หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ดาวที่ใหญ่กว่า 'พระอาทิตย์' และทำไมมันถึงน่ากลัว

เขียนโดย superjay24

แสงแดดที่แผดเผาผิวหนังของเราและละลายเมคอัพในทุกๆ  เช้าจนแทบจะลืมตาไม่ขึ้นนั้น ทำให้เรายึดติดกับภาพจำที่ว่าดวงอาทิตย์คือตัวพ่อแห่งความยิ่งใหญ่ 1 เดียวในกาแล็กซี ความร้อนแรงและขนาดที่สามารถนำโลกของเรายัดเข้าไปด้านในได้มากถึง 1,000,000 ใบ ทำให้เราหลงคิดไปว่ามันคือราชาแห่งท้องฟ้า ทว่าในมาตรวัดของจักรวาลนั้น

 ดวงอาทิตย์ของเรากลับถูกจัดอยู่ในหมวดหมู่ดาวฤกษ์ขนาดกลางค่อนไปทางเล็กด้วยซ้ำ เป็นเพียงเปลวไฟกองเล็กๆ ที่ลุกโชนอยู่ท่ามกลางกลุ่มดาวจำนวน 100,000,000,000 ดวงในทางช้างเผือก หากเราจัดกระเป๋าออกเดินทางจากระบบสุริยะมุ่งหน้าลึกเข้าไปยังบริเวณแขนของกาแล็กซีที่มีชื่อว่า Scutum Centaurus ด้วยระยะทางไกลถึง 20000 ปีแสง เราจะได้เผชิญหน้ากับวัตถุขนาดยักษ์ที่มีชื่อว่า Stephenson 2-18 แม้ชื่อของมันจะฟังดูแข็งกระด้างราวกับรหัสพัสดุเตรียมจัดส่ง

แต่ความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังรหัสนี้คือมอนสเตอร์ที่ทำให้ดวงอาทิตย์ของเรากลายเป็นเพียงเศษฝุ่นไปเลย หากนำ Stephenson 2-18 มาทำเป็นภาชนะว่างเปล่า เราจะสามารถเทดวงอาทิตย์ลงไปบรรจุไว้ด้านในได้มากถึง 1000000000 ดวง ขนาดของมันกว้างใหญ่เสียจนหากเรานำแสงซึ่งเป็นสิ่งที่เดินทางเร็วที่สุดในอวกาศมาวิ่งวนรอบเส้นรอบวง แสงที่สามารถวิ่งวนรอบโลกได้ถึง 7 รอบใน 1 วินาที กลับต้องใช้เวลานานถึง 9 ชั่วโมงเพื่อเดินทางกลับมายังจุดเริ่มต้น หรือหากเปรียบเทียบกับสายการบินระดับตำนานที่พาเราข้ามทวีปในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง หากต้องบินวนรอบพื้นผิวของดาวดวงนี้ด้วยความเร็วคงที่โดยไม่มีการหยุดพัก เครื่องบินลำนั้นจะต้องใช้เวลาบินต่อเนื่องยาวนานถึง 500 ปี ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ยาวนานกว่าอายุของหลายประเทศบนโลกเสียอีก ความใหญ่โตระดับตะลึงที่ทำให้สมองของเรารู้สึกสับสนนี้เองคือจุดเริ่มต้นของภัยพิบัติที่กำลังกัดกินตัวมันเองอยู่ทุกเวลา

กฎแห่งความขัดแย้ง ยิ่งใหญ่ยิ่งอายุสั้น

การเติบโตขึ้นมักมาพร้อมกับความมั่นคงและรากฐานที่แข็งแรงเสมอในโลกของมนุษย์ ทว่าในกฎเกณฑ์ของห้วงอวกาศกลับทำงานในรูปแบบที่สวนทางกันอย่างสิ้นเชิง ธรรมชาติของดาวฤกษ์ทุกดวงไม่ได้เป็นเพียงก้อนไฟที่ลุกไหม้อย่างสงบนิ่งให้เราถ่ายรูปลงโซเชียลเก๋ๆ แต่ลึกลงไปในแกนกลางของมันคือสมรภูมิรบที่ดุเดือดที่สุดเท่าที่เคยมีมา มันคือการต่อสู้กันระหว่าง 2 พลังงานหลัก พลังงานที่ 1 คือแรงโน้มถ่วงที่พยายามบีบอัดทุกสิ่งทุกอย่างให้ยุบตัวเข้าสู่แกนกลาง

พลังงานที่ 2 คือแรงดันจากปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชันที่พยายามระเบิดพลังงานออกสู่ภายนอก ตราบใดที่ 2 พลังงานนี้ยังคงรักษาสมดุลกันได้ ดาวฤกษ์ก็จะสามารถส่องสว่างต่อไปได้อย่างยาวนาน ดวงอาทิตย์ของเราเปรียบเสมือนเทียนไขเล่มเล็กที่ค่อยๆ เผาไหม้เชื้อเพลิงไปอย่างช้าๆ ทำให้มันสามารถมีอายุขัยยืนยาวได้ถึง 10,000,000,000 ปี ในทางกลับกัน Stephenson 2-18 เปรียบเสมือนคบเพลิงขนาดยักษ์ที่ลุกโชนแบบสับๆ ความใหญ่โตของมันหมายถึงแรงโน้มถ่วงมหาศาลที่พร้อมจะบดขยี้แกนกลางให้แหลกสลาย เพื่อเอาชีวิตรอดจากแรงบีบอัดนี้ มันจึงต้องเร่งปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชันให้รุนแรงขึ้นเป็น 100,000 เท่าเพื่อสร้างแรงดันต้านทานเอาไว้ ผลที่ตามมาคือการผลาญเชื้อเพลิงไฮโดรเจนจนหมดเกลี้ยงในระยะเวลาเพียงไม่กี่ 1,000,000 ปี เมื่อไฮโดรเจนหมดลง มันจึงต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดด้วยการหันไปเผาผลาญฮีเลียม คาร์บอน และออกซิเจนตามลำดับ ยิ่งเชื้อเพลิงมีมวลหนักขึ้นเท่าใด พลังงานที่ได้ก็ยิ่งน้อยลงและถูกเผาไหม้เร็วขึ้นเท่านั้น จากที่เคยใช้เวลาหลัก 1,000,000 ปีในการเผาไฮโดรเจน การเผาธาตุหนักในข่วงท้ายอาจกินเวลาเพียงแค่ไม่กี่วันเท่านั้น ยิ่งมันพยายามยื้อความยิ่งใหญ่เอาไว้มากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งเร่งให้ตัวเองเดินเข้าสู่ลานประหารเร็วขึ้นเท่านั้น

สภาพภายในอันเบาบางและม่านฝุ่นแห่งความตาย

หลายคนคงวาดภาพในหัวว่ามวลสารของวัตถุขนาดยักษ์ระดับจักรวาลจะต้องอัดแน่นจนแข็งแกร่งดั่งหินผาพร้อมบวกทุกสถานการณ์ แต่ในความเป็นจริงแล้วโครงสร้างภายในของมันกลับสร้างความประหลาดใจให้กับเหล่านักดาราศาสตร์จนต้องกุมขมับ แม้ว่า Stephenson 2-18 จะขยายตัวจนมีขนาดมโหฬาร แต่มวลรวมของมันไม่ได้เพิ่มขึ้นตามขนาดที่พองออก เนื้อดาวจึงถูกกระจายออกไปปกคลุมพื้นที่ปริมาตรมหาศาล ส่งผลให้ความหนาแน่นในชั้นนอกของดาวดวงนี้เบาบางยิ่งกว่ามวลอากาศที่เรากำลังสูดหายใจเข้าไปเสียอีก มันไม่ใช่ทรงกลมทึบตันที่ส่องแสงเจิดจ้า

ความยากลำบากในการวัดขนาดของดวงดาว

การหยิบไม้บรรทัดขึ้นมาวัดสิ่งของบนโลกเป็นเรื่องง่ายดายและตรงไปตรงมาสุดๆ แต่ถ้าต้องทำพฤติกรรมเดียวกันนี้กับวัตถุที่ล่องลอยอยู่ห่างออกไปไกลโพ้น มันคือฝันร้ายปราบเซียนที่เหล่านักวิจัยต้องเผชิญหน้า Stephenson 2-18 ไม่ได้ลอยอยู่อย่างโดดเดี่ยวกลางอวกาศโล่งๆ เพื่อให้เราโพสท่าถ่ายรูป แต่มันฝังตัวอยู่ลึกเข้าไปในกระจุกดาวที่อัดแน่นไปด้วยเพื่อนบ้านนับไม่ถ้วน แถมยังถูกพรางตัวด้วยม่านฝุ่นหนาทึบที่ตัวมันเองพ่นออกมาประหนึ่งบอดี้การ์ดส่วนตัว

การใช้เทคโนโลยีกล้องโทรทรรศน์แบบปกติจึงไม่สามารถทะลวงผ่านหมอกควันเหล่านี้เข้าไปได้ นักวิจัยต้องอาศัยคลื่นอินฟราเรดเพื่อจับภาพเค้าโครงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง การระบุว่าดาวดวงไหนคือดวงไหนและมีระยะห่างที่แท้จริงเท่าใดจึงเต็มไปด้วยความท้าทาย หากการคำนวณระยะทางคลาดเคลื่อนไปเพียง 1 มิลลิเมตรในสเกลอวกาศ ขนาดที่ประเมินได้ก็จะผิดเพี้ยนไปอย่างมหาศาล นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ตัวเลขขนาดของมันยังคงเป็นที่ถกเถียงกันในวงการวิชาการ

ในอดีตตำแหน่งดาวที่ใหญ่ที่สุดเคยตกเป็นของ UY Scuti ซึ่งทุกคนต่างปักใจเชื่อมั่นอย่างหนักแน่นว่าชีคือตัวแม่ที่แท้ทรู จนกระทั่งมีการปรับปรุงเครื่องมือและวิธีการวัดใหม่ ทำให้ตัวเลขเปลี่ยนไปและแชมป์เก่าต้องเสียมงกุฎลงในที่สุด การศึกษาจักรวาลจึงเป็นการย้ำเตือนอยู่เสมอว่าสิ่งที่เราคิดว่ารู้แน่ชัดแล้ว แท้จริงอาจเป็นเพียงแค่เศษเสี้ยวของความลับที่รอการพิสูจน์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

วาระสุดท้ายและหลุมดำมฤตยู

งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกราและนั่นคือสัจธรรมที่หนีไม่พ้น ซีนใหญ่แค่ไหนก็ต้องมีตอนจบ แม้แต่วัตถุที่ทรงพลังที่สุดในกาแล็กซีก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับเงื่อนไขของเวลา เมื่อเชื้อเพลิงหยดสุดท้ายในแกนกลางของ Stephenson 2-18 ถูกเผาผลาญจนหมดสิ้น แรงดันนิวเคลียร์ฟิวชันที่เคยทำหน้าที่เป็นเสาเข็มค้ำยันดาวทั้งดวงเอาไว้จะดับวูบลงในทันที สิ่งที่เหลืออยู่คือมัจจุราชที่ชื่อว่าแรงโน้มถ่วงซึ่งเฝ้ารอเวลานี้มาตลอด มวลสารทั้งหมดจะพังทลายและถล่มลึกลงสู่แกนกลางด้วยความเร็วที่ใกล้เคียงกับความเร็วแสง กระบวนการยุบตัวนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในเสี้ยว 1 วินาทีโดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้าใดๆ ทั้งสิ้น

แหล่งที่มา: (youtube)
อ้างอิง: https://www.youtube.com/watch?v=25tLnvCOjAU
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
superjay24's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 2 ครั้ง
เขียนโดย superjay24
uicorn ชื่นชอบการเขียนบท รับทำการตลาด SEO,SEM,SMM รับรีวิวร้านอาหาร Google Map Local guide ระดับ 7
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เปิด 7 ธนบัตรรัชกาลที่ 9 ไทยในตำนานที่หาดูได้ยาก4 อันดับ ธนบัตรไทย ที่ผลิตน้อยที่สุดทำไมคำตอบจาก AI ฟังดูฉลาด แต่ยังไม่ควรเชื่อโดยไม่ตรวจสอบวันที่การ์ดยูกิรุ่นพิเศษพาคนหลายหมื่นไปจนงานแข่งโตเกียวโดมล่มเมืองโบราณที่หายจากประวัติศาสตร์ ก่อนถูกค้นพบโดยความบังเอิญเลขเด็ดปฏิทิน "หลวงพ่อรวย" งวดวันที่ 1 กันยายน 69..เลขเด่นมาแรง แซงทุกสำนัก!ถ้ามิติที่ 4 มีอยู่จริง เราจะมองเห็นโลกและเวลาเปลี่ยนไปอย่างไรเลขเด็ด ปฏิทินคำชะโนด (ฉบับพิเศษ) งวดวันที่ 1 กันยายน 2569 สายพญานาคส่องเลยเหรียญบาทไทยที่ถูกผลิตน้อยที่สุด และหาได้ยากมากที่สุดในปัจจุบัน7 ไอเทมเซเว่นไทย ที่นักท่องเที่ยวต่างชาติหอบกลับบ้าน จนกลายเป็น “ของพรีเมียม” ในต่างประเทศเปิดตำนานพระมหาเจดีย์ที่สูงที่สุดในโลกในแผ่นดินไทยอัปปมาทะ ทำไมพระพุทธเจ้าจึงเน้นเรื่องความไม่ประมาท
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ชาเคยเป็นเครื่องดื่มที่เปลี่ยนการเมืองของโลกภูเขาไฟที่สูงที่สุดในระบบสุริยะตั้งอยู่บนดาวเคราะห์ดวงใดโอย์มยาคอนในรัสเซีย ทำไมถิ่นฐานถาวรแห่งนี้จึงหนาวเย็นที่สุดในโลกทะเลสาบไบคาล แหล่งน้ำจืดที่ลึกที่สุดและกักเก็บน้ำมากที่สุดในโลกกล้ามเนื้อแมสซีเตอร์ คำตอบใกล้เคียงที่สุดของคำถามเรื่องความแข็งแรงตามสัดส่วนเปิดเรื่องหลวงพ่อทองคำ พระพุทธรูปทองคำใหญ่ที่สุดในโลกที่วัดไตรมิตร
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ต้นไม้ที่ผู้คนไม่กล้าตัด เพราะเชื่อว่ามีชีวิตอยู่ข้างในเกาะที่ผู้คนพาศพกลับบ้าน พิธี Ma’nene ของชาวโทราจาในอินโดนีเซียพิษแมงป่อง ของเหลวล้ำค่าที่ถูกประเมินว่าแพงที่สุดในโลก และกำลังเปลี่ยนงานวิจัยการแพทย์ชาเคยเป็นเครื่องดื่มที่เปลี่ยนการเมืองของโลก
ตั้งกระทู้ใหม่