แอมะซอนไม่ได้ผลิตออกซิเจนให้โลก 20% แต่ความสำคัญที่แท้จริงยิ่งน่ารู้
ตัวเลข 20% ที่เล่ากันมานาน กำลังพาเข้าใจแอมะซอนผิดเรื่อง
ประโยคที่ว่า “ป่าแอมะซอนผลิตออกซิเจนให้คนทั้งโลกถึง 20%” ฟังแล้วทรงพลังมาก จนแอมะซอนได้ฉายาว่าเป็น “ปอดของโลก” แต่ถ้ามองตามกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ตัวเลขนี้ไม่ได้หมายความว่าออกซิเจน 1 ใน 5 ที่กำลังหายใจอยู่มาจากแอมะซอน และยิ่งไม่ใช่ว่าหากป่าหายไป มนุษย์จะสูญเสียออกซิเจน 20% ทันที
ต้นไม้ผลิตออกซิเจนจริง แล้วทำไม 20% ถึงไม่ตรง?
ต้นไม้ในแอมะซอนสังเคราะห์แสง ดูดคาร์บอนไดออกไซด์และปล่อยออกซิเจนออกมา เรื่องนี้จริง แต่ป่าก็มีอีกด้านหนึ่งที่มักหายไปจากประโยคสั้นๆ คือ สิ่งมีชีวิตในป่าก็ใช้ออกซิเจนเช่นกัน
ต้นไม้ใช้กระบวนการหายใจระดับเซลล์เพื่อดำรงชีวิต ขณะที่จุลินทรีย์ เห็ดรา และสิ่งมีชีวิตจำนวนมหาศาลใช้ออกซิเจนระหว่างการย่อยสลายใบไม้ กิ่งไม้ และอินทรียวัตถุที่ตายลง ออกซิเจนจำนวนมากที่เกิดจากการสังเคราะห์แสงจึงหมุนกลับเข้าไปในระบบนิเวศอีกครั้ง
เมื่อคิดบัญชีทั้งฝั่งผลิตและฝั่งใช้ ผลสุทธิของป่าแอมะซอนต่อปริมาณออกซิเจนในบรรยากาศจึงอยู่ใกล้ศูนย์
นี่เป็นจุดที่ทำให้คำว่า “ผลิตออกซิเจน 20% ของโลก” ชวนเข้าใจผิด ตัวเลขที่เคยแพร่หลายอาจมีรากมาจากการประเมินสัดส่วนการสังเคราะห์แสงของป่าเขตร้อนบนพื้นดิน แล้วนำไปตีความต่อจนกลายเป็นสัดส่วนออกซิเจนของโลก ทั้งที่สองความหมายไม่เหมือนกัน
ออกซิเจนจำนวนมหาศาลไม่ได้มาจากต้นไม้เพียงอย่างเดียว
ในทะเลมีสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่เรียกว่า แพลงก์ตอนพืช ซึ่งสังเคราะห์แสงและมีบทบาทมหาศาลต่อวัฏจักรออกซิเจนของโลก แหล่งกำเนิดออกซิเจนจึงกระจายอยู่ทั้งมหาสมุทรและระบบนิเวศบนบก ไม่ได้มีป่าแห่งเดียวทำหน้าที่เลี้ยงอากาศให้ทั้งดาวเคราะห์
ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ ออกซิเจนปริมาณมหาศาลซึ่งสะสมอยู่ในบรรยากาศทุกวันนี้เป็นผลจากกระบวนการทางชีวภาพและธรณีเคมีที่ดำเนินมายาวนานระดับหลายร้อยล้านถึงหลายพันล้านปี ไม่ใช่ผลผลิตที่โลกต้องสร้างใหม่ทั้งหมดในแต่ละวัน
แอมะซอนจึงสำคัญมาก เพียงแต่สำคัญคนละเหตุผลกับเรื่อง 20%
สิ่งที่ป่าแอมะซอนทำให้โลกจริงๆ
• กักเก็บคาร์บอนจำนวนมหาศาล ไว้ในต้นไม้ พืช และดิน
• ขับเคลื่อนวัฏจักรน้ำ ต้นไม้ปล่อยไอน้ำกลับสู่บรรยากาศจำนวนมาก ช่วยสร้างความชื้นและมีอิทธิพลต่อรูปแบบฝนในทวีปอเมริกาใต้
• เป็นคลังความหลากหลายทางชีวภาพ พื้นที่ลุ่มน้ำแอมะซอนรองรับสิ่งมีชีวิตจำนวนมหาศาล หลายชนิดยังศึกษาไม่ครบถ้วน
• ช่วยควบคุมภูมิอากาศ ผ่านการแลกเปลี่ยนคาร์บอน น้ำ และพลังงานระหว่างพื้นดินกับบรรยากาศ
ภาพของป่าเขียวสุดสายตาจึงไม่ควรมีคุณค่าเพียงเพราะเชื่อว่ากำลังส่งถังออกซิเจนมาให้มนุษย์ ป่าแห่งนี้คล้าย ระบบควบคุมน้ำและภูมิอากาศขนาดมหึมา มากกว่า การตัดป่าไม่ได้หมายถึงออกซิเจนในอากาศจะลดฮวบ 20% แต่หมายถึงการรบกวนระบบคาร์บอน ความชื้น ฝน อุณหภูมิ ถิ่นอาศัย และสายสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตจำนวนมากพร้อมกัน
อีกตัวเลข 20% ที่เกี่ยวข้องกับแอมะซอนและมีความหมายจริงๆ คือแม่น้ำแอมะซอนส่งน้ำจืดจากแม่น้ำลงสู่มหาสมุทรในสัดส่วนมหาศาลราวหนึ่งในห้าของน้ำจากแม่น้ำทั่วโลก ตัวเลขนี้อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ “20%” ปรากฏอยู่ในเรื่องเล่าเกี่ยวกับแอมะซอนหลายแบบจนจำสลับกันได้ง่าย
ดังนั้นครั้งหน้าที่เจอคำว่า “แอมะซอนคือปอดของโลก เพราะผลิตออกซิเจน 20%” ควรจำใหม่ว่า ป่าแห่งนี้ผลิตออกซิเจนผ่านการสังเคราะห์แสงจริง แต่ระบบนิเวศก็ใช้ออกซิเจนกลับไปเกือบทั้งหมด สิ่งที่ควรกังวลเมื่อแอมะซอนเสื่อมโทรมจึงไม่ใช่ภาพมนุษย์กำลังจะไม่มีอากาศหายใจ แต่คือโลกกำลังสูญเสียกลไกควบคุมคาร์บอน น้ำ ฝน และความหลากหลายทางชีวภาพขนาดมหึมาที่สร้างทดแทนไม่ได้ในช่วงชีวิตของมนุษย์
เปิด 5 ห้างที่เงินสะพัดมากที่สุดในไทย อันดับ 1 คนเดินวันละหลักแสน
ย้อนรอย 6 ห้างดังในกรุงเทพฯ ที่เคยคึกคัก ตั้งแต่ไทยไดมารู เมอร์รี่คิงส์ ถึงนิวเวิลด์และตั้งฮั่วเส็ง วันนี้เหลืออะไรไว้บ้าง
อาชีพช่างฝีมือโบราณในไทยที่กำลังหายไป — ทำไมวันนี้แทบไร้คนสืบทอด
โรงแรมที่สวยงามหรูหราที่สุด อันดับหนึ่งของประเทศไทย
6 มอเตอร์ไซค์พ่วงข้างยุคโบราณ ที่ราคาขายต่อพุ่ง แรงจนน่าประหลาดใจ
AI วิเคราะห์สถิติเลขท้าย 3 ตัวบนและเลขท้าย 2 ตัวล่าง งวด 16 ก.ย.69
ประเทศที่บินเข้าประเทศไทยมากที่สุด อันดับที่ 1 ของโลก
6 นิตยสารเก่าที่คนเคยเอาไปเช็ดกระจก แต่วันนี้กลายเป็นของสะสมราคาแรง
ถนนหลวงเส้นไหนยาวที่สุดในไทย และต้องผ่านกี่จังหวัด
เปิด 5 เกาะในไทยที่ต่างชาติไปมาก ที่สุด อันดับ 1 นักท่องเที่ยวทะลุหลายล้านคน!
6 ตลับเมตรเหล็กโบราณ ที่นักสะสมตามหา แพงสุดเท่าไหร่?
เหตุใดเมืองตากจึงร้อนจัดจนแตะ 44.6 องศา
เปิดผลสำรวจ ! 5 วิชาที่นักเรียนไทยอยากให้ยกเลิกมากที่สุด อันดับ 1 ทิ้งห่าง 61%
นายกเทศมนตรีญี่ปุ่น ประกาศทำสงครามนินจา



