หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ก่อนมีร้านสะดวกซื้อ ชุมชนไทยซื้อของกินกันอย่างไร

เขียนโดย thoughtloop

ทุกวันนี้ถ้าหิวตอนดึก แค่เดินออกจากบ้านไม่กี่นาที ก็อาจเจอร้านสะดวกซื้อที่มีตั้งแต่ข้าวกล่อง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ไข่ต้ม ขนม ไปจนถึงเครื่องดื่มเย็น ๆ วางเรียงกันเต็มชั้น

แต่ถ้าย้อนกลับไปในวันที่ยังไม่มีร้านสะดวกซื้อ ไม่มีแอปสั่งอาหาร และบางพื้นที่ยังไม่มีถนนสำหรับรถยนต์ การหาของกินสักมื้อไม่ได้ง่ายแบบนี้

คำถามจึงน่าสนใจว่า แล้วคนไทยสมัยก่อนซื้ออาหารกันที่ไหน?

คำตอบไม่ได้มีแค่ “ตลาด”

เพราะในแต่ละชุมชน ผู้คนมีวิธีหาของกินหลายแบบ ทั้งเดินไปตลาด ซื้อจากร้านขายของชำ ซื้อจากเรือที่พายมาขายหน้าบ้าน หรือบางครั้งก็ซื้อโดยตรงจากคนที่ปลูกหรือทำอาหารขึ้นมาเอง

ในชุมชนชนบทจำนวนมาก ตลาดมักเป็นศูนย์กลางสำคัญของชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะตลาดสดที่มีทั้งผัก ปลา เนื้อ ข้าว ของแห้ง และอาหารที่ปรุงเสร็จแล้ว คนในพื้นที่สามารถนำผลผลิตจากสวนหรือไร่มาขาย ขณะเดียวกันก็ซื้อของที่ตัวเองผลิตไม่ได้กลับบ้านไป

ระบบนี้ทำให้ตลาดไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ซื้อของ แต่เป็นพื้นที่ที่คนในชุมชนมาพบปะ แลกเปลี่ยนข่าวสาร และรู้จักกันด้วย

บางพื้นที่ตลาดตั้งอยู่ริมแม่น้ำหรือคลอง เพราะในอดีตเส้นทางน้ำเป็นเส้นทางหลักในการเดินทางและขนส่งสินค้า หลายชุมชนจึงเติบโตขึ้นรอบท่าเรือและตลาดริมน้ำ

ตัวอย่างเช่น อัมพวา เคยเป็นตลาดน้ำสำคัญและศูนย์กลางการค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้า ชีวิตของผู้คนผูกกับคลองอย่างมาก บ้านเรือนตั้งเรียงตามสองฝั่งน้ำ และการเดินทางรวมถึงการขนส่งสินค้าอาศัยเรือเป็นหลัก 

ในบางพื้นที่ คนขายไม่จำเป็นต้องมีแผงอยู่ในตลาดด้วยซ้ำ

พ่อค้าแม่ค้าสามารถนำสินค้าใส่เรือแล้วพายไปตามคลองเพื่อขายให้คนที่อาศัยอยู่ริมฝั่ง ลองนึกภาพว่าแทนที่จะเดินออกจากบ้านไปซื้อของ ผู้ซื้อเพียงรอให้เรือขายอาหารหรือเรือขายผักผ่านหน้าบ้าน แล้วเรียกเรือให้จอด

ตลาดจึงไม่ได้มีแค่สถานที่ แต่สามารถ “เคลื่อนที่” ไปหาคนซื้อได้

วิถีแบบนี้พบได้ในหลายชุมชนริมน้ำของไทย และยังมีร่องรอยให้เห็นอยู่ในตลาดน้ำบางแห่งจนถึงปัจจุบัน เช่น ตลาดน้ำบางพื้นที่มีทั้งผัก ผลไม้ ปลา อาหารปรุงสำเร็จ และขนมพื้นบ้านจากชาวสวนในละแวกนั้นนำมาขายเอง 

ถ้าเป็นชุมชนที่อยู่ห่างจากตลาดใหญ่ ก็มีร้านขายของชำเข้ามาช่วยเติมช่องว่าง

ร้านเหล่านี้ไม่ได้มีขนาดใหญ่ และไม่ได้มีสินค้าหลายหมื่นรายการเหมือนร้านสะดวกซื้อในปัจจุบัน แต่สามารถขายของจำเป็นที่คนต้องใช้เป็นประจำ เช่น ข้าวสาร น้ำปลา น้ำตาล ของแห้ง ขนม ยาสามัญบางชนิด และของใช้ในบ้าน

บางร้านเป็นเพียงส่วนหนึ่งของบ้าน คนขายอยู่ด้านหลัง ส่วนด้านหน้าทำเป็นร้านเล็ก ๆ มีของแขวนอยู่ตามผนัง วางอยู่บนชั้น และใส่ไว้ในโหลแก้ว

คนในชุมชนจึงไม่จำเป็นต้องเดินทางเข้าเมืองเพื่อซื้อของทุกอย่าง

และร้านแบบนี้ไม่ได้มีเฉพาะในชนบทเท่านั้น ตลาดชุมชนเก่าในหลายพื้นที่ก็เคยมีร้านขายของชำอยู่คู่กับร้านขายยา ร้านขนม ร้านทอง และร้านประเภทอื่น ๆ โดยเฉพาะชุมชนที่เติบโตขึ้นตามเส้นทางน้ำและการค้าขาย เช่น ตลาดโพนางดำในจังหวัดชัยนาท ซึ่งในอดีตมีทั้งร้านขายของชำ ของแห้ง ขนม ยา และตลาดสดอยู่ในพื้นที่เดียวกัน 

แต่ถ้าอยากได้อาหารสดจริง ๆ วิธีหนึ่งที่สำคัญมากคือ ซื้อจากคนผลิตโดยตรง

ชาวสวนอาจนำผัก ผลไม้ หรือปลาเข้ามาขายที่ตลาด ชาวประมงนำปลามาขาย คนทำขนมทำขนมออกมาขาย และบางครอบครัวก็ทำอาหารมากกว่าที่บ้านตัวเองกิน แล้วนำส่วนที่เหลือไปขายให้เพื่อนบ้าน

เส้นแบ่งระหว่าง “ผู้ผลิต” กับ “ผู้ขาย” จึงไม่ได้ชัดเจนเหมือนในระบบค้าปลีกสมัยใหม่

คนคนหนึ่งอาจเป็นชาวสวนตอนเช้า เป็นพ่อค้าในตลาดตอนสาย และกลับไปดูแลสวนในตอนบ่าย

นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมตลาดในอดีตจึงมักสะท้อนเศรษฐกิจของพื้นที่ได้ดีมาก ถ้าชุมชนทำสวน ตลาดก็เต็มไปด้วยผลไม้และผัก ถ้าอยู่ใกล้แม่น้ำก็มีปลาและสินค้าจากทางน้ำ ถ้าเป็นชุมชนค้าขายก็มีของจากต่างถิ่นเข้ามาหลากหลายขึ้น

อีกเรื่องที่น่าสนใจคือ คนสมัยก่อนไม่ได้จำเป็นต้องซื้ออาหารทุกมื้อ

ครัวเรือนจำนวนมากปลูกพืชบางอย่างไว้เอง เลี้ยงสัตว์บางชนิด จับปลา หรือทำอาหารจากวัตถุดิบที่หาได้รอบตัว การซื้ออาหารจึงเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการดำรงชีวิต ไม่ได้เป็นกิจกรรมที่ต้องทำทุกครั้งที่หิวเหมือนคนเมืองจำนวนมากในปัจจุบัน

ในบางชุมชน ผู้คนยังมีการถนอมอาหารเพื่อให้เก็บไว้กินได้นาน เช่น การตากแห้ง การหมัก การดอง การเค็ม และการรมควัน วิธีเหล่านี้ช่วยให้มีอาหารไว้กินในช่วงที่หาของสดได้ยาก

พูดง่าย ๆ คือ เมื่อก่อน ตู้เย็นไม่ได้อยู่ในบ้าน แต่ภูมิปัญญาในการเก็บอาหารอยู่ในครัว

และเมื่อถึงเวลาต้องซื้อของ คนก็ไม่ได้เดินเข้าร้านเดียวแล้วซื้อทุกอย่างกลับบ้านเหมือนทุกวันนี้

อาจซื้อผักจากตลาด ซื้อปลาอีกเจ้า ซื้อข้าวสารจากร้านขายของชำ ซื้อขนมจากคนทำขนม และซื้อผลไม้จากชาวสวนที่นำมาขายเอง

การซื้อของจึงใช้เวลามากกว่า แต่ก็ทำให้คนรู้จักแหล่งที่มาของอาหารมากกว่าในหลายกรณี

ที่น่าสนใจคือ เมื่อถนนและระบบขนส่งทางบกพัฒนาขึ้น รูปแบบการค้าก็เริ่มเปลี่ยนตาม จากเดิมที่ตลาดหลายแห่งพึ่งพาแม่น้ำและคลอง การขนส่งทางรถเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ตลาดที่เคยคึกคักริมคลองบางแห่งจึงเริ่มซบเซา ขณะที่ร้านค้าและตลาดที่อยู่ติดถนนกลับเติบโตขึ้น 

นี่เป็นหนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญของการซื้อของในชีวิตประจำวัน

จากเดิมที่คนอาจรอเรือขายของผ่านหน้าบ้าน ก็เริ่มเดินไปตลาดที่ติดถนน

จากตลาด ก็เกิดร้านขายของชำ

จากร้านขายของชำ ก็พัฒนาเป็นร้านค้ารูปแบบใหม่ที่มีสินค้าให้เลือกมากขึ้น

จนในที่สุดร้านสะดวกซื้อกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนไทย

ทุกวันนี้เราอาจไม่ต้องรู้ว่าข้าวกล่องมาจากไหน ผักปลูกที่ไหน หรือปลาเดินทางมาจากจังหวัดใด เพราะสินค้าทั้งหมดถูกนำมารวมไว้ในสถานที่เดียว

แต่ในอดีต การซื้ออาหารหนึ่งมื้ออาจทำให้เราได้พูดคุยกับคนหลายคน

ได้รู้ว่าวันนี้ชาวสวนมีอะไรออกมา

ได้รู้ว่าปลาจากแม่น้ำเข้ามาเมื่อไร

ได้รู้ว่าร้านขนมทำขนมอะไรใหม่

และบางทีอาจได้ข่าวคราวของทั้งชุมชนกลับบ้านไปพร้อมกับถุงกับข้าว

นี่อาจเป็นความแตกต่างที่น่าสนใจที่สุดระหว่างการซื้อของในอดีตกับปัจจุบัน

ร้านสะดวกซื้อทำให้ชีวิตง่ายขึ้น เพราะทุกอย่างมาอยู่ใกล้มือ

แต่ก่อนหน้านั้น ชุมชนไทยก็มีระบบของตัวเองที่ทำงานได้ดีไม่แพ้กัน

เพียงแต่ “ร้านค้า” ไม่ได้เป็นเพียงอาคารหนึ่งหลัง

มันอาจเป็นตลาดริมน้ำ เรือพายหนึ่งลำ แผงเล็ก ๆ หน้าบ้าน หรือคนขายของที่เดินทางไปหาลูกค้าถึงหน้าประตู

และก่อนที่คนไทยจะพูดว่า “เดี๋ยวแวะร้านสะดวกซื้อ”

ประโยคที่ใช้กันอาจเรียบง่ายกว่านั้นมาก

“ไปตลาดกัน” 

wiki community, google
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
thoughtloop's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 2 ครั้ง
เขียนโดย thoughtloop
เริ่มจาก Thoughtloop ...
พอได้สังเกตสิ่งรอบตัว แล้วกลั่นออกมาเป็นตัวอักษร
เล่าเรื่องธรรมดาในวันที่หลายคนอาจมองข้าม
ความคิดเล็ก ๆ ที่อาจตรงกับใจของใครสักคน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
“WC” ย่อมาจากอะไร? ที่มาของคำบนป้ายห้องน้ำที่เห็นกันบ่อย7 อาหารย่างเตาถ่านไทย เชฟต่างชาติโคตรสนใจ ด้วยกลิ่นควันทำให้อาหารไทยมีเสน่ห์ทำไมหลังฝนตกเราถึงได้กลิ่นดิน? จริง ๆ แล้วกลิ่นนั้นไม่ใช่แค่น้ำฝนผสมดินงูพิษลอยน้ำ งูไม่มีพิษจมน้ำ จริงหรือ? ไขความเชื่อเก่าเกี่ยวกับงูในสายน้ำเหรียญบาทไทยที่ถูกผลิตน้อยที่สุด และหาได้ยากมากที่สุดในปัจจุบันท่ารำไทยฝึกการควบคุมร่างกายอย่างเป็นระบบประวัติศาสตร์รางวัลที่1สลากใบมีคนเคยถูกสูงสุด180ล้านXPENG L03 รถไฟฟ้ารุ่นใหม่ที่กำลังเป็นกระแสในไทย: วิเคราะห์จุดขาย โอกาส และสิ่งที่ผู้ซื้อควรรู้ก่อนตัดสินใจจากคนงานสวนสู้ชีวิต วันนี้กลายเป็นเศรษฐี 12 ล้านเปิด 7 ธนบัตรรัชกาลที่ 9 ไทยในตำนานที่หาดูได้ยากทำไมคนถึงโอนเงินให้สแกมเมอร์ ทั้งที่รู้ว่าเสี่ยง? เบื้องหลังไม่ใช่ความโง่ แต่คือการถูกเร่งให้ตัดสินใจ4 อันดับ ธนบัตรไทย ที่ผลิตน้อยที่สุด
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ทำไมหลังฝนตกเราถึงได้กลิ่นดิน? จริง ๆ แล้วกลิ่นนั้นไม่ใช่แค่น้ำฝนผสมดินท่ารำไทยฝึกการควบคุมร่างกายอย่างเป็นระบบทำไมเงินไทยจึงใช้หน่วยว่า “บาท”
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ทำไมศาลพระภูมิจึงมีเสาเพียงต้นเดียว แต่ศาลเจ้าที่บางแบบมีหลายเสาเรือนแพหายไปไหน จากบ้านที่เคยมีคนอยู่เต็มแม่น้ำทำไมหลังฝนตกเราถึงได้กลิ่นดิน? จริง ๆ แล้วกลิ่นนั้นไม่ใช่แค่น้ำฝนผสมดิน"ดึงเช็ง" แปลว่าอะไร? สแลงรุ่นเก๋าประวิงเวลา...ที่สายยื้อชอบใช้กัน!
ตั้งกระทู้ใหม่