ทำไมเงินไทยจึงใช้หน่วยว่า “บาท”
ทุกวันนี้เวลาเดินเข้าไปซื้อข้าวหนึ่งจาน เราอาจพูดว่า “50 บาท” ซื้อกาแฟแก้วหนึ่งก็ “70 บาท” หรือเงินเดือนออกก็พูดกันเป็นหลักหมื่นหลักแสน จนคำว่า “บาท” กลายเป็นคำธรรมดาที่อยู่ในชีวิตประจำวันแทบทุกวัน
แต่เคยสงสัยไหมว่า ทำไมเงินไทยถึงเรียกว่า “บาท” แล้วคำนี้มาเกี่ยวข้องกับเรื่องเงินได้อย่างไร ทั้งที่คำว่า “บาท” ในภาษาไทยก็มีความหมายว่าเท้า เช่น พระบาท หรือพุทธบาท
ความจริงแล้วเรื่องนี้น่าสนใจ เพราะ “บาท” ไม่ได้เริ่มต้นจากการเป็นชื่อสกุลเงินแบบที่เราเข้าใจกันในปัจจุบัน แต่มีรากมาจากคำที่เกี่ยวข้องกับ “ส่วนหนึ่งในสี่” และค่อย ๆ เข้ามาเกี่ยวข้องกับมาตราชั่งน้ำหนัก ก่อนจะกลายมาเป็นหน่วยเงินของไทยในเวลาต่อมา
คำว่า “บาท” มีรากศัพท์เชื่อมโยงกับภาษาบาลีและสันสกฤต โดยคำว่า pāda มีความหมายดั้งเดิมว่า “เท้า” และมีความหมายในเชิง “หนึ่งในสี่” ด้วย แนวคิดนี้สัมพันธ์กับภาพของสัตว์สี่เท้า ซึ่งหนึ่งเท้าคือหนึ่งในสี่ของทั้งตัว คำดังกล่าวแพร่เข้าสู่ภาษาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และพัฒนารูปคำจนกลายเป็น “บาท” ในภาษาไทย
แต่เส้นทางจาก “หนึ่งในสี่” มาสู่ “เงินหนึ่งบาท” ยังมีเรื่องสำคัญอีกขั้น
ในอดีต ระบบเงินของไทยมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับ น้ำหนักของโลหะมีค่า โดยเฉพาะเงิน เพราะก่อนที่เราจะมีเหรียญและธนบัตรแบบทุกวันนี้ มูลค่าของเงินไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวเลขที่พิมพ์อยู่บนธนบัตร แต่เกี่ยวข้องกับน้ำหนักและเนื้อโลหะ
หนึ่งในเงินตราที่รู้จักกันดีคือ เงินพดด้วง ลักษณะเป็นก้อนเงินที่ถูกทำให้ขดและมีตราประทับของรัฐ เงินพดด้วงมีหลายขนาดและหลายหน่วยราคา เช่น บาท สลึง และเฟื้อง โดยมูลค่ามีความสัมพันธ์กับน้ำหนักของโลหะเงินที่ใช้ผลิต
มาตราเงินแบบดั้งเดิมจึงมีความเชื่อมโยงกับมาตราชั่ง เช่น 4 สลึงเป็น 1 บาท, 4 บาทเป็น 1 ตำลึง และ 20 ตำลึงเป็น 1 ชั่ง ระบบนี้ทำให้คำว่า “บาท” ไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขสำหรับบอกมูลค่า แต่ยังเกี่ยวข้องกับน้ำหนักของโลหะที่ใช้เป็นเงินด้วย
พูดง่าย ๆ คือ ในอดีตคำว่า “หนึ่งบาท” มีภาพของเงินที่สามารถนำไปชั่งน้ำหนักได้อยู่เบื้องหลัง
นี่จึงทำให้คำว่า “บาท” มีเรื่องราวแตกต่างจากคำเรียกสกุลเงินที่ถูกสร้างขึ้นในยุคใหม่ เพราะมันเติบโตมาจากระบบการชั่ง ตวง วัด และการใช้โลหะมีค่าในการแลกเปลี่ยน
หลักฐานด้านมาตราชั่งแบบไทยระบุว่า 1 บาทมีน้ำหนักประมาณ 15 กรัม และมีการใช้คำว่า “บาท” เป็นหน่วยน้ำหนักของโลหะด้วย
ลองนึกภาพย้อนกลับไปในสมัยที่ยังไม่มีธนบัตรใบละ 20 หรือ 100 บาท เวลาซื้อขายสินค้ามูลค่าสูง ผู้คนไม่ได้เพียงหยิบเหรียญออกมานับเหมือนทุกวันนี้ แต่ระบบเงินเกี่ยวข้องกับโลหะที่มีน้ำหนักและมาตรฐานของมันเอง
เมื่อการค้าขยายตัว ระบบเงินก็เริ่มเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในช่วงที่สยามติดต่อค้าขายกับต่างประเทศมากขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 ความต้องการเงินเพิ่มขึ้นอย่างมาก จนการผลิตเงินพดด้วงแบบเดิมไม่สามารถรองรับความต้องการได้เพียงพอ และยังมีปัญหาเรื่องเงินพดด้วงปลอมด้วย
จึงเริ่มมีการนำเงินกระดาษเข้ามาใช้ในปี พ.ศ. 2396 เรียกว่า “หมาย” แม้จะยังไม่แพร่หลายมากนัก เพราะประชาชนคุ้นเคยกับเงินโลหะมากกว่า
ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 ระบบธนบัตรได้รับการพัฒนาอย่างจริงจัง พระราชบัญญัติธนบัตรสยาม รัตนโกสินทรศก 121 ประกาศใช้ใน พ.ศ. 2445 และธนบัตรเริ่มนำออกใช้สำหรับประชาชนอย่างเป็นทางการในวันที่ 23 กันยายนปีเดียวกัน
ธนบัตรรุ่นแรก ๆ ก็มีหน่วยราคาเป็น บาท อยู่แล้ว ตั้งแต่ 1 บาท 5 บาท 10 บาท ไปจนถึง 1,000 บาท
จากตรงนั้น “บาท” จึงค่อย ๆ หลุดออกจากภาพของก้อนเงินโลหะที่ต้องชั่งน้ำหนัก และกลายเป็นหน่วยเงินที่เราคุ้นเคยในปัจจุบัน
ระบบยังเปลี่ยนไปอีกครั้งเมื่อไทยเข้าสู่ระบบเงินแบบทศนิยม โดยกำหนดให้ 1 บาทเท่ากับ 100 สตางค์ ซึ่งเป็นโครงสร้างที่ใช้มาจนถึงปัจจุบัน และกฎหมายเงินตราของไทยก็กำหนดอย่างชัดเจนว่า หน่วยของเงินตราเรียกว่า “บาท” และหนึ่งบาทแบ่งเป็นหนึ่งร้อยสตางค์
เพราะฉะนั้น เวลาเราพูดว่า “มีเงินอยู่ 100 บาท” ตัวเลข 100 ในวันนี้ไม่ได้หมายถึงน้ำหนักเงิน 100 บาทแบบในอดีตอีกแล้ว แต่หมายถึงมูลค่าของเงินตามระบบการเงินสมัยใหม่
เรื่องราวของคำว่า “บาท” จึงเหมือนการเดินทางของคำคำหนึ่งที่เปลี่ยนความหมายไปพร้อมกับสังคม
จากรากศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับ “เท้า” และ “หนึ่งในสี่” เดินทางมาสู่การเป็นหน่วยชั่งน้ำหนัก จากนั้นกลายเป็นหน่วยของเงินโลหะ ก่อนจะพัฒนามาเป็นหน่วยเงินของธนบัตร เหรียญ และระบบการเงินดิจิทัลที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้
และมีเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจมาก
แม้ทุกวันนี้เราแทบไม่ได้จับเงินพดด้วงแล้ว แต่คำว่า “บาท” ยังคงอยู่กับเราทุกครั้งที่ซื้อของ จ่ายค่าอาหาร โอนเงิน หรือดูราคาสินค้า
คำธรรมดาที่เราใช้วันละหลายครั้ง จึงมีประวัติยาวไกลกว่าที่คิด
เงินบาทในกระเป๋าวันนี้ อาจไม่ได้มีรูปร่างเหมือนเงินโบราณ แต่ชื่อของมันยังพกเรื่องราวจากอดีตติดตัวมาจนถึงปัจจุบัน
เขียนโดย thoughtloop
พอได้สังเกตสิ่งรอบตัว แล้วกลั่นออกมาเป็นตัวอักษร
เล่าเรื่องธรรมดาในวันที่หลายคนอาจมองข้าม
ความคิดเล็ก ๆ ที่อาจตรงกับใจของใครสักคน
3 พิธีกรชื่อดังที่มีค่าตัวแพงมากที่สุด
เปิด 5 มหาวิทยาลัยไทย ที่เรียนจบยากที่สุด ต้องผ่านกี่ด่านกว่าจะได้ปริญญา
จังหวัดรวยที่สุดในไทย คำตอบอาจไม่ใช่กรุงเทพฯ และอันดับ 1 ตัวเลขเกือบล้าน!
เปิด 5 โรงเรียนเฉพาะทางที่สอบเข้ายาก ที่นั่งน้อยแต่คนแห่สมัคร ใครอยากเข้าเตรียมตัวให้ดี
เปิด 5 มหาวิทยาลัยไทยที่มีวิทยาเขตมากที่สุด
5 อำเภอเมืองบนดอยของไทย ที่ระดับความสูงสร้างเสน่ห์ต่างจากพื้นราบ
4 จังหวัดยอดนิยม ที่ชาวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวและอาศัยมากที่สุด
จังหวัดที่มีโรงงานมากที่สุดในประเทศไทย
ปลากัดมหาชัย อัญมณีลับกลางป่าจาก ทำไมปลาตัวนี้ถึงอยู่ในน้ำกร่อยได้?
เลขเด่น 16/9/69 สำนักไหนให้เลขอะไร? เทียบชัด ๆ เลขไหนชนกันหลายสำนัก
กฏ8-8-8
เปิด 7 อาชีพในไทยที่รายได้ดี แต่คนทั่วไปแทบไม่รู้ว่ามีอาชีพนี้
😯 ชวนเข้ามาดูภาพที่จะพิสูจน์ว่าสิ่งไม่คาดคิดอาจเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา 😁
3 พิธีกรชื่อดังที่มีค่าตัวแพงมากที่สุด
จังหวัดรวยที่สุดในไทย คำตอบอาจไม่ใช่กรุงเทพฯ และอันดับ 1 ตัวเลขเกือบล้าน!
เปิด 5 โรงเรียนเตรียมอนุบาลในไทย ค่าเทอมแพงจนต้องร้องว้าว! อันดับ 1 จ่ายปีละกี่แสน?
จังหวัดที่มีโรงงานมากที่สุดในประเทศไทย
ปลากัดมหาชัย อัญมณีลับกลางป่าจาก ทำไมปลาตัวนี้ถึงอยู่ในน้ำกร่อยได้?


