หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

พ่อยกที่ดินให้วัดแล้ว ลูกเอาคืนได้หรือไม่

เขียนโดย phana3462

คำตอบสั้นที่สุดคือ ถ้าพ่อมีเจตนายกหรืออุทิศที่ดินให้วัดอย่างแท้จริง และการให้มีผลสมบูรณ์แล้ว โดยหลักลูกหรือทายาทจะเอาที่ดินกลับคืนมาเป็นมรดกไม่ได้

เรื่องนี้มีจุดสำคัญที่ทำให้หลายครอบครัวเข้าใจผิด คือการดูเพียงว่า “ชื่อในโฉนดยังเป็นชื่อพ่อหรือไม่” อาจยังตอบไม่ได้ทั้งหมด โดยเฉพาะกรณีอุทิศที่ดินเพื่อสร้างวัดหรือใช้ในกิจการของวัด

ตามหลักทั่วไปของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ การให้ที่ดินต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่จึงสมบูรณ์ แต่ที่ดินซึ่งเจ้าของอุทิศเพื่อสร้างวัดมีแนวคำพิพากษาศาลฎีกาวางหลักไว้เป็นกรณีพิเศษว่า หากข้อเท็จจริงแสดงชัดถึงเจตนาอุทิศให้เป็นที่สร้างวัด และต่อมามีการตั้งวัดตามกฎหมาย เจตนาดังกล่าวอาจมีผลโดยไม่จำเป็นต้องอาศัยการจดทะเบียนให้ตามแบบของการให้ที่ดินทั่วไป

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9543/2551 เป็นตัวอย่างสำคัญ เจ้าของซื้อที่ดินไว้โดยเจตนาอุทิศเพื่อสร้างวัด ต่อมาวัดได้รับการประกาศตั้งอย่างถูกต้องและเจ้าของเดิมยังยืนยันเจตนาว่ายกที่ดินให้วัด ศาลวินิจฉัยว่าที่ดินนั้นเป็นของวัดโดยสมบูรณ์ แม้ขั้นตอนจดทะเบียนชื่อในโฉนดยังไม่ได้ดำเนินการตามการให้อสังหาริมทรัพย์ทั่วไป

ดังนั้น ถ้าพ่อเคยพูดว่า “ถวายที่ตรงนี้ให้วัด” แล้วมีพฤติการณ์สอดคล้องกัน เช่น ส่งมอบพื้นที่ให้วัด ใช้พื้นที่สร้างกุฏิ ศาลา โบสถ์ หรือสิ่งปลูกสร้างของวัด มีเอกสารแสดงการบริจาค มีการขออนุญาตสร้างวัดโดยอาศัยที่ดินแปลงนั้น หรือมีหลักฐานว่าพ่อยืนยันการอุทิศมาโดยตลอด การที่ชื่อพ่อยังปรากฏในโฉนดไม่ได้หมายความว่าลูกสามารถถือว่าเป็นมรดกแล้วนำกลับไปขายหรือแบ่งกันได้ทันที

เมื่อที่ดินกลายเป็น “ที่วัด” หรือ “ที่ธรณีสงฆ์” แล้ว สถานะยิ่งต่างจากที่ดินเอกชนทั่วไป พระราชบัญญัติคณะสงฆ์กำหนดข้อจำกัดการโอนกรรมสิทธิ์ไว้เข้มงวด การโอนที่วัด ที่ธรณีสงฆ์ หรือศาสนสมบัติกลางออกไปให้เอกชน ไม่สามารถทำเพียงเพราะเจ้าอาวาสหรือทายาทของผู้บริจาคตกลงกันเอง การโอนโดยหลักต้องเป็นไปตามกระบวนการที่กฎหมายกำหนด

จึงเกิดสถานการณ์ที่ดูแปลกได้ เช่น โฉนดยังมีชื่อเจ้าของเดิม แต่ในทางกฎหมายมีข้อพิพาทว่าที่ดินได้กลายเป็นทรัพย์ของวัดไปก่อนแล้ว ถ้าทายาทนำโฉนดไปโอนขายเอง การโอนนั้นอาจถูกโต้แย้งและเพิกถอนได้หากพิสูจน์ภายหลังว่าที่ดินเป็นของวัดอยู่ก่อน

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าแค่มีพระเข้าไปใช้ที่ดินแล้ววัดจะได้กรรมสิทธิ์ทุกกรณี ต้องดู “เจตนาของเจ้าของที่ดิน” เป็นแกนกลาง

ตัวอย่างที่ผลอาจต่างออกไป ได้แก่ พ่อเพียงอนุญาตให้พระพักอาศัยชั่วคราว ให้ใช้พื้นที่จัดงานบุญ ให้สร้างสิ่งปลูกสร้างชั่วคราว หรือเคยพูดว่าจะบริจาคในอนาคตแต่ยังไม่ได้ตัดสินใจเด็ดขาด หากไม่มีหลักฐานว่าพ่อตั้งใจสละกรรมสิทธิ์จริง ที่ดินอาจยังเป็นทรัพย์ของพ่อและเมื่อเสียชีวิตก็อาจตกทอดเป็นมรดกได้

อีกกรณีคือมีเอกสารระบุเงื่อนไขชัด เช่น ให้ใช้เฉพาะวัตถุประสงค์หนึ่ง หรือมีข้อพิพาทว่านิติกรรมเกิดจากการปลอมเอกสาร การหลอกลวง ผู้ให้ไม่มีอำนาจเหนือที่ดินทั้งหมด หรือที่ดินเป็นสินสมรสที่ต้องพิจารณาสิทธิของคู่สมรส ประเด็นเหล่านี้ต้องแยกตรวจเป็นรายกรณี ไม่สามารถใช้หลักว่า “พ่อเซ็นให้แล้วจบ” หรือ “โฉนดยังชื่อพ่อจึงเอาคืนได้” แบบเหมารวม

ถ้าพ่อจดทะเบียนให้วัดโดยสมบูรณ์ที่สำนักงานที่ดินแล้ว เรื่องจะชัดที่สุด กรรมสิทธิ์ออกจากพ่อไปแล้ว ที่ดินจึงไม่อยู่ในกองมรดก ลูกไม่ได้รับสิทธิในที่ดินแปลงนั้นจากการเป็นทายาทเพียงอย่างเดียว

ส่วนการถอนคืนการให้เพราะผู้รับประพฤติเนรคุณตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ก็ไม่ใช่ช่องทางที่ทายาทใช้เรียกทรัพย์กลับมาได้ทั่วไป กฎหมายกำหนดเหตุและสิทธิของทายาทไว้แคบมาก การที่ลูกไม่เห็นด้วยกับการบริจาค เสียดายที่ดิน หรือมองว่ามูลค่าที่ดินเพิ่มขึ้น ไม่ใช่เหตุถอนคืนการให้

หากต้องตรวจว่าที่ดินของครอบครัวเข้ากรณีใด เอกสารที่ควรดูพร้อมกันมีอย่างน้อย โฉนดหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ รายการจดทะเบียนย้อนหลัง หนังสือยกให้หรือหนังสือบริจาค เอกสารขอสร้างหรือตั้งวัด หลักฐานการรับมอบที่ดิน เอกสารของสำนักงานพระพุทธศาสนา และพยานเกี่ยวกับเจตนาของเจ้าของเดิม

สรุปเป็นหลักจำง่ายได้ว่า “เป็นลูก” ไม่ได้ทำให้มีสิทธิเอาที่ดินที่พ่ออุทิศให้วัดแล้วกลับคืนโดยอัตโนมัติ หากพิสูจน์ได้ว่าพ่อสละที่ดินให้วัดอย่างแท้จริงและที่ดินมีสถานะเป็นทรัพย์ของวัดแล้ว ที่ดินนั้นไม่ใช่มรดกของพ่ออีกต่อไป แต่ถ้ายังมีข้อสงสัยว่าพ่อเพียงอนุญาตให้ใช้ ไม่ได้อุทิศกรรมสิทธิ์ หรือการให้มีปัญหาทางกฎหมาย จึงค่อยมีประเด็นให้ทายาทนำหลักฐานไปพิสูจน์สิทธิได้

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
phana3462's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 13 ครั้ง
เขียนโดย phana3462
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ทำไมของตกแล้วเท้าถึงอยากคีบ"ผู้ใหญ่เต๊าะ" เดินทางมาเยี่ยมและให้กำลังใจ "แม่สุนารี" หลังออกจากห้อง ICU“6-7” คืออะไร? ผู้ใหญ่ได้ยินแล้วงง แต่เด็กพูดกันสนั่น!“67” คืออะไร ทำไมเด็กยุคนี้ถึงชอบพูดกัน10 อันดับโรงเรียนนานาชาติที่ค่าเทอมแพงที่สุดในไทย ปี 25697 อำเภอธรรมชาติสวยที่สุดในไทย ป่าเขา ทะเล และสายหมอก สวยจนเหมือนอยู่ต่างประเทศป้าย Hollywood เคยเขียนว่า Hollywoodland เดิมทีเป็นป้ายโฆษณาโครงการบ้านจัดสรรจังหวัดของไทยที่คนรัสเซียชื่นชอบที่สุด และย้ายเข้ามาอาศัยอยู่มากที่สุด"ปลาเส้น" ไม่ได้ทำจากเนื้อปลา 100% แล้วมันทำจากอะไร?เปิด 10 'เลขอั้นท้าวเวสสุวรรณ' งวด 16 สิงหา — ทำไมเลขมหาเศรษฐีชอบโดนเตะ? พร้อมสูตรถอดเลขสำรองตามฤกษ์ดาวเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน การประสานงานระหว่างโรงพยาบาล หน่วยกู้ภัย และเจ้าหน้าที่ทำงานอย่างไรเงินเดือน 30,000 ดูเหมือนพอ แต่ทำไมอยู่กรุงเทพฯ แล้วเงินหายไว?
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ทำไมของตกแล้วเท้าถึงอยากคีบทำไมปุ่ม Play ต้องเป็นสามเหลี่ยม?หัวใจมนุษย์สามารถเต้นนอกร่างกายได้เพราะสร้างสัญญาณไฟฟ้าของตัวเองอุปมาแพข้ามฝั่งสอนให้ใช้ธรรมะเพื่อพ้นทุกข์โดยไม่เปลี่ยนคำสอนให้กลายเป็นของที่ต้องแบกเมื่อความเป็นแม่ค่อย ๆ กลืนความฝันจนเจ้าของชีวิตจำตัวตนเดิมแทบไม่ได้ชวนลองเข้ามาดูการออกแบบสิ่งของภายในบ้านสุดเฟลที่ดูไม่ค่อยเป็นไปตามแผนสักเท่าไหร่นะ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ทำไมของตกแล้วเท้าถึงอยากคีบน้ำแดงเฮลซ์บลูบอยเป็นกลิ่นสละร้านค้าไม่แสดงราคาปรับสูงสุด 10,000 บาทดัชนีความร้อนต่างจากอุณหภูมิอากาศอย่างไร
ตั้งกระทู้ใหม่