หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

กว่าจะมาเป็น “ทิพรส” น้ำปลาขวดคุ้นตา

เขียนโดย อเมริกาโน่ดำ

 

ถ้าเปิดตู้กับข้าวของบ้านคนไทยหลายบ้าน แล้วเห็นขวดน้ำปลาสักขวดตั้งอยู่ตรงนั้น คงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

เพราะน้ำปลาเป็นหนึ่งในเครื่องปรุงที่อยู่คู่ครัวไทยมานานจนเราคุ้นเคยกับมันมากเสียจนแทบไม่เคยถามว่า น้ำปลาขวดหนึ่งกว่าจะเดินทางมาถึงโต๊ะอาหาร ต้องผ่านอะไรมาบ้าง?

หนึ่งในชื่อที่หลายคนคุ้นตาคือ “ทิพรส” แต่เบื้องหลังขวดน้ำปลาที่เราเห็นกันทุกวันนี้ กลับมีจุดเริ่มต้นย้อนกลับไปมากกว่า 100 ปี และไม่ได้เริ่มต้นจากโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่เลย

เรื่องราวของทิพรสเริ่มต้นจาก โอ่งดิน การทดลองหมักปลา และความพยายามทำให้คนไทยรู้จักน้ำปลา

จุดเริ่มต้นย้อนกลับไปถึง พ.ศ. 2456

ข้อมูลจากบริษัท ไพโรจน์ (ทั่งซังฮะ) จำกัด ระบุว่า นายไล่เจี๊ยง แซ่ทั้ง เริ่มทดลองผลิตน้ำปลาในปี พ.ศ. 2456

ในช่วงแรก เขานำปลาหลายชนิดมาหมักกับเกลือในโอ่งดิน เพื่อเปรียบเทียบว่าปลาชนิดใดสามารถให้น้ำปลาที่มีกลิ่นและรสชาติที่เหมาะสมที่สุด

การทดลองครั้งนั้นนำไปสู่ข้อค้นพบสำคัญว่า ปลากะตักให้รสชาติและกลิ่นที่ถูกใจ จึงนำปลาชนิดนี้มาใช้ผลิตน้ำปลาออกจำหน่าย

สอดคล้องกับข้อมูลของ สวทช. ที่เล่าถึงจุดเริ่มต้นของอุตสาหกรรมน้ำปลาไทยว่า นายไล่เจี๊ยงทดลองคัดเลือกปลาที่เหมาะสำหรับการผลิตน้ำปลาในโอ่งดิน ก่อนจะพัฒนากิจการต่อมาเป็นโรงงานผลิตน้ำปลา

พูดง่าย ๆ คือ ก่อนจะมีเครื่องจักรและสายการผลิตแบบทุกวันนี้ สิ่งที่มีอยู่ก่อนคือ การลองผิดลองถูก

จากโอ่งดิน สู่ถังไม้ และโรงงาน

เมื่อสินค้าค่อย ๆ ได้รับความนิยม การผลิตแบบเดิมก็เริ่มไม่เพียงพอ

ข้อมูลประวัติของบริษัทระบุว่า จากเดิมที่หมักในโอ่งดิน มีการพัฒนาไปสู่ ถังไม้ขนาดใหญ่ และต่อมาเข้าสู่การผลิตในระดับโรงงาน

ปี พ.ศ. 2462 ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญ เมื่อมีการตั้งโรงงานผลิตน้ำปลา “ทั่งซังฮะ” บริเวณท่าเรือฮกเกี้ยน จังหวัดชลบุรี

ที่น่าสนใจคือ โรงงานในยุคนั้นมี บ่อหมักคอนกรีตขนาดใหญ่ที่ยื่นออกไปในทะเล ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการผลิตน้ำปลาในเวลานั้นเริ่มเปลี่ยนจากกิจการขนาดเล็กไปสู่การผลิตที่จริงจังมากขึ้น

นี่จึงเป็นช่วงเวลาที่เรื่องของ “น้ำปลา” เริ่มเดินจากภูมิปัญญาการหมักแบบดั้งเดิมเข้าสู่เส้นทางของอุตสาหกรรมอาหารไทย

แต่ชื่อ “ทิพรส” ไม่ได้เป็นชื่อแรกตั้งแต่ต้น

ตรงนี้เป็นอีกเรื่องที่น่าสนใจ

หลายคนอาจคิดว่าตั้งแต่โรงงานก่อตั้งขึ้น น้ำปลาก็ใช้ชื่อ “ทิพรส” มาโดยตลอด แต่ข้อมูลที่เผยแพร่โดย MGR ระบุว่า น้ำปลาที่ผลิตในช่วงแรกใช้ชื่อ “โบแดง” ขณะที่ชื่อ “ทิพรส” เพิ่งถูกนำมาใช้ในภายหลัง

ส่วนข้อมูลจาก ThaiSMEsCenter ก็ระบุว่า ในช่วงแรกผลิตภัณฑ์เคยใช้ชื่ออื่น เช่น ตราดอกไม้และตราโบแดง ก่อนที่แบรนด์ทิพรสจะกลายเป็นชื่อที่ผู้บริโภครู้จักในเวลาต่อมา

เรื่องนี้ทำให้เห็นว่า การสร้างแบรนด์สินค้าอาหารไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกับโรงงานเสมอไป

โรงงานอาจมีมาก่อน แต่ชื่อที่ผู้บริโภคจดจำอาจเกิดขึ้นภายหลัง

แล้วทำไมน้ำปลาจึงต้องใช้ “ปลากะตัก”?

น้ำปลาที่เราเห็นเป็นของเหลวใสสีน้ำตาลไม่ได้เกิดจากการนำปลามาต้มแล้วกรองออกมาเฉย ๆ

หัวใจของน้ำปลาอยู่ที่ การหมักปลาและเกลือ

ข้อมูลเกี่ยวกับทิพรสระบุว่า ปลากะตักเป็นวัตถุดิบสำคัญของผลิตภัณฑ์ และกระบวนการหมักแบบธรรมชาติใช้เวลานาน โดยข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่เผยแพร่ในแหล่งข้อมูลด้านอาหารระบุระยะเวลาประมาณ 12 เดือน สำหรับผลิตภัณฑ์ทิพรสที่กล่าวถึง

ระหว่างการหมัก เกลือมีบทบาทสำคัญต่อกระบวนการเปลี่ยนแปลงของเนื้อปลา จนได้ของเหลวที่มีทั้งรสเค็ม กลิ่นเฉพาะตัว และสารประกอบที่ช่วยสร้างรสอูมามิ

ดังนั้นกว่าจะได้น้ำปลาหนึ่งขวด จึงไม่ใช่กระบวนการที่เกิดขึ้นภายในวันสองวัน แต่ต้องอาศัย วัตถุดิบ เวลา และการควบคุมกระบวนการผลิต

จากโรงงานเก่า สู่การผลิตแบบอุตสาหกรรม

เวลาผ่านไปมากกว่า 100 ปี สิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจนคือเทคโนโลยี

บริษัทระบุว่า ปัจจุบันกระบวนการผลิตมีการใช้ เครื่องจักรอัตโนมัติและระบบคอมพิวเตอร์ในการควบคุมการผลิต รวมถึงมีการตรวจสอบคุณภาพและปริมาณโปรตีนของผลิตภัณฑ์

นี่คือภาพที่ต่างจากจุดเริ่มต้นอย่างมาก

จากวันที่นายไล่เจี๊ยงทดลองหมักปลาในโอ่งดิน กลายมาเป็นระบบผลิตอาหารที่ต้องให้ความสำคัญกับทั้งคุณภาพ สุขอนามัย และมาตรฐานการผลิต

แต่สิ่งหนึ่งที่ยังเชื่อมอดีตกับปัจจุบันไว้ด้วยกันคือ การใช้การหมักเพื่อสร้างรสชาติของน้ำปลา

ทิพรสในวันที่ไม่ได้มีแค่น้ำปลา

เมื่อพูดถึงทิพรส หลายคนอาจนึกถึงน้ำปลาเป็นอันดับแรก แต่ปัจจุบันบริษัทไม่ได้มีเพียงผลิตภัณฑ์น้ำปลาเท่านั้น

ข้อมูลจากเว็บไซต์บริษัทระบุว่ามีการพัฒนาผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เพิ่มขึ้น เช่น น้ำส้มสายชูกลั่น ผงปรุงรส และผลิตภัณฑ์ซอสหอยนางรมชนิดผง

นี่เป็นอีกภาพของธุรกิจอาหารที่ต้องปรับตัวตามตลาด จากเดิมที่มีสินค้าหลักเพียงประเภทเดียว ค่อย ๆ ขยายไปสู่กลุ่มเครื่องปรุงอาหารที่กว้างขึ้น

จากของที่คนไม่คุ้นเคย สู่ของที่อยู่ในครัว

สิ่งที่น่าสนใจที่สุดของเรื่องทิพรสอาจไม่ใช่แค่ตัวเลขว่าแบรนด์มีอายุกี่ปี

แต่อยู่ที่จุดเริ่มต้นของมัน

เมื่อกว่าศตวรรษก่อน คนไทยไม่ได้คุ้นเคยกับน้ำปลาในแบบที่เรารู้จักกันทุกวันนี้ การจะทำให้ผลิตภัณฑ์ใหม่กลายเป็นสิ่งที่คนหยิบใช้ในครัวจึงต้องใช้ทั้งการทดลอง พัฒนารสชาติ และสร้างการยอมรับจากผู้บริโภค

จาก โอ่งดิน → ถังไม้ → บ่อหมักคอนกรีต → โรงงานอุตสาหกรรม → ระบบผลิตสมัยใหม่

เส้นทางนี้ทำให้เห็นว่า น้ำปลาหนึ่งขวดไม่ได้เป็นเพียงเครื่องปรุงรส แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมอาหารไทยด้วย

และทุกครั้งที่เราเปิดขวดทิพรสเพื่อเหยาะลงบนไข่เจียว ข้าวผัด หรืออาหารจานโปรด เรื่องราวเบื้องหลังรสเค็มหอมที่คุ้นเคยนั้น ย้อนกลับไปได้ไกลถึง การทดลองหมักปลาในโอ่งดินเมื่อปี พ.ศ. 2456

กว่าร้อยปีผ่านไป จากกิจการที่เริ่มต้นอย่างเรียบง่าย วันนี้ชื่อ “ทิพรส” จึงไม่ได้อยู่แค่บนฉลากขวด แต่กลายเป็นชื่อที่ผูกอยู่กับความทรงจำเรื่องการปรุงอาหารของคนไทยหลายยุคหลายสมัย

แหล่งอ้างอิง
เว็บไซต์ทางการทิพรส – ประวัติความเป็นมา
สวทช. – อุตสาหกรรมอาหาร การเดินทางผ่านยุคสมัย ตอนที่ 2
MGR Online – เส้นทางน้ำปลาไทย จากใต้ทะเลลึกสู่น้ำปรุงรสหยดใสในครัวเรือน
ThaiSMEsCenter – อพยพจากเมืองจีนมาขายปลา สร้างตำนาน “ทิพรส”
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
อเมริกาโน่ดำ's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 93 ครั้ง
เขียนโดย อเมริกาโน่ดำ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
6 VOTES (3/5 จาก 2 คน)
VOTED: อเมริกาโน่ดำ, pakpranang
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เปิด 5 มหาวิทยาลัยไทย ที่เรียนจบยากที่สุด ต้องผ่านกี่ด่านกว่าจะได้ปริญญา10 วันหลังเกิดอุทกภัย ชายคนหนึ่งถูกพบว่ายังมีชีวิตอยู่ ภายในอุโมงค์แห่งหนึ่งในเนปาลทำไมเครื่องจักรก่อสร้างส่วนใหญ่จึงเป็น “สีเหลือง”?เปิด 5 โรงเรียนเตรียมอนุบาลในไทย ค่าเทอมแพงจนต้องร้องว้าว! อันดับ 1 จ่ายปีละกี่แสน?มาตามนัด! เลขเด็ด “เจ้าแม่ตะเคียน” งวด 16 ก.ย. 69 เคาะเด่น 4 รอง 1เปิด 5 จังหวัด ราคาประเมินที่ดินถูกที่สุดในไทย บางพื้นที่เริ่มต้นเพียงหลักสิบบาทต่อตารางวาเปิด 5 อบต. รายได้สูงสุดในไทย อันดับ 1 ทะลุ 1,000 ล้านบาทส่องที่ดินที่แพงที่สุดในประเทศไทยเขตกรุงเทพฯเปิด "อำเภอที่มีพื้นใหญ่"ของไทย ขนาดกว้างจนเทียบได้กับหลายจังหวัด10มหาวิทยาลัยรัฐยอดนิยมที่คนอยากเข้าเรียนมากที่สุด“Kyawthuite” (เคียวทูอิต): อัญมณีที่หายากที่สุดในโลก หนึ่งเดียวจากเมียนมา108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
น้ำถ้าไม่มีออกซิเจน ยังเรียกว่าน้ำได้ไหมน้ำร้อนซักเสื้อสะอาดขึ้นได้อย่างไรสัมผัสที่หกมีจริงไหม หรือสมองกำลังจับสัญญาณก่อนเรารู้ตัวอาชีพร่อนทองตามแม่น้ำ งานลุ้นโชคที่ต้องใช้แรงและความอดทนมากกว่าที่คิด
ตั้งกระทู้ใหม่