หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

LED จากไฟสีแดงดวงจิ๋ว...สู่แสงสว่างทั่วโลก

เขียนโดย thoughtloop

ทุกวันนี้ถ้าเดินเข้าไปในบ้าน เราอาจเจอหลอดไฟ LED อยู่แทบทุกมุมของบ้าน

หลอดไฟบนเพดาน ไฟหน้ารถ โทรทัศน์ หน้าจอมือถือ ป้ายโฆษณา ไฟจราจร ไปจนถึงไฟเล็ก ๆ บนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

มันกลายเป็นของธรรมดาจนแทบไม่มีใครหยุดคิดว่า

เทคโนโลยีที่อยู่รอบตัวเรานี้ เริ่มต้นจากอะไร?

คำตอบน่าสนใจตรงที่ LED ไม่ได้เริ่มต้นจากการเป็นหลอดไฟส่องห้อง

มันเริ่มจากแสงเล็ก ๆ ที่มีประโยชน์ในวงจรอิเล็กทรอนิกส์ และกว่าจะกลายเป็นแหล่งกำเนิดแสงที่เปลี่ยนวงการส่องสว่างของโลก ต้องใช้เวลาพัฒนากันหลายสิบปี

จุดเริ่มต้นของแสงจากสารกึ่งตัวนำ

LED ย่อมาจาก Light-Emitting Diode หรือไดโอดเปล่งแสง

หลักการพื้นฐานคือ เมื่อกระแสไฟฟ้าผ่านสารกึ่งตัวนำที่เหมาะสม พลังงานบางส่วนสามารถถูกปล่อยออกมาในรูปของแสง

ฟังดูง่าย แต่การทำให้อุปกรณ์ชนิดนี้ปล่อยแสงที่มองเห็นได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

นักวิทยาศาสตร์เริ่มศึกษาการเปล่งแสงจากสารกึ่งตัวนำมานานก่อนที่จะมี LED ที่ใช้งานได้จริง แต่ช่วงปลายทศวรรษ 1950 และต้นทศวรรษ 1960 เป็นช่วงสำคัญที่เทคโนโลยีเริ่มก้าวหน้าอย่างจริงจัง

ปี 1962 ไฟสีแดงดวงเล็กก็ปรากฏขึ้น

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 1962

Nick Holonyak Jr. นักวิทยาศาสตร์ที่ทำงานอยู่กับ General Electric พัฒนา LED ที่สามารถปล่อยแสงในช่วงที่ตามนุษย์มองเห็นได้ โดยเป็นแสงสีแดง

LED รุ่นแรก ๆ มีแสงค่อนข้างอ่อนมากเมื่อเทียบกับอุปกรณ์ในปัจจุบัน จึงไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อใช้ส่องสว่างห้องนั่งเล่น

มันพิสูจน์ให้เห็นว่า สารกึ่งตัวนำสามารถเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าให้กลายเป็นแสงที่มองเห็นได้

นี่คือจุดเริ่มต้นของเส้นทางที่ยาวมากของ LED

ตอนแรก LED ไม่ได้เอาไว้ส่องห้อง

ลองนึกถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่า ๆ ที่มีไฟเล็ก ๆ สีแดงอยู่บนแผงควบคุม

ไฟดวงนั้นอาจไม่ได้มีหน้าที่ส่องสว่าง แต่บอกว่าเครื่องกำลังเปิดอยู่ หรือกำลังทำงาน

LED เหมาะกับงานลักษณะนี้มาก เพราะมีขนาดเล็ก ใช้พลังงานต่ำ และสามารถสร้างแสงสีเฉพาะได้

ในช่วงทศวรรษ 1960 LED สีแดงและสีเขียวเริ่มถูกนำไปใช้เป็นไฟแสดงสถานะ รวมถึงในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ โทรศัพท์ และอุปกรณ์ต่าง ๆ

จากไฟเล็ก ๆ ที่บอกว่า “เครื่องเปิดอยู่” เทคโนโลยีก็ค่อย ๆ พัฒนาไปไกลกว่านั้น

แล้วสีอื่น ๆ ล่ะ?

เมื่อมี LED สีแดงแล้ว นักวิจัยก็พยายามสร้าง LED ที่ให้สีอื่น

LED สีเขียวสามารถพัฒนาได้ในช่วงปลายทศวรรษ 1960 แต่โจทย์ที่ยากกว่ามากคือ แสงสีน้ำเงิน

ฟังดูเหมือนเป็นแค่เรื่องของสี แต่ในทางฟิสิกส์มันไม่ง่ายแบบนั้น

แสงแต่ละสีมีพลังงานแตกต่างกัน และการสร้างแสงสีน้ำเงินต้องใช้วัสดุสารกึ่งตัวนำที่มีคุณสมบัติเหมาะสม โดยเฉพาะวัสดุที่มีช่องว่างพลังงานหรือ band gap สูงพอ

นักวิทยาศาสตร์ใช้เวลาหลายสิบปีพยายามแก้ปัญหานี้

และความสำเร็จของ Akasaki Isamu, Amano Hiroshi และ Nakamura Shuji ในการพัฒนา LED สีน้ำเงินประสิทธิภาพสูง กลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่

ทั้งสามได้รับ รางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ ปี 2014 จากการประดิษฐ์ LED สีน้ำเงินที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งนำไปสู่แหล่งกำเนิดแสงสีขาวที่สว่างและประหยัดพลังงานมากขึ้น

ทำไม LED สีน้ำเงินถึงสำคัญขนาดนั้น?

นี่คือส่วนที่น่าสนใจที่สุดของเรื่อง

หลายคนอาจคิดว่า

“ก็แค่เพิ่ม LED อีกสีหนึ่งเองไม่ใช่หรือ?”

แต่ในโลกของเทคโนโลยีแสงสว่าง การสร้าง LED สีน้ำเงินที่มีประสิทธิภาพถือเป็นโจทย์ใหญ่มาก

เมื่อมีแหล่งกำเนิดแสงสีน้ำเงินที่ดี นักวิทยาศาสตร์และวิศวกรสามารถนำแสงสีน้ำเงินไปกระตุ้นสารเรืองแสง หรือผสมแสงหลายสี เพื่อสร้างแสงที่ตาของเรารับรู้เป็น สีขาว

วิธีที่ใช้กันอย่างแพร่หลายคือการใช้ LED สีน้ำเงินร่วมกับสารเรืองแสง หรือ phosphor conversion

แสงสีน้ำเงินจะกระตุ้นสารเรืองแสงให้ปล่อยแสงในช่วงความยาวคลื่นอื่น ๆ แล้วแสงที่รวมกันทำให้เราเห็นเป็นสีขาว

จุดนี้เองที่ LED เริ่มเดินออกจากโลกของ “ไฟแสดงสถานะ” และก้าวเข้าสู่โลกของ “แสงสว่าง”

จากไฟดวงเล็กสู่หลอดไฟในบ้าน

เมื่อ LED สามารถให้แสงสีขาวที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น นักพัฒนาก็เริ่มนำเทคโนโลยีไปใช้กับงานส่องสว่างทั่วไป

หลอดไฟ LED มีข้อได้เปรียบหลายอย่างเมื่อเทียบกับหลอดไส้แบบดั้งเดิม

มันใช้สารกึ่งตัวนำในการสร้างแสง และโดยทั่วไปมีประสิทธิภาพด้านการเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นแสงสูงกว่า

อีกทั้งตัว LED เองมีขนาดเล็กมาก จึงสามารถนำไปออกแบบเป็นหลอดไฟหรือโคมไฟรูปทรงต่าง ๆ ได้หลากหลาย

สิ่งที่เคยเป็นไฟจุดเล็ก ๆ บนแผงวงจร จึงค่อย ๆ กลายเป็นหลอดไฟบนเพดาน

LED ไม่ได้มีดีแค่ประหยัดไฟ

หลายคนจำ LED ได้จากคำว่า “ประหยัดไฟ”

แต่ความน่าสนใจของมันไม่ได้มีแค่นั้น

LED สามารถออกแบบให้ปล่อยแสงสีต่าง ๆ ได้ จึงถูกใช้ในหน้าจอ ป้ายดิจิทัล ไฟสัญญาณ และระบบแสงที่สามารถควบคุมสีและความสว่างได้

ในระบบไฟบางประเภท เราสามารถปรับอุณหภูมิสีหรือเปลี่ยนสีของแสงได้ตามต้องการ

นี่ทำให้ LED ไม่ได้เป็นเพียง “หลอดไฟรุ่นใหม่”

แต่มันกลายเป็น แพลตฟอร์มสำหรับควบคุมแสง

ตั้งแต่ไฟในบ้าน ไปจนถึงเวทีคอนเสิร์ต อาคารสำนักงาน ป้ายขนาดใหญ่ และระบบไฟอัจฉริยะ

แล้ว LED อยู่ตรงไหนในชีวิตเราบ้าง?

ถ้าลองสังเกตดี ๆ จะพบว่า LED แทรกตัวเข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันแทบทุกด้าน

ไฟจราจร

ไฟท้ายรถ

ไฟฉาย

หลอดไฟในบ้าน

โทรทัศน์

จอคอมพิวเตอร์

หน้าจออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

ป้ายประชาสัมพันธ์

ไฟตกแต่งอาคาร

ไฟส่องสว่างในโรงงานและคลังสินค้า

บางแห่งเราเห็นเป็นแสงสว่างขนาดใหญ่

บางแห่งเป็นเพียงจุดเล็ก ๆ ที่กระพริบอยู่บนเครื่องใช้ไฟฟ้า

แต่เบื้องหลังคือเทคโนโลยีพื้นฐานเดียวกันที่ถูกพัฒนาให้เหมาะกับงานแต่ละประเภท

LED ไม่ได้ทำงานเหมือนหลอดไส้ที่มีไส้ลวดร้อนจนเปล่งแสง

ดังนั้นจึงไม่มีไส้หลอดแบบเดียวกันให้ขาดเนื่องจากความร้อน

ผลิตภัณฑ์ LED ที่มีคุณภาพดีสามารถมีอายุการใช้งานยาวนาน โดยกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ ระบุว่าผลิตภัณฑ์ไฟ LED สีขาวคุณภาพดีจำนวนมากมีอายุการใช้งานประมาณ 30,000-50,000 ชั่วโมงหรือมากกว่านั้น โดยนิยามอายุการใช้งานของระบบ LED มักพิจารณาจากช่วงที่แสงลดลงเหลือประมาณ 70% ของค่าเริ่มต้น

แน่นอนว่าอายุจริงของหลอดไฟไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัว LED เพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับวงจรขับ ความร้อน การออกแบบโคม และคุณภาพของผลิตภัณฑ์ด้วย

จากแสงเล็ก ๆ สู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

เรื่องของ LED จึงไม่ได้เป็นเรื่องของการประดิษฐ์หลอดไฟชนิดใหม่เพียงอย่างเดียว

มันคือเรื่องของการสะสมความรู้ทีละขั้น

เริ่มจากการศึกษาว่าสารกึ่งตัวนำสามารถปล่อยแสงได้อย่างไร

พัฒนา LED สีแดง

เพิ่มสีอื่น ๆ

พยายามเอาชนะปัญหาการสร้างแสงสีน้ำเงิน

พัฒนา LED สีน้ำเงินประสิทธิภาพสูง

สร้างแสงสีขาวที่ใช้งานได้จริง

แล้วค่อย ๆ พัฒนาให้สว่างขึ้น ประหยัดพลังงานขึ้น อายุการใช้งานยาวขึ้น และควบคุมได้มากขึ้น

จากจุดเล็ก ๆ บนวงจรอิเล็กทรอนิกส์ จึงกลายเป็นเทคโนโลยีที่ส่องสว่างทั้งบ้าน ถนน รถยนต์ อาคาร และเมือง

เทคโนโลยีที่เปลี่ยนโลกไม่ได้จำเป็นต้องเริ่มต้นด้วยสิ่งที่ดูยิ่งใหญ่

ในปี 1962 แสงสีแดงจาก LED รุ่นแรกอาจดูเล็กและอ่อนจนไม่น่าจะมีอะไรเกี่ยวข้องกับอนาคตของระบบแสงสว่าง

แต่การพัฒนาไม่ได้หยุดอยู่ตรงนั้น

นักวิทยาศาสตร์รุ่นหนึ่งแก้ปัญหาที่คนรุ่นก่อนยังทำไม่ได้ นักวิจัยอีกกลุ่มพัฒนาวัสดุให้ดีขึ้น วิศวกรนำไปสร้างผลิตภัณฑ์ และอุตสาหกรรมก็ทำให้เทคโนโลยีเข้าถึงคนจำนวนมากขึ้น

สุดท้ายไฟดวงเล็ก ๆ นั้นก็เดินทางมาไกล

จาก ไฟสีแดงเล็ก ๆ ที่บอกว่าเครื่องกำลังทำงาน

กลายเป็นแสงที่เราเปิดขึ้นทุกครั้งเมื่อพระอาทิตย์ตก

และบางที นี่อาจเป็นหนึ่งในภาพที่สวยที่สุดของความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี

ของที่เปลี่ยนโลก ไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นด้วยการส่องสว่างทั้งโลกเสมอไป บางครั้งมันเริ่มจากแสงเพียงจุดเล็ก ๆ เท่านั้น

Nobel Prize, The department of enegy
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
thoughtloop's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 5 ครั้ง
เขียนโดย thoughtloop
เริ่มจาก Thoughtloop ...
พอได้สังเกตสิ่งรอบตัว แล้วกลั่นออกมาเป็นตัวอักษร
เล่าเรื่องธรรมดาในวันที่หลายคนอาจมองข้าม
ความคิดเล็ก ๆ ที่อาจตรงกับใจของใครสักคน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เมืองโบราณที่หายจากประวัติศาสตร์ ก่อนถูกค้นพบโดยความบังเอิญเลข 7 กับ 8 ทำไมถูกพูดถึงพร้อมกัน? แกะรอย 4 ที่มาก่อนหวยออก 16 ส.ค. 697 อำเภอธรรมชาติสวยที่สุดในไทย ป่าเขา ทะเล และสายหมอก สวยจนเหมือนอยู่ต่างประเทศประวัติศาสตร์รางวัลที่1สลากใบมีคนเคยถูกสูงสุด180ล้านAI วิเคราะห์สถิติ 16 สิงหาคม 69 เปิด 2 ตัวซ้ำบ่อยสุด ย้อนหลัง 36 ปี10 ที่เที่ยวหนองบัวลำภู ที่อยากให้คนไทยลองไปเห็นสักครั้งทำไมประตูห้องน้ำสาธารณะไม่ติดพื้น? ช่องว่างที่หลายคนเกลียด ไม่ได้มีไว้ให้แอบมองไม่ใช่ภาคเหนือ! จังหวัดนี้เคยหนาวจัดจนตัวเลขทำเอาคนไทยต้องตะลึง7 ผลไม้ที่คนไทยกินเป็นเรื่องปกติ แต่พอไปต่างประเทศกลับกลายเป็น “ของพรีเมียม” ราคาแพงขึ้นหลายเท่ามาครงผลักดันร่างกฎหมายห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีใช้สื่อสังคมออนไลน์! สภาที่ปรึกษารัฐธรรมนูญของฝรั่งเศสปฏิเสธ โดยให้เหตุผลว่าเป็นการละเมิดเสรีภาพในการแสดงออกโรงภาพยนตร์ไม่ได้รับโปสเตอร์สไปเดอร์แมนอย่างเป็นทางการ! แต่โปสเตอร์มีมที่วาดด้วยมือของพนักงานวัย 19 ปีคนหนึ่งช่วยกอบกู้สถานการณ์และกลายเป็นไวรัลไปทั่วโลกเหรียญสะสม10บาท พ.ศ.2533 หายาก เปิดประมูลที่ 3 แสน
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
มาครงผลักดันร่างกฎหมายห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีใช้สื่อสังคมออนไลน์! สภาที่ปรึกษารัฐธรรมนูญของฝรั่งเศสปฏิเสธ โดยให้เหตุผลว่าเป็นการละเมิดเสรีภาพในการแสดงออก
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
3D Printing เทคโนโลยีที่กำลังเปลี่ยนวิธีสร้างสิ่งของของมนุษย์🌐 เปิดปมข้อกฎหมายโลกตะลึง! ทำไมเกาะกวมจึงเคยมี "กฎหมายห้ามหญิงพรหมจรรย์แต่งงาน"?แถบสีที่ก้นหลอดยาสีฟัน ไม่ได้บอกว่าเป็นสารเคมี—แล้วมันมีไว้ทำไม?นักวิทยาศาสตร์ใช้ LiDAR ค้นหาเมืองโบราณใต้ป่าได้อย่างไร?
ตั้งกระทู้ใหม่