเศรษฐี 12 ล้าน
เปิด 7 ประเทศอาเซียนที่มีทองคำสำรองมากที่สุด ไทยอยู่อันดับที่เท่าไร?
Android Go ไม่ใช่ Android ปลอม: ทำไมมือถือสเปกต่ำยังใช้ได้ แม้ต้องตัดบางอย่างออก
จับตาหวยลาว 18/8/69! เปิดสถิติวันอังคารย้อนหลัง เลขซ้ำ เลขวน เลขไหนมาแรง?
ไมโครเวฟทำให้อาหารร้อนไม่เท่ากัน



