แมวไม่ได้เมินของหวานเพราะเลือกกิน แต่พันธุกรรมทำให้มันแทบไม่รับรู้รสหวาน
สำหรับมนุษย์ น้ำตาลนิดเดียวก็เปลี่ยนรสอาหารได้ทันที แต่สำหรับแมว ความหวานแทบไม่มีความหมาย
เวลาวางเค้ก ไอศกรีม หรือผลไม้หวานไว้ใกล้แมว แล้วเจ้าตัวเดินผ่านแบบไม่สนใจ หลายครั้งไม่ได้แปลว่าแมวหยิ่งหรือเลือกกินเก่งเป็นพิเศษ เบื้องหลังพฤติกรรมนั้นมีคำอธิบายอยู่ในระดับยีน นักวิจัยพบว่าแมวมีความผิดปกติของยีนที่เกี่ยวข้องกับตัวรับรสหวาน จนไม่สามารถสร้างระบบรับรู้ความหวานแบบที่มนุษย์และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอีกหลายชนิดมีได้
ลิ้นมีอยู่ แต่เครื่องรับรสหวานทำงานไม่ครบ
การรับรู้รสหวานของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทั่วไปต้องอาศัยโปรตีนตัวรับที่ประกอบจากยีนสำคัญสองตัว คือ TAS1R2 และ TAS1R3 เมื่อน้ำตาลหรือสารให้ความหวานกระตุ้นตัวรับนี้ ระบบประสาทจึงส่งสัญญาณไปยังสมองว่าอาหารตรงหน้ามีรสหวาน
ในแมว ยีน TAS1R3 ยังทำงานได้ แต่ TAS1R2 กลายเป็น pseudogene หรือยีนที่สูญเสียหน้าที่ไปแล้ว งานวิจัยระดับพันธุกรรมพบการเปลี่ยนแปลงในลำดับดีเอ็นเอจนโปรตีนตัวรับรสหวานที่สมบูรณ์สร้างขึ้นไม่ได้ ผลลัพธ์จึงไม่ใช่แค่แมวไม่ชอบน้ำตาล แต่ระบบรับรสของมันไม่มีเครื่องมือแบบเดียวกับมนุษย์สำหรับตรวจจับความหวานตามปกติ
พูดง่ายๆ คือ น้ำตาลยังเป็นน้ำตาล แต่สมองแมวไม่ได้รับข้อความว่า หวาน
เรื่องนี้ไม่ได้พบเฉพาะแมวบ้าน นักวิทยาศาสตร์พบลักษณะเดียวกันในสมาชิกตระกูลแมวหลายชนิด ทั้งเสือและสิงโต จึงมีหลักฐานสนับสนุนว่าการสูญเสียความสามารถรับรสหวานเกิดขึ้นมานานในสายวิวัฒนาการของสัตว์ตระกูลแมว ไม่ใช่ผลจากการเลี้ยงแมวด้วยอาหารสำเร็จรูปในช่วงไม่กี่ร้อยปีที่ผ่านมา
เหตุผลซ่อนอยู่ในเมนูของบรรพบุรุษ
แมวเป็น สัตว์กินเนื้อเป็นหลักโดยธรรมชาติ ร่างกายวิวัฒนาการมาให้พึ่งสารอาหารจากสัตว์อย่างเข้มข้น เมื่ออาหารหลักของบรรพบุรุษประกอบด้วยเนื้อ ไขมัน และอวัยวะของเหยื่อ ความสามารถในการตามหาผลไม้สุกหรือน้ำตาลจึงแทบไม่ได้เพิ่มโอกาสรอดชีวิต
ลองนึกถึงอุปกรณ์ชิ้นหนึ่งที่แทบไม่ได้ใช้งานมาหลายล้านปี หากความเสียหายของอุปกรณ์นั้นไม่ได้ทำให้เจ้าของเสียเปรียบในการเอาชีวิตรอด ธรรมชาติก็ไม่มีแรงกดดันมากพอที่จะรักษามันให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ ยีนรับรสหวานของบรรพบุรุษแมวจึงค่อยๆ สะสมการเปลี่ยนแปลงจนสูญเสียหน้าที่ไปได้
จุดนี้น่าสนใจมาก เพราะทำให้เห็นว่า ประสาทสัมผัสไม่ได้มีไว้รับรู้โลกให้ครบทุกด้าน แต่ถูกปรับให้เหมาะกับสิ่งที่สัตว์แต่ละชนิดต้องใช้เพื่ออยู่รอด มนุษย์ให้ความสำคัญกับรสหวานเพราะอาหารที่มีน้ำตาลตามธรรมชาติมักให้พลังงาน แต่แมวล่าเหยื่อเป็นอาหาร ระบบรับรสจึงเดินไปคนละเส้นทาง
แล้วทำไมแมวบางตัวถึงเลียไอศกรีมหรือขนม
นี่เป็นจุดที่ทำให้หลายคนสงสัยว่า หากแมวไม่รับรู้รสหวาน แล้วเหตุใดบางตัวถึงพยายามกินอาหารหวานอยู่ดี
คำตอบคืออาหารหนึ่งชิ้นไม่ได้มีแค่รสหวาน ไอศกรีมมีไขมันและโปรตีน ผลิตภัณฑ์นมมีกลิ่นเฉพาะ ขนมอบอาจมีกลิ่นเนย ไข่ หรือเนื้อสัมผัสที่น่าสนใจ แมวจึงอาจสนใจองค์ประกอบเหล่านี้แทนน้ำตาล การที่แมวเลียเค้กจึงไม่ใช่หลักฐานว่ามันกำลังเพลิดเพลินกับความหวานแบบเดียวกับมนุษย์
• มนุษย์ รับรู้ความหวานผ่านตัวรับ T1R2/T1R3 ที่ทำงานร่วมกัน
• แมว มี TAS1R2 ที่สูญเสียหน้าที่ จึงสร้างตัวรับรสหวานตามปกติไม่ได้
• ความสนใจอาหารหวานของแมว อาจมาจากไขมัน โปรตีน กลิ่น หรือเนื้อสัมผัส ไม่จำเป็นต้องมาจากน้ำตาล
อีกมุมที่ควรแยกให้ชัดคือ การไม่รับรู้รสหวานไม่ได้แปลว่าน้ำตาลไม่มีผลต่อร่างกาย ต่อให้ลิ้นไม่รายงานว่าหวาน สารอาหารที่กินเข้าไปก็ยังผ่านระบบย่อยและการเผาผลาญตามคุณสมบัติของมัน จึงไม่ควรตีความว่าอาหารหวานของมนุษย์เหมาะสำหรับแบ่งให้แมวกิน
อาหารหลายชนิดที่คนมองว่าเป็นของหวานยังมีส่วนประกอบอื่นซึ่งไม่เหมาะกับสัตว์เลี้ยง การเลือกอาหารจึงควรดูคุณค่าทางโภชนาการและความปลอดภัย ไม่ใช่คิดเพียงว่าแมวชิมความหวานไม่ได้แล้วจะกินอะไรก็ได้
เรื่องเล็กๆ บนปลายลิ้นจึงเล่าย้อนกลับไปได้ถึงประวัติศาสตร์วิวัฒนาการหลายล้านปี รสนิยมของสัตว์ไม่ได้เริ่มจากความชอบ แต่มักเริ่มจากคำถามพื้นฐานกว่านั้นว่า บรรพบุรุษของมันต้องกินอะไรเพื่อมีชีวิตรอด
อำเภอที่เสี่ยงพบทุ่นระเบิดมากที่สุด อันดับที่หนึ่งของประเทศไทย
ประเทศที่บินเข้าประเทศไทยมากที่สุด อันดับที่ 1 ของโลก
AI วิเคราะห์สถิติเลขท้าย 3 ตัวบนและเลขท้าย 2 ตัวล่าง งวด 16 ก.ย.69
ความลับใต้สายน้ำ: ทำไม “สมบัติทองคำ” ใต้แม่น้ำเจ้าพระยาจึงไม่มีใครแตะต้องได้
ทำไมสายเดี่ยวหลุดไหล่จึงดูมีเสน่ห์แบบไม่ตั้งใจ
โรงเรียนมัธยมที่มีการแข่งขันกันสูงและสอบเข้ายากมากที่สุดในประเทศไทย
EV Bus ฟรีในลำพูนช่วยลดค่าน้ำมันได้เท่าไร
มีแฟนแล้วทำไมยังอยากช่วยตัวเอง
6 โรงพยาบาลในดูไบ ที่อยู่ในระบบส่งต่อผู้ป่วยสุดไฮเทค ทั้งรถสปอร์ตและเฮลิคอปเตอร์
ร้านค้าควรรับมืออย่างไรเมื่อโครงการก่อสร้างบังทางเข้า
ไม่ใช่จีน! ประเทศนี้ส่งคนมาเที่ยวไทยกว่า 4.5 ล้านคน
เปิด 5 ห้างที่เงินสะพัดมากที่สุดในไทย อันดับ 1 คนเดินวันละหลักแสน
ประเทศที่บินเข้าประเทศไทยมากที่สุด อันดับที่ 1 ของโลก



