จากภูมิปัญญาชาวบ้าน สู่ “นวดไทย” ที่คนทั่วโลกรู้จัก
ถ้าพูดถึงสิ่งที่ชาวต่างชาตินึกถึงเมื่อมาเมืองไทย นอกจากอาหาร วัด ทะเล และรอยยิ้มแล้ว มีอีกคำหนึ่งที่แทบไม่ต้องแปลให้ยุ่งยาก นั่นคือ “นวดไทย”
สำหรับคนไทย การนวดอาจเป็นเรื่องใกล้ตัว เดินเมื่อยก็หาร้านนวด ปวดเมื่อยจากการทำงานก็อยากให้ใครช่วยกด ๆ คลึง ๆ สักหน่อย แต่เบื้องหลังการนวดที่ดูเหมือนเป็นเรื่องธรรมดานี้ มีประวัติศาสตร์ของภูมิปัญญาและการถ่ายทอดความรู้ซ่อนอยู่ยาวนานกว่าที่หลายคนคิด
และวันนี้ “นวดไทย” ไม่ได้เป็นเพียงบริการที่นักท่องเที่ยวแวะใช้ระหว่างมาเที่ยวประเทศไทย แต่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติในฐานะ มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ โดย UNESCO ขึ้นทะเบียนไว้ในปี 2019
จากการดูแลกันในชุมชน
จุดเริ่มต้นของนวดไทยไม่ได้มีภาพของร้านสปาสวย ๆ หรือห้องปรับอากาศแบบที่คุ้นตาในปัจจุบัน
UNESCO ระบุว่า นวดไทยมีรากมาจากการดูแลตัวเองในสังคมเกษตรกรรมไทยในอดีต ชาวบ้านต้องทำงานใช้แรงกาย และเมื่อเกิดอาการปวดเมื่อย ก็อาศัยความรู้ของหมอนวดในชุมชนเพื่อช่วยบรรเทาอาการ
ความรู้เหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นแล้วจบอยู่กับคนคนเดียว แต่ถูกถ่ายทอดจากรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่ง ผ่านครอบครัว ชุมชน และผู้ปฏิบัติ
ลองนึกภาพคนในหมู่บ้านที่ทำไร่ทำนาทั้งวัน เมื่อกลับบ้านแล้วมีอาการเมื่อยล้า ความรู้เรื่องการกด การคลึง การยืด หรือการดูแลร่างกายจึงกลายเป็นสิ่งที่มีประโยชน์จริงในชีวิตประจำวัน
จากประสบการณ์ที่สั่งสมกันมานาน สิ่งเหล่านี้ค่อย ๆ พัฒนาเป็นองค์ความรู้ที่มีแบบแผนมากขึ้น
ไม่ได้มีแค่ “กดตรงที่เมื่อย”
สิ่งหนึ่งที่ทำให้นวดไทยมีเอกลักษณ์คือวิธีการไม่ได้จำกัดอยู่แค่การใช้นิ้วกดกล้ามเนื้อ
ในนวดไทยมีการใช้ส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น มือ ข้อศอก เข่า และเท้า รวมถึงการยืดและการจัดท่าทางบางรูปแบบ ส่วนการประคบสมุนไพรก็เป็นอีกองค์ประกอบหนึ่งที่พบในภูมิปัญญาการดูแลสุขภาพแบบไทย
ในกรอบความคิดดั้งเดิมของนวดไทยยังมีแนวคิดเรื่อง “เส้น” หรือ sen ซึ่งเป็นแนวทางตามความเข้าใจของศาสตร์การแพทย์แผนไทย และเชื่อมโยงกับแนวคิดเรื่องสมดุลของร่างกาย
ตรงนี้ควรแยกให้ออกระหว่าง ทฤษฎีและแนวคิดของการแพทย์แผนไทย กับคำอธิบายทางกายวิภาคและการแพทย์สมัยใหม่ เพราะเป็นคนละกรอบความรู้กัน
จากภูมิปัญญา สู่การบันทึกเป็นองค์ความรู้
การแพทย์แผนไทยไม่ได้หยุดอยู่กับการถ่ายทอดแบบปากต่อปากเท่านั้น
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกระบุว่า องค์ความรู้การแพทย์แผนไทยได้รับอิทธิพลจากความเชื่อทางพุทธศาสนา และพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในสมัยสุโขทัยและรัตนโกสินทร์ตอนต้น มีการรวบรวมและบันทึกองค์ความรู้ด้านตำรับยาและการนวดไทยไว้ในจารึก คัมภีร์ และตำราต่าง ๆ
หนึ่งในสถานที่สำคัญที่เกี่ยวข้องกับการรวบรวมองค์ความรู้คือ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม หรือวัดโพธิ์ ซึ่งมีจารึกและองค์ความรู้เกี่ยวกับการแพทย์แผนไทย รวมถึงการนวดไทย
นี่ทำให้ความรู้ที่เคยอยู่ในมือของผู้คนตามชุมชน ค่อย ๆ ถูกเก็บรักษาและส่งต่อในรูปแบบที่เป็นระบบมากขึ้น
จากเรื่องของคนไทย สู่สิ่งที่ชาวโลกได้รู้จัก
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อความรู้เกี่ยวกับนวดไทยได้รับการพัฒนาและฟื้นฟูอย่างเป็นระบบ
UNESCO ระบุว่าในปี 1985 มีการเปิดตัวโครงการฟื้นฟูนวดไทย เพื่อฟื้นฟูและพัฒนาองค์ความรู้ ขณะเดียวกันผู้ประกอบวิชาชีพและกลุ่มต่าง ๆ ก็มีบทบาทในการสืบทอดและรักษาประเพณีนี้
จากนั้นนวดไทยก็ค่อย ๆ เดินทางออกจากชุมชนและสถานที่ดั้งเดิม ไปสู่สถานบริการด้านสุขภาพและการท่องเที่ยว
เมื่อประเทศไทยกลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยว นวดไทยก็กลายเป็นหนึ่งในประสบการณ์ที่ผู้มาเยือนสามารถสัมผัสได้ด้วยตัวเอง
จากภูมิปัญญาที่เคยช่วยคนทำงานในชุมชน จึงกลายเป็นสิ่งที่คนจากอีกซีกโลกตั้งใจเดินทางมาลอง
วันที่โลกยอมรับ “นวดไทย”
ในปี 2019 UNESCO ได้ขึ้นทะเบียน “Nuad Thai, traditional Thai massage” หรือ นวดไทย ไว้ในบัญชี Representative List of the Intangible Cultural Heritage of Humanity
สิ่งที่ได้รับการยอมรับไม่ได้หมายความว่า UNESCO รับรองว่านวดไทยสามารถรักษาโรคได้ทุกชนิด แต่เป็นการยอมรับ คุณค่าขององค์ความรู้ การปฏิบัติ และวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมา ในฐานะมรดกภูมิปัญญาที่มีชีวิต
UNESCO ยังมองว่านวดไทยมีความเกี่ยวข้องกับการดูแลกันในครอบครัวและชุมชน และสะท้อนแนวคิดเรื่องความเอื้ออาทร การช่วยเหลือ และความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน
นี่จึงเป็นเหตุผลที่น่าสนใจมาก เพราะสิ่งที่โลกยอมรับไม่ได้มีเพียง “ท่านวด” แต่รวมถึง เรื่องราวของผู้คนที่ช่วยกันรักษาความรู้จากรุ่นสู่รุ่น
จากเรื่องธรรมดา กลายเป็นมรดกของโลก
วันนี้นวดไทยอาจกลายเป็นธุรกิจ มีร้านอยู่ตามเมืองท่องเที่ยวและมีนักท่องเที่ยวจากหลายประเทศรู้จัก
แต่ถ้าย้อนกลับไปถึงจุดเริ่มต้น มันเคยเป็นเพียงความรู้ที่อยู่ใกล้ตัวผู้คน เป็นวิธีดูแลร่างกายหลังจากทำงานหนัก เป็นภูมิปัญญาที่คนในชุมชนเรียนรู้จากคนรุ่นก่อนแล้วส่งต่อให้คนรุ่นถัดไป
เส้นทางจาก “ความรู้ของชาวบ้าน” ไปสู่ “มรดกภูมิปัญญาของมนุษยชาติ” จึงไม่ได้เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน
มันเกิดจากคนจำนวนมากที่ช่วยกันรักษาความรู้เอาไว้ แม้โลกจะเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ
และบางทีนี่อาจเป็นสิ่งที่น่าภูมิใจที่สุดของนวดไทย
เพราะทุกครั้งที่ชาวต่างชาติพูดคำว่า “Thai Massage” พวกเขาไม่ได้กำลังพูดถึงเพียงการนวดหนึ่งรูปแบบ แต่กำลังเอ่ยถึงภูมิปัญญาที่มีรากอยู่ในวิถีชีวิตของผู้คนไทย และเดินทางออกไปไกลจนกลายเป็นสิ่งที่โลกจดจำในชื่อ “นวดไทย”
https://ich.unesco.org/en/decisions/14.COM/10.B.37
Department of Thai Traditional and Alternative Medicine
https://www.dtam.moph.go.th/history-and-emblem/
เขียนโดย thoughtloop
พอได้สังเกตสิ่งรอบตัว แล้วกลั่นออกมาเป็นตัวอักษร
เล่าเรื่องธรรมดาในวันที่หลายคนอาจมองข้าม
ความคิดเล็ก ๆ ที่อาจตรงกับใจของใครสักคน
รวม เลขปฏิทินจีน งวด 1/10/69
10 สำนักดัง 1/10/69 วัดกระแสเลขเด็ดตัวไหนมาแรงสุดบน
2 ประเทศในโลกที่ไม่มีเครื่องดื่ม coke วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ
มหัศจรรย์การบินเหนือเมฆของห่านป่ากูเมนนิค (GUSEN GOOSE)
1/10/69 เลขไหนตรงกันหลายสำนัก เทียบให้เห็นชัด 2 ตัวไหนซ้ำ
10 อันดับเลขขายดีบนแผงงวดนี้ 1/10/69 เลขไหนหมดเกลี้ยง
รางวัลที่ 1 เลขไหนที่ไม่ค่อยโผล่มา? ดูสถิติ 478 งวดแล้วจะเข้าใจว่าทำไมเราถึงไม่ถูกสักที
อำเภอที่เจริญที่สุด มีเศรษฐกิจดีที่สุดในประเทศไทย
ผลสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดวันที่ 1 ตุลาคม ย้อนหลัง 5 ปี
สรุปเลขเด่นประจำวันพฤหัสบดี (1 ต.ค. 69) พร้อมเจาะสูตรคณิตศาสตร์สายคำนวณ
ประวัติศาสตร์อันมืดมนของน้ำดื่ม: เครื่องดื่มที่คร่าชีวิตผู้คนมากกว่าสงคราม
เลขปฏิทินหลวงพ่อรวย งวด 1 ตุลาคม 69
2 ประเทศในโลกที่ไม่มีเครื่องดื่ม coke วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ


