หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ทำไมคำว่าส่งฟรีถึงทำให้ยอมซื้อของเพิ่มหลายร้อยเพื่อประหยัดค่าส่งไม่กี่สิบบาท

เขียนโดย ยายขี้บ่น

ค่าส่ง 30 บาทเจ็บกว่าของเพิ่ม 300 บาทได้ยังไง



ตะกร้ามีของราคา 499 บาท ค่าส่ง 30 บาท แต่หน้าจอบอกว่า ซื้อครบ 799 บาทส่งฟรี จากคนที่ตั้งใจจ่ายแค่ 529 บาท อยู่ดีๆ นิ้วก็เริ่มเลื่อนหาราวแขวนเสื้อ กล่องเก็บของ แก้วน้ำ หรือของจุกจิกอีกชิ้นให้ยอดถึงเกณฑ์ แล้วจบที่จ่ายเกือบ 800 บาท พร้อมความรู้สึกว่า ประหยัดค่าส่งได้ตั้ง 30 บาท

ถ้ามองด้วยเครื่องคิดเลขอย่างเดียว ภาพนี้ประหลาดมาก เพราะจ่ายเพิ่มประมาณ 270 บาทเพื่อหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่าย 30 บาท แต่สมองไม่ได้ประเมินเงินทุกบาทด้วยมาตรฐานเดียวกัน การซื้อของออนไลน์กระตุ้นกลไกทางจิตวิทยาหลายชั้นพร้อมกัน จนคำว่าส่งฟรีเปลี่ยนจากเงื่อนไขธรรมดาเป็นเป้าหมายที่อยากทำให้สำเร็จ

เลขศูนย์ไม่ได้มีความหมายเหมือนส่วนลดทั่วไป

พอราคาบางอย่างลดจาก 30 บาทเหลือ 0 บาท ความรู้สึกไม่ได้ลดลงเพียง 30 หน่วยตามตัวเลข คำว่า ฟรี ทำให้ต้นทุนส่วนนั้นหายไปจากใจอย่างเด่นชัด นักเศรษฐศาสตร์พฤติกรรมเรียกปรากฏการณ์ลักษณะนี้ว่า ผลของราคาศูนย์ หมายถึงสินค้าที่ราคาเป็นศูนย์มักดึงดูดมากเป็นพิเศษเมื่อเทียบกับการลดราคาในขนาดใกล้เคียงกัน

ลองเปลี่ยนข้อความจาก ซื้อครบ 799 บาทส่งฟรี เป็น ซื้อครบ 799 บาทลดเพิ่ม 30 บาท ผลทางคณิตศาสตร์แทบเหมือนกัน แต่ความรู้สึกต่างกันทันที ประโยคแรกเหมือนปลดล็อกสิทธิ์บางอย่าง ส่วนประโยคหลังดูเป็นส่วนลดเล็กๆ ที่อาจไม่คุ้มกับการหาของมาเพิ่ม

ค่าส่งถูกจัดเป็นเงินที่เสียแล้วไม่ได้ของ

ปัญหาหนักอยู่ตรงคำว่า ค่าส่ง เงิน 30 บาทก้อนนี้ไม่ได้กลายเป็นเสื้อ ขนม หรือของใช้ที่จับต้องได้ จึงเกิดความรู้สึกคล้ายเสียเงินเปล่า ขณะที่เงิน 300 บาทที่เพิ่มเข้าไปในตะกร้ายังแลกกับสินค้าหนึ่งชิ้น สมองเลยเปรียบเทียบแบบไม่สมมาตร

30 บาทฝั่งค่าส่งจึงดูน่าเสียดาย ส่วน 300 บาทฝั่งสินค้าเหมือนยังได้อะไรกลับมา

นี่เกี่ยวข้องกับการแบ่งเงินออกเป็นบัญชีในใจ คนจำนวนมากไม่ได้คิดเพียงยอดสุดท้าย แต่แยกเป็น เงินซื้อของ เงินค่าส่ง เงินส่วนลด และเงินที่เสียฟรี แต่ละหมวดสร้างความรู้สึกคนละแบบ แม้ทั้งหมดออกจากบัญชีธนาคารเดียวกันก็ตาม

อีก 87 บาทจะส่งฟรีแล้วคือประโยคอันตราย

ร้านค้าไม่จำเป็นต้องบังคับอะไร เพียงวางเส้นชัยไว้ใกล้พอ สมองก็เริ่มไม่อยากหยุดกลางทาง ยิ่งยอดขาดไม่มาก เช่น 63 บาท 87 บาท หรือ 120 บาท ความรู้สึกค้างคาจะยิ่งชัด เพราะตะกร้าดูเหมือนเดินทางมาเกือบถึงเป้าหมายแล้ว

จุดนี้คล้ายการสะสมแต้มที่ขาดอีกนิดเดียว การตัดสินใจเปลี่ยนจาก ต้องการของชิ้นนี้ไหม ไปเป็น จะเอาอะไรมาเติมยอดดี ทันที คำถามชุดแรกพิจารณาความจำเป็น แต่คำถามชุดหลังยอมรับไปแล้วว่าจะซื้อเพิ่ม เหลือเพียงเลือกว่าจะซื้ออะไร

ก่อนเห็นเกณฑ์ส่งฟรี กำลังเลือกว่าจะซื้อหรือไม่ซื้อ

หลังเห็นว่าเหลืออีกนิดเดียว กำลังเลือกของมาเติมช่องว่าง

พอครบเกณฑ์ ได้รางวัลทางใจว่าชนะค่าส่งสำเร็จ


จังหวะเปลี่ยนคำถามในหัวนี่แหละที่ทำให้ตะกร้าโตแบบแทบไม่รู้ตัว

ซื้อเพิ่มไม่ใช่เรื่องเสียเปรียบทุกครั้ง

ประเด็นสำคัญคืออย่าเหมารวมว่าการเติมยอดส่งฟรีไร้เหตุผลเสมอ สมมติขาดอีก 300 บาทจึงจะส่งฟรี และค่าส่งเดิม 30 บาท ถ้าของที่เพิ่มราคา 300 บาทเป็นของที่ต้องซื้ออยู่แล้วในสัปดาห์หน้า การเอามาซื้อพร้อมกันอาจสมเหตุสมผล เพราะประหยัดค่าขนส่งได้จริง

แต่ถ้าของชิ้นนั้นไม่มีแผนใช้ มูลค่าที่แท้จริงอาจต่ำมาก ต่อให้ป้ายเขียนว่าลดราคา ก็ยังเป็นเงินออกจากกระเป๋า วิธีเช็กแบบเร็วที่สุดคือถามว่า ถ้าร้านนี้ส่งฟรีตั้งแต่บาทแรก ของชิ้นที่กำลังจะเติมยังอยากซื้ออยู่ไหม ถ้าคำตอบคือไม่ ความอยากนั้นอาจเกิดจากเส้นชัยมากกว่าตัวสินค้า

อีกวิธีคือมองยอดสุดท้ายแทนการมองค่าส่ง แทนที่จะคิดว่าเสียค่าส่ง 30 บาท ให้เทียบตรงๆ ระหว่าง จ่าย 529 บาทแล้วจบ กับ จ่าย 799 บาทแล้วได้ของเพิ่ม จากนั้นถามว่าของเพิ่มคุ้มกับส่วนต่าง 270 บาทหรือไม่ ภาพจะชัดขึ้นมาก เพราะคำว่าฟรีไม่สามารถบังยอดเงินจริงได้

ส่งฟรีไม่ได้ทำให้เงิน 30 บาทกลับมา
มันเพียงทำให้รู้สึกว่าการจ่ายเพิ่มเป็นชัยชนะ



ร้านที่ตั้งเกณฑ์ส่งฟรีสูงกว่ายอดซื้อเฉลี่ยเล็กน้อยจึงมีเหตุผลทางธุรกิจชัดเจน ลูกค้าที่เกือบถึงเกณฑ์มีแรงผลักให้เพิ่มจำนวนสินค้าต่อคำสั่งซื้อ ส่วนลูกค้าก็รู้สึกว่าได้รับประโยชน์จากการไม่เสียค่าจัดส่ง ทั้งสองฝั่งอาจได้ประโยชน์พร้อมกันได้เมื่อของที่เติมมีคุณค่าจริง ปัญหาเกิดตรงวันที่ตะกร้าเต็มไปด้วยของที่ไม่ได้อยากได้ตั้งแต่แรก แล้วคำว่าประหยัด 30 บาทกลายเป็นใบอนุญาตให้ใช้เพิ่มอีกหลายร้อยบาทแบบแนบเนียน

เนื้อหาโดย: ยายขี้บ่น
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ยายขี้บ่น's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 13 ครั้ง
เขียนโดย ยายขี้บ่น
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
จังหวัดที่มีร้านเซเว่นอีเลฟเว่น จำนวนมากกว่า 500 สาขาทำไมคนฉลาดบางคนถึงลองสารเสพติดทั้งที่รู้ความเสี่ยงดี108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียงทำไมคนฉลาดก็ยังเลิกบุหรี่ไม่ได้ง่ายแม้รู้ผลเสียครบทุกอย่างประเทศอันดับ 1 ของโลก ที่ซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจากไทยมากที่สุดรหัสเลขเด่น "ล๊อตเตอรี่ชี้โขค" 16 สิงหาคม 256910 โรงเรียนที่ขึ้นชื่อว่าสอบเข้ายากที่สุดทำไมคนวัยทำงานถึงรักหมาแมวเหมือนลูกและทุ่มให้เต็มที่โดยไม่ใช่แค่กระแสแบตเตอรี่ AA / AAA จริง ๆ หมายถึงอะไร รหัสที่เราเห็นกันทุกวันจากปลากัดบ้านๆ สู่ตลาดโลก ปลาตัวเล็กที่สร้างรายได้ให้ไทย หลายร้อยล้านเซฟด่วน! 30 AI สายฟรีตลอดชีวิต เจนวิดีโอไม่จำกัด-แต่งรูป-ลบวัตถุเนียนกริบ ไม่ต้องจ่ายรายเดือนทำไมคนทำงานถึงอยากลาออกทุกวันแต่ยังติดอยู่กับงานเดิมที่กัดกินใจ
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ประเทศที่กินไก่จากไทยมากที่สุด อันดับที่ 1 ของโลก
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
สังเกตใครอิจฉาคุณอยู่เซฟด่วน! 30 AI สายฟรีตลอดชีวิต เจนวิดีโอไม่จำกัด-แต่งรูป-ลบวัตถุเนียนกริบ ไม่ต้องจ่ายรายเดือนทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว" หรือ "ทำดีได้ชั่ว ทำชั่วได้ดี"กันแน่? เจาะลึกความจริงในสังคมที่คนตั้งคำถามกันทั้งประเทศ!สินค้าไทยที่ครองตลาดญี่ปุ่นแบบคนไทยคาดไม่ถึง
ตั้งกระทู้ใหม่