หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

จาก “เรือแทบไม่มีวันจม” สู่ตำนานไททานิก และบทเรียนที่เปลี่ยนความปลอดภัยทางทะเล

เขียนโดย ladda

ไททานิก เรือแห่งความฝันกับตำนานโศกนาฏกรรมที่ไม่มีวันจมหาย

หากพูดถึงโศกนาฏกรรมทางทะเลที่ผู้คนทั่วโลกยังจดจำ หลายคนก็คงนึกถึง เรือไททานิก (RMS Titanic) เรือโดยสารของ White Star Line ซึ่งจมลงระหว่างการเดินทางเที่ยวปฐมฤกษ์ในเดือนเมษายน 1912 หลังชนภูเขาน้ำแข็งกลางมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ และมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 1,500 คน

 

เรื่องราวของไททานิกไม่ได้มีเพียงคืนแห่งโศกนาฏกรรมเท่านั้น เพราะก่อนออกเดินทาง เรือขนาดมหึมาลำนี้คือหนึ่งในสัญลักษณ์ของความก้าวหน้าด้านวิศวกรรมในยุคนั้น จนถูกกล่าวถึงว่า “practically unsinkable” หรือ “แทบไม่มีวันจม” ความเชื่อมั่นนี้เองยิ่งทำให้สิ่งที่เกิดขึ้นกลายเป็นเหตุการณ์ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วโลก

● การสร้างเรือที่ “แทบไม่มีวันจม”

การสร้างไททานิกเริ่มจากการวางกระดูกงูเรือ หรือ keel เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 1909 ที่อู่ Harland & Wolff เมืองเบลฟาสต์ ก่อนปล่อยเรือลงน้ำวันที่ 31 พฤษภาคม 1911 และส่งมอบให้ White Star Line ในวันที่ 2 เมษายน 1912 รวมระยะเวลาตั้งแต่เริ่มวางกระดูกงูจนเสร็จสมบูรณ์มากกว่า 3 ปี

ภายในเรือมีหม้อไอน้ำ 29 หม้อ แบ่งเป็นแบบสองด้าน 24 หม้อ และแบบด้านเดียว 5 หม้อ ระบบขับเคลื่อนไม่ได้มีเพียงเครื่องยนต์ขนาดใหญ่สองเครื่องอย่างที่มักอธิบายกัน แต่ประกอบด้วยเครื่องยนต์ไอน้ำแบบลูกสูบ 2 เครื่อง ร่วมกับกังหันไอน้ำแรงดันต่ำอีก 1 เครื่อง สำหรับขับใบจักรสามชุด

อีกหนึ่งส่วนสำคัญคือระบบป้องกันน้ำท่วม ตัวเรือถูกแบ่งด้วยผนังกั้นน้ำตามขวาง 15 แนว เป็นห้องหลัก 16 ส่วน แนวคิดก็คือ หากบางห้องเกิดความเสียหาย น้ำจะถูกจำกัดให้อยู่ในบริเวณนั้นแทนที่จะไหลไปทั่วทั้งลำเรือ

ตามการวิเคราะห์ของคณะสอบสวนอังกฤษ ไททานิกสามารถลอยอยู่ได้หากห้องด้านหน้าบางส่วนถูกน้ำท่วมถึง 4 ห้อง แต่ความเสียหายจากการชนทำให้น้ำทะเลเข้าสู่ 5 ห้องด้านหน้า เมื่อหัวเรือจมต่ำลง น้ำจึงสามารถล้นผ่านระดับบนของผนังกั้นไปยังส่วนถัด ๆ ไป และท้ายที่สุดเรือก็ไม่สามารถรักษาการลอยตัวไว้ได้

นี่จึงเป็นรายละเอียดสำคัญของคำว่า “แทบไม่มีวันจม” เพราะไททานิกไม่ได้ถูกออกแบบให้รับมือกับความเสียหายทุกแบบโดยไม่มีขีดจำกัด ระบบกั้นน้ำช่วยเพิ่มความปลอดภัยได้ แต่ความเสียหายในคืนนั้นเกินกว่าขอบเขตที่การออกแบบสามารถรองรับได้

 

● คืนที่เปลี่ยนประวัติศาสตร์การเดินเรือ

คืนวันที่ 14 เมษายน 1912 ไททานิกชนภูเขาน้ำแข็งบริเวณด้านขวาของหัวเรือ และจมลงในช่วงเช้ามืดวันที่ 15 เมษายน ระหว่างการเดินทางเที่ยวแรกจากอังกฤษไปยังนครนิวยอร์ก โศกนาฏกรรมครั้งนั้นทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 1,500 คน

สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้หมายความว่าความปลอดภัยในการเดินเรือยุคนั้นไม่มีประโยชน์ แต่แสดงให้เห็นว่ามาตรการที่มีอยู่ยังไม่เพียงพอสำหรับเหตุการณ์ร้ายแรงในลักษณะนี้ โดยเฉพาะเมื่อความเสียหายเกิดขึ้นพร้อมกันหลายส่วนของลำเรือ

ผลจากโศกนาฏกรรมไททานิกกลายเป็นแรงผลักดันสำคัญให้ประชาคมระหว่างประเทศทบทวนมาตรฐานความปลอดภัยทางทะเล และนำไปสู่ อนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยความปลอดภัยแห่งชีวิตในทะเล หรือ SOLAS ฉบับแรกในปี 1914 ซึ่งพัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองต่อภัยพิบัติไททานิกโดยตรง รวมถึงการวางข้อกำหนดด้านอุปกรณ์ช่วยชีวิตสำหรับเรือที่เดินทางระหว่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม SOLAS ฉบับปี 1914 ไม่ได้มีผลบังคับใช้ตามที่ตั้งใจ เนื่องจากสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ก่อนที่หลักการด้านความปลอดภัยหลายส่วนจะถูกพัฒนาต่อในอนุสัญญาฉบับหลัง ๆ และกลายเป็นพื้นฐานสำคัญของมาตรฐานความปลอดภัยทางทะเลในเวลาต่อมา

แม้เวลาจะผ่านไปกว่าหนึ่งศตวรรษ เรื่องราวของไททานิกยังคงอยู่ในความทรงจำ ไม่ใช่เพียงเพราะเป็นเรือใหญ่ที่จมลงในเที่ยวปฐมฤกษ์ แต่เพราะเหตุการณ์ครั้งนั้นเตือนให้เห็นว่า ต่อให้เทคโนโลยีก้าวหน้าเพียงใด ความปลอดภัยก็ยังต้องอาศัยการออกแบบที่รอบคอบ การเตรียมพร้อม และการเรียนรู้จากสิ่งที่เคยเกิดขึ้น

 

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ladda's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 83 ครั้ง
เขียนโดย ladda
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
10 VOTES (5/5 จาก 2 คน)
VOTED: ราชสีห์ขี่เป็ด, ladda
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เมื่อหยดน้ำฝนไม่ได้ทำให้รถของเราแค่เปียก แต่มันทำให้รถของเราเสื่อมสภาพได้...โรงเรียนมัธยมที่มีการแข่งขันกันสูงและสอบเข้ายากมากที่สุดในประเทศไทยชาวบ้านเปิดเบื้องหลัง “อดีตพระอติโชติ” เผยไม่เคยเห็นออกบิณฑบาต ลูกศิษย์ดูแลถึงกุฏิ คัดคนเข้าพบ เน้นญาติโยมมีฐานะเห็นทุกครั้งแต่แทบไม่เคยสนใจ หลักกิโลเมตรข้างถนนมีไว้ทำอะไรประเทศที่บินเข้าประเทศไทยมากที่สุด อันดับที่ 1 ของโลกเผย 10 เมืองยอดฮิตที่ นทท.ต้องกลับมาเยือนซ้ำ.."กรุงเทพฯ" รั้งอันดับ 2ความลับใต้สายน้ำ: ทำไม “สมบัติทองคำ” ใต้แม่น้ำเจ้าพระยาจึงไม่มีใครแตะต้องได้AI วิเคราะห์สถิติเลขท้าย 3 ตัวบนและเลขท้าย 2 ตัวล่าง งวด 16 ก.ย.69เปิด 5 ห้างที่เงินสะพัดมากที่สุดในไทย อันดับ 1 คนเดินวันละหลักแสน“ดาบตำรวจ” ถูกจับคากระท่อมสวนยาง หลังชาวบ้านร้องเรียน พบยาบ้า 17 เม็ด ตรวจฉี่เจอสารเสพติดอุตุฯ เตือน 9-11 ก.ย. ฝนหนักถึงหนักมากจังหวัดไหนมีรถยนต์มากที่สุด เปิดสถิติรถจดทะเบียนสะสมล่าสุด มีรถกว่า 12.4 ล้านคัน จากทั่วประเทศกว่า 45 ล้านคัน
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ชาวบ้านเปิดเบื้องหลัง “อดีตพระอติโชติ” เผยไม่เคยเห็นออกบิณฑบาต ลูกศิษย์ดูแลถึงกุฏิ คัดคนเข้าพบ เน้นญาติโยมมีฐานะเมื่อหยดน้ำฝนไม่ได้ทำให้รถของเราแค่เปียก แต่มันทำให้รถของเราเสื่อมสภาพได้...อุตุฯ เตือน 9-11 ก.ย. ฝนหนักถึงหนักมากเผย 10 เมืองยอดฮิตที่ นทท.ต้องกลับมาเยือนซ้ำ.."กรุงเทพฯ" รั้งอันดับ 2เปิด 5 โรงเรียนประจำที่สอบเข้ายากที่สุดในไทย อันดับ 1 สมัครกี่คน รับกี่คน?จังหวัดไหนโกยเงินเที่ยวสูงสุด เกือบล้านล้านบาท
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ทำไมนักวาดการ์ตูนถึงถูกเรียกว่า "อาจารย์" เปิดที่มาคำสรรพนามที่มากกว่าแค่ความเคารพเมื่อหยดน้ำฝนไม่ได้ทำให้รถของเราแค่เปียก แต่มันทำให้รถของเราเสื่อมสภาพได้...งานวิจัยใหม่ ออกแรงแค่ 3 นาที แต่ร่างกายกลับมีความเปลี่ยนแปลงมหาศาลวันเดียว 900 ล้าน! เปิด 5 ตลาดที่มีเงินสะพัดสูงสุด
ตั้งกระทู้ใหม่