เกาะลอยน้ำอูรอส ภูมิปัญญาจากต้นโทโทล่าแห่งทะเลสาบติติกากา
บนความสูงราว 3,810 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ณ ทะเลสาบติติกากา บนที่ราบสูงแอนดีสระหว่างเปรูและโบลิเวีย มีชุมชนหนึ่งที่สืบทอดวิถีชีวิตบน “เกาะลอยน้ำ” มาหลายชั่วอายุคน นั่นคือ ชาวอูรอส (Uros) กลุ่มชนพื้นเมืองที่ผูกพันกับทะเลสาบและพืชน้ำอย่าง โทโทล่า (Totora) มาอย่างยาวนาน
ข้อมูลของกระทรวงวัฒนธรรมเปรูระบุว่า ชาวอูรอสในบริเวณอ่าวปูโนตั้งถิ่นฐานบนแพขนาดใหญ่ที่ทำจากโทโทล่ามานานหลายศตวรรษ และได้พัฒนาความรู้ในการใช้พืชชนิดนี้สร้างทั้งเกาะ ที่อยู่อาศัย และเรือสำหรับเดินทางหรือทำประมง
ภูมิปัญญาการสร้าง “แผ่นดิน” บนผืนน้ำ
เกาะของชาวอูรอสไม่ได้เกิดจากการนำฟางธรรมดามามัดรวมกัน แต่สร้างขึ้นจากส่วนของ โทโทล่า ซึ่งเป็นพืชน้ำที่ขึ้นอยู่ทั่วไปบริเวณทะเลสาบติติกากา
ฐานสำคัญของเกาะใช้ก้อนรากและดินที่ยึดเกาะกันตามธรรมชาติ หรือที่เรียกว่า Khili ก่อนจะนำต้นโทโทล่ามาวางซ้อนทับเป็นชั้น ๆ ด้านบน เมื่อชั้นที่อยู่ใกล้น้ำเริ่มเสื่อมสภาพ ชาวบ้านจึงต้องเติมโทโทล่าชั้นใหม่เพื่อรักษาพื้นเกาะเอาไว้ ข้อมูลจากกระทรวงการค้าต่างประเทศและการท่องเที่ยวเปรูยังระบุว่า เกาะบางกลุ่มถูกยึดให้อยู่กับที่ด้วยเสาไม้ยูคาลิปตัสที่ปักลงสู่ก้นทะเลสาบ
เมื่อลองเดินบนพื้นเกาะ ผู้มาเยือนจึงอาจสัมผัสได้ถึงความยืดหยุ่นของชั้นโทโทล่า แตกต่างจากการเดินอยู่บนพื้นดินแข็งทั่วไป
พืชชนิดเดียวกันยังถูกนำไปใช้ทำสิ่งของอีกหลายอย่าง ตั้งแต่บ้าน เรือ ไปจนถึงงานหัตถกรรม งานศึกษาด้านวัสดุก่อสร้างระบุว่า เทคนิคของชาวอูรอสอาศัยการมัด การสาน และการใช้ลำต้นโทโทล่าเป็นวัสดุสำคัญในการสร้างบ้าน เรือ และเกาะเทียม โดยมีการสืบทอดการใช้งานลักษณะนี้มานานกว่า 500 ปี
วิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป แต่โทโทล่ายังเป็นหัวใจสำคัญ
ในอดีต ชีวิตของชาวอูรอสผูกพันกับการจับปลา ล่านกน้ำ เก็บทรัพยากรจากทะเลสาบ และตัดโทโทล่ามาใช้ประโยชน์ ส่วนในปัจจุบัน การท่องเที่ยวเข้ามามีบทบาทต่อเศรษฐกิจของหลายครอบครัว โดยมีทั้งบริการล่องเรือ การขายงานหัตถกรรม และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ขณะเดียวกัน ชุมชนที่อยู่ห่างจากเส้นทางท่องเที่ยวยังคงพึ่งพากิจกรรมดั้งเดิม เช่น การประมง การล่าสัตว์ และการเก็บทรัพยากรจากธรรมชาติมากกว่า
ความรู้เรื่องการจัดการโทโทล่าของชาวอูรอสมีความสำคัญมากกว่าการเป็นเพียงจุดขายสำหรับนักท่องเที่ยว โดยเมื่อวันที่ 18 มกราคม 2013 กระทรวงวัฒนธรรมเปรูได้ประกาศให้ ความรู้และการปฏิบัติดั้งเดิมในการจัดการโทโทล่าของชาวอูรอส เป็นมรดกวัฒนธรรมของชาติ เพื่อสะท้อนถึงความสามารถของชุมชนในการปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมและสร้างเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของตนเอง
เกาะลอยน้ำเหล่านี้จึงไม่ได้เป็นเพียงสถานที่อยู่อาศัยที่แปลกตา แต่เป็นผลจากภูมิปัญญาในการนำทรัพยากรที่มีอยู่รอบตัวมาสร้างพื้นฐานของชีวิต ตั้งแต่พื้นสำหรับยืน บ้านสำหรับพักอาศัย ไปจนถึงเรือที่ใช้เดินทาง
ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลก ชาวอูรอสยังคงรักษาความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน ทะเลสาบ และต้นโทโทล่าเอาไว้ ทำให้เกาะลอยน้ำกลางทะเลสาบติติกากายังคงเป็นหนึ่งในภาพสะท้อนที่ชัดเจนของการปรับตัวของมนุษย์ต่อธรรมชาติ
เขียนโดย แด๊ดดี้จอแดน โค้ดชีวิตพลิกชะตา
งูพิษลอยน้ำ งูไม่มีพิษจมน้ำ จริงหรือ? ไขความเชื่อเก่าเกี่ยวกับงูในสายน้ำ
ย้อน 9 วิธีแอบบอกรักยุค 90 เมื่อทุกข้อความต้องใช้ความกล้า
จากคนงานสวนสู้ชีวิต วันนี้กลายเป็นเศรษฐี 12 ล้าน
ฟลอเรสยังเผชิญผลกระทบแผ่นดินไหว M7.7 ยอดเสียชีวิตเพิ่มเป็น 54 ราย
ภาพวันวาน “ปทุมคงคา” ปี 2518 ย้อนรอยโรงเรียนชายล้วนย่านเอกมัย ใกล้ท้องฟ้าจำลอง
เหรียญบาทไทยที่ถูกผลิตน้อยที่สุด และหาได้ยากมากที่สุดในปัจจุบัน
เปิด 7 ธนบัตรรัชกาลที่ 9 ไทยในตำนานที่หาดูได้ยาก
เลขเด็ด "เสือตกถังพลังเงินดี" งวดวันที่ 1 กันยายน 69..งวดนี้เลขเด่น 2 มาแรง!!
เมืองโบราณที่หายจากประวัติศาสตร์ ก่อนถูกค้นพบโดยความบังเอิญ
นาฬิกา 350 บาทที่ยังชนะ Apple Watch ด้วยความเรียบง่ายที่ใช้ได้จริง
ประวัติศาสตร์รางวัลที่1สลากใบมีคนเคยถูกสูงสุด180ล้าน
ปลาหมึกเกาะหน้าชาวประมงฟิลิปปินส์ หลังจับขึ้นเรือกลางทะเล
ภาพวันวาน “ปทุมคงคา” ปี 2518 ย้อนรอยโรงเรียนชายล้วนย่านเอกมัย ใกล้ท้องฟ้าจำลอง
แจกสูตร "เต้าหู้นึ่งซีอิ๊ว" เมนูคลีนทำง่าย อร่อยย่อยง่าย ได้ประโยชน์เต็มคำ
เลขเด็ด "เสือตกถังพลังเงินดี" งวดวันที่ 1 กันยายน 69..งวดนี้เลขเด่น 2 มาแรง!!
"เลือดเนื้อเชื้อไข" สำนวนไทย 4 คำโบราณ ที่คนต่างชาติเรียนภาษาไทยฟังแล้วมีงง!
เปิด 5 น้ำตกที่อลังการที่สุดในไทย ใครชอบธรรมชาติต้องไปสักครั้ง
ค่าไฟใหม่ ก.ย. 69 บ้านใช้เยอะต้องจ่ายแพงขึ้นจริงหรือ?







