หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ทำไมรสดีถึงอยู่คู่ครัวไทยมานานกว่า 40 ปี?

เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า


เมื่อครู่นี้ ผู้เขียนได้อ่านบทความหนึ่งแล้วเกิดความรู้สึกว่า มีของใช้ในครัวอยู่ไม่น้อยที่เราเห็นจนชินตาเสียจนแทบไม่เคยย้อนกลับไปถามตัวเองว่า เหตุใดสินค้าบางอย่างจึงสามารถอยู่กับคนไทยได้ยาวนานหลายสิบปี
หนึ่งในนั้นก็คือ “รสดี” ผงปรุงรสที่หลายคนคุ้นเคยกันมาตั้งแต่เด็ก


สำหรับคนรุ่นวัย 50 ปีขึ้นไป ภาพของถุงผงปรุงรสที่วางอยู่ข้างเตาไฟหรือบนชั้นเครื่องปรุงในครัว อาจเป็นภาพธรรมดาที่พบเห็นมาตลอดชีวิต แต่ถ้ามองให้ลึกลงไป เรื่องของรสดีน่าสนใจกว่าที่คิด เพราะผลิตภัณฑ์นี้ไม่ได้เพิ่งเข้ามาอยู่ในครัวไทยในยุคปัจจุบัน หากแต่มีประวัติย้อนไปถึง พ.ศ. 2522 หรือ ค.ศ. 1979 เมื่อโรงงานพระประแดงของบริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ เริ่มผลิต “รสดี” ซึ่งเป็นวัตถุปรุงแต่งอาหารที่มีส่วนผสมจากเนื้อสัตว์ โดยมีแนวคิดเพื่อช่วยให้ผู้บริโภคปรุงอาหารได้สะดวกและประหยัดเวลา
นั่นหมายความว่า ณ วันนี้ รสดีมีประวัติในประเทศไทย มากกว่า 40 ปี ซึ่งทางบริษัทเองก็ระบุว่า “รสดี” เป็นผงปรุงรสที่อยู่คู่ครัวไทยมายาวนานกว่า 40 ปี


แล้วอะไรทำให้รสดีอยู่มาได้นานขนาดนี้?


ในมุมของผู้เขียน คำตอบไม่ได้มีเพียงเรื่อง “ความอร่อย” อย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของ ความสะดวก ความคุ้นเคย และการเข้ากับวิถีชีวิตของคนไทย
สมัยก่อนการทำอาหารในบ้านจำนวนมากต้องอาศัยเครื่องปรุงหลายชนิด กว่าจะได้น้ำแกงหรืออาหารผัดสักจาน ต้องค่อยๆ ปรุงรส ชิม แล้วเติมเครื่องปรุงทีละอย่าง แต่เมื่อมีผงปรุงรสเข้ามา การปรุงอาหารก็ง่ายขึ้น เพียงเติมในปริมาณที่เหมาะสม ก็ช่วยเพิ่มรสชาติให้อาหารได้โดยไม่ต้องเตรียมเครื่องปรุงจำนวนมาก


ตรงนี้เองที่ผู้เขียนมองว่าเป็นจุดสำคัญ
สินค้าที่ช่วยประหยัดเวลาในครัว ย่อมมีโอกาสกลายเป็นของคู่ครัวได้ง่าย
ยิ่งเมื่อวิถีชีวิตของคนไทยเปลี่ยนไป คนทำงานมีเวลาทำอาหารน้อยลง การมีเครื่องปรุงที่หยิบใช้ได้ทันทีจึงตอบโจทย์มากขึ้น


บริษัทอายิโนะโมะโต๊ะระบุว่า รสดีใช้ส่วนผสมอย่างผงเนื้อสัตว์สูตรเฉพาะ ผสมกับเครื่องเทศ เช่น กระเทียมและพริกไทย รวมถึงเครื่องปรุงอื่นๆ เพื่อช่วยเพิ่มความหอมและรสชาติให้กับอาหารหลายประเภท ตั้งแต่ต้ม ผัด แกง ไปจนถึงทอด


นี่จึงทำให้รสดีไม่ได้จำกัดอยู่กับเมนูใดเมนูหนึ่ง แต่สามารถเข้าไปอยู่ในอาหารประจำวันได้หลากหลาย
ตั้งแต่ต้มจืด ผัดผัก ไข่เจียว หมักเนื้อสัตว์ ไปจนถึงอาหารจานง่ายๆ ที่ทำกินกันในครอบครัว


สิ่งที่น่าสนใจคือ “ความคุ้นเคย” ของคนหลายรุ่น


ผู้เขียนเห็นว่าจุดแข็งอีกอย่างของรสดีคือการที่สินค้าไม่ได้เป็นเพียงเครื่องปรุง แต่ค่อยๆ กลายเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำของผู้บริโภค


คนรุ่นหนึ่งอาจเคยเห็นพ่อแม่หยิบรสดีมาเติมในหม้อแกง


ต่อมาคนรุ่นนั้นเติบโตขึ้น มีครอบครัว และกลายเป็นคนทำอาหารเอง
จากนั้นลูกหลานก็เติบโตขึ้นมาเห็นเครื่องปรุงชนิดเดียวกันอยู่ในครัวอีก
เมื่อเป็นเช่นนี้ สินค้าจึงไม่ได้ขายเพียง “รสชาติ” แต่ยังมีสิ่งหนึ่งที่สำคัญมาก นั่นคือ ความไว้วางใจจากประสบการณ์ที่สั่งสมมานาน


แน่นอนว่าไม่ได้หมายความว่าทุกครัวเรือนจะใช้รสดี หรือทุกคนจะชอบรสชาติแบบเดียวกัน แต่การที่แบรนด์สามารถอยู่ในตลาดไทยต่อเนื่องมานานหลายทศวรรษ ก็สะท้อนให้เห็นว่าผลิตภัณฑ์สามารถปรับตัวเข้ากับพฤติกรรมการบริโภคของคนไทยได้เป็นอย่างดี


จากวันนั้นถึงวันนี้ รสดีก็ไม่ได้หยุดอยู่กับสูตรเดิมเพียงอย่างเดียว


ปัจจุบันผลิตภัณฑ์รสดีมีหลายรูปแบบ ทั้งรสหมู รสไก่ รสเนื้อ รสเห็ดหอม รวมถึงสูตรลดโซเดียม และผลิตภัณฑ์รสดีมายด์


เรื่องนี้ก็น่าสนใจ เพราะตลาดอาหารในปัจจุบันเปลี่ยนไปมาก ผู้บริโภคไม่ได้มองเพียงเรื่องความอร่อยเท่านั้น แต่ยังให้ความสนใจกับทางเลือกด้านโภชนาการและรูปแบบการปรุงอาหารมากขึ้น


การมีผลิตภัณฑ์หลายสูตรจึงเป็นวิธีหนึ่งที่ทำให้แบรนด์สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่แตกต่างกันได้


แต่ต้องแยกให้ออกว่า “รสดี” ไม่ใช่ “ผงชูรส”


ประเด็นนี้ผู้เขียนคิดว่าควรพูดให้ชัด เพราะหลายคนอาจสับสนกันอยู่
“รสดี” เป็น ผลิตภัณฑ์ผงปรุงรส ส่วน “อายิโนะโมะโต๊ะ” เป็นชื่อแบรนด์ที่มีผลิตภัณฑ์ผงชูรส หรือโมโนโซเดียมกลูตาเมต (MSG) เป็นผลิตภัณฑ์หนึ่งของบริษัท


ดังนั้นจึงไม่ควรนำสองอย่างมาเหมารวมว่าเป็นสิ่งเดียวกัน


สำหรับผงชูรส บริษัทอายิโนะโมะโต๊ะอธิบายว่า MSG เป็นสารปรุงรสที่ให้รสอูมามิ ซึ่งเป็นรสชาติพื้นฐานอีกชนิดหนึ่งนอกเหนือจากหวาน เค็ม เปรี้ยว และขม


การแยกข้อมูลตรงนี้ออกจากกันจะช่วยให้เราพูดถึงเรื่องเครื่องปรุงได้อย่างถูกต้องมากขึ้น


ผู้เขียนมองว่า ความสำเร็จของรสดีอยู่ที่ “เข้าใจครัวคนไทย”


หากถามผู้เขียนว่า ทำไมรสดีจึงสามารถอยู่คู่ครัวไทยมานานกว่า 40 ปี คำตอบที่ตรงที่สุดก็คือ เพราะมันตอบโจทย์ชีวิตประจำวันของคน
ไม่จำเป็นต้องเป็นสินค้าที่หรูหรา
ไม่จำเป็นต้องเป็นของที่ราคาแพง
แต่เป็นของที่หยิบใช้ได้จริง และช่วยให้การทำอาหารในแต่ละวันง่ายขึ้น
นี่คือความแข็งแรงของสินค้าประเภทนี้
และบางครั้งสิ่งที่ทำให้สินค้าชนิดหนึ่งอยู่ในบ้านได้นาน ไม่ใช่การโฆษณาที่หวือหวาที่สุด แต่คือการที่คนซื้อรู้สึกว่า


“เข้าครัวเมื่อไรก็ต้องมีติดบ้านไว้”
สำหรับผู้เขียน นี่ต่างหากคือเหตุผลที่น่าสนใจที่สุดของรสดี เพราะจากผลิตภัณฑ์ที่เริ่มผลิตในประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2522 วันนี้ได้กลายเป็นหนึ่งในเครื่องปรุงที่คนไทยหลายรุ่นคุ้นเคยกันมานานกว่า 40 ปี


อย่างไรก็ตาม การใช้ผงปรุงรสก็ควรใช้แต่พอดี และควรคำนึงถึงปริมาณโซเดียมจากเครื่องปรุงทั้งหมดที่รับประทานในแต่ละวันด้วย เพราะอาหารอร่อยกับอาหารที่เหมาะสมต่อสุขภาพนั้น ควรเดินไปด้วยกัน


ในมุมมองของผู้เขียนเห็นว่า รสดีอาจไม่ได้เป็นเพียง “ผงปรุงรสอีกหนึ่งซอง” ที่วางอยู่ในตู้กับข้าว แต่เป็นตัวอย่างของสินค้าที่สามารถปรับตัวเข้ากับชีวิตประจำวันของคนไทย จนความคุ้นเคยกลายเป็นส่วนหนึ่งของความผูกพัน และเมื่อเวลาผ่านไปหลายสิบปี สิ่งที่เคยเป็นเพียงเครื่องปรุงธรรมดา ก็กลายเป็นของที่หลายคนเห็นแล้วนึกถึง “ครัวที่บ้าน” ขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว


บางทีเหตุผลที่สินค้าบางอย่างอยู่ได้นาน ไม่ใช่เพราะมันพยายามเปลี่ยนตัวเองให้แปลกใหม่อยู่ตลอดเวลา แต่เพราะมันสามารถ เปลี่ยนแปลงไปพร้อมกับผู้บริโภค โดยยังรักษาสิ่งที่คนคุ้นเคยเอาไว้ได้


และนี่อาจเป็นคำตอบว่า ทำไม “รสดี” จึงยังคงอยู่ในครัวไทยมาจนถึงวันนี้


แหล่งที่มาของข้อมูล :

บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด — ข้อมูลผลิตภัณฑ์ “รสดี” และรายละเอียดผลิตภัณฑ์

บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด — ประวัติความเป็นมา ระบุว่าโรงงานพระประแดงเริ่มผลิต “รสดี” ใน พ.ศ. 2522

อายิโนะโมะโต๊ะ กรุ๊ป — ข้อมูลเกี่ยวกับผงชูรส (MSG) และรสอูมามิ

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
หนึ่งล้านเรื่องเล่า's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 13 ครั้ง
เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า
นักเขียนคอนเทนต์เชิงวิเคราะห์ด้านพฤติกรรมชีวิต สุขภาพ และสังคมเน้นการตรวจสอบข้อมูลจากหลายแหล่ง พร้อมถ่ายทอดให้อ่านง่าย เข้าใจเร็ว และนำไปใช้ได้จริง
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
“6-7” คืออะไร? ผู้ใหญ่ได้ยินแล้วงง แต่เด็กพูดกันสนั่น!10 อันดับโรงเรียนนานาชาติที่ค่าเทอมแพงที่สุดในไทย ปี 2569จังหวัดของไทยที่คนรัสเซียชื่นชอบที่สุด และย้ายเข้ามาอาศัยอยู่มากที่สุดอุปมาตาบอดคลำช้างกับการยึดติดในมุมมองทำไมไรเดอร์จึงมีเรื่องเล่าเจอผีบ่อยประเทศอันดับ 1 ของโลก ที่ซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจากไทยมากที่สุด“67” คืออะไร ทำไมเด็กยุคนี้ถึงชอบพูดกันกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีนาน 417 ปี"ปลาเส้น" ไม่ได้ทำจากเนื้อปลา 100% แล้วมันทำจากอะไร?แม่น้ำชีเป็นแม่น้ำที่ยาวที่สุดในประเทศไทยสีแดงอยู่วงนอกและสีม่วงอยู่วงในของรุ้งดวงจันทร์อยู่ตรงกลางขณะเกิดสุริยุปราคา
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
10อันดับมอเตอร์ไซค์รุ่นที่ได้รับความ นิยมและเป็นที่จดจำในไทยยุค 80หนี้ 62% ของคนไทยแล้วหนี้ของเรามาจากอะไรกันต่อภาษีรถปี 2569: ความจริงที่ขนส่งไม่ได้บอก (ทั้งหมด) เกี่ยวกับใบสั่ง และ "กับดัก 30 วัน" ที่อาจทำให้คุณหมดตัว!ซิปไลน์หยุดกลางอากาศที่ชาโพโถว บริษัทชี้ลมเปลี่ยนทิศกะทันหันเลขเด็ด "แม่จำเนียรล็อตเตอรี่" งวดวันที่ 16 สิงหาคม 69 มาแล้ว!..รีบส่องด่วน!!แจกสูตร “ซี่โครงหมูตุ๋นสับปะรด” เนื้อนุ่มเปื่อย รสกลมกล่อม หอมหวานอมเปรี้ยว
กระทู้อื่นๆในบอร์ด นิยาย เรื่องเล่า
5,000 ปีที่ชื่อคนธรรมดายังอยู่ — “คูชิม” อาจเป็นชื่อบุคคลเก่าแก่ที่สุดที่โลกรู้จักมาม่าไทยแบรนด์ไหนกันแน่ที่ชาวลาวคุ้นเคย จนกลายเป็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปคู่ครัว?แอปเปิ้ลพันธุ์ไหนปลูกในไทยยาก เหตุผลไม่ใช่เพราะดิน แต่เพราะ “หนาวไม่พอ”ประเทศไหนไม่ค่อยนิยมกินแมลง? เปิดโลกอาหารที่คนบางชาติเมินแมลง
ตั้งกระทู้ใหม่