หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ทำไมกระแสแบนดาราและอินฟลูเอนเซอร์เดี๋ยวนี้มักร้อนแรงไม่นานก่อนคนจะย้ายไปเรื่องใหม่

เขียนโดย preechalcpd

เมื่อทุกวันมีคนใหม่ให้โกรธ ความโกรธเดิมก็ต้องแย่งพื้นที่อยู่รอด



เมื่อก่อนดราม่าของดาราหรือคนดังบางเรื่องลากกันเป็นสัปดาห์ ชื่อยังติดเทรนด์ คลิปขุดยังวนซ้ำ แบรนด์ทยอยออกแถลงการณ์ กระแสแบนเหมือนมีแรงส่งยาวๆ แต่ช่วงหลังหลายเหตุการณ์กลับเกิดภาพประหลาดกว่าเดิม เช้าทัวร์ลงหนัก เย็นมีคลิปชี้แจง ผ่านไปสองสามวันหน้าฟีดก็เต็มไปด้วยเรื่องใหม่ แล้วเจ้าของดราม่าค่อยๆ กลับมาลงงานตามปกติ

คำอธิบายว่า คนด่าเหนื่อยเอง มีส่วนอยู่จริง แต่ไม่ใช่ทั้งหมด

ในงานวิจัยด้านโซเชียลมีเดียมีแนวคิดเรื่อง social media fatigue หรือความเหนื่อยล้าจากการใช้งานโซเชียล เมื่อข้อมูล ข่าว ความขัดแย้ง การแจ้งเตือน และแรงกดดันทางสังคมถาโถมต่อเนื่อง สมองต้องใช้ทรัพยากรกับการคัดกรองตลอดเวลา งานวิเคราะห์รวมจากงานวิจัยหลายสิบชิ้นพบว่า information overload และ social overload เชื่อมโยงกับความเหนื่อยล้าจากโซเชียลอย่างชัดเจน และความเหนื่อยดังกล่าวสัมพันธ์กับความต้องการลดหรือหยุดใช้งานแพลตฟอร์มบางส่วน

ลองนึกภาพหน้าฟีดวันธรรมดา ดราม่านักร้องตอนเช้า อินฟลูเอนเซอร์ขายของตอนเที่ยง ข่าวบริษัทช่วงบ่าย ประเด็นการเมืองตอนค่ำ แล้วกลางคืนมีคลิปเสียงหลุดอีกเรื่อง การจะโกรธทุกเหตุการณ์ด้วยระดับพลังเท่ากันแทบเป็นไปไม่ได้ เพราะ ความสนใจของมนุษย์มีจำนวนจำกัด

เรื่องไม่ได้เบาลง แต่เรื่องใหม่เข้ามาเร็วขึ้น

งานศึกษาพฤติกรรมความสนใจระดับสังคมพบว่า วงจรความนิยมของข้อมูลในโลกสมัยใหม่มีแนวโน้มพุ่งขึ้นเร็วและตกลงเร็ว การผลิตเนื้อหาที่มากขึ้นทำให้หัวข้อจำนวนมหาศาลต้องแข่งขันกันเพื่อแย่งเวลาจากสายตาชุดเดียวกัน

ผลที่เห็นบนหน้าฟีดจึงคล้ายเหตุการณ์นี้มาก วันนี้มีแฮชแท็กเรียกร้องให้เลิกสนับสนุนคนดัง A พรุ่งนี้เกิดเรื่องของ B มะรืนมี C คนเดิมอาจยังไม่ลืมว่า A เคยทำอะไร เพียงแต่ไม่ได้มีแรงพอจะโพสต์ซ้ำทุกวัน เมื่อจำนวนโพสต์ลด ระบบแนะนำก็ลดการกระจาย กระแสที่ดูเหมือนความโกรธหายจึงอาจเป็นเพียง ความสนใจย้ายที่ ไม่ใช่การให้อภัยอย่างแท้จริง

การด่าบนโซเชียลยังมีวงจรให้รางวัลของมันเอง

งานวิจัยที่วิเคราะห์โพสต์หลายล้านข้อความพบว่า เมื่อการแสดงความไม่พอใจทางศีลธรรมได้รับไลก์หรือการแชร์ คนมีแนวโน้มแสดงพฤติกรรมแบบเดิมอีกในอนาคต และยังปรับระดับการแสดงออกตามบรรทัดฐานของกลุ่มที่อยู่รอบตัว

ช่วงที่ดราม่ากำลังพุ่ง การแสดงจุดยืนจึงมีแรงเสริมเต็มที่ โพสต์ไวได้ยอดแชร์ พูดประโยคเด็ดได้คนเห็น เห็นคนรอบตัวตำหนิก็รู้สึกว่าการตำหนิเป็นพฤติกรรมปกติของพื้นที่นั้น แต่พอเรื่องหลุดจากจุดสูงสุด รางวัลทางสังคมก็ลดตาม โพสต์เรื่องเดิมอาจแทบไม่มีใครสนใจ แรงจูงใจในการขุดต่อจึงหายไปพร้อมกับกระแส

อีกจุดที่ชวนเข้าใจผิดคือ หน้าฟีดอาจทำให้ความโกรธดูใหญ่กว่าความรู้สึกจริง

การทดลองด้านการรับรู้อารมณ์บนโซเชียลพบว่า คนอ่านมีแนวโน้มประเมินว่าคนเขียนโพสต์กำลังโกรธรุนแรงกว่าที่เจ้าของโพสต์รายงานว่ารู้สึกจริง ผลนี้ยิ่งชัดในกลุ่มที่ใช้โซเชียลเพื่อรับข้อมูลทางการเมืองมาก เมื่อเห็นโพสต์นับพันประโยคใช้ภาษาแรงพร้อมกัน จึงง่ายมากที่จะรู้สึกว่า สังคมทั้งประเทศเกลียดคนนี้แล้ว ทั้งที่ระดับความรู้สึกจริงของแต่ละคนอาจไม่ได้รุนแรงเท่าภาพรวมบนหน้าจอ

แล้วทำไมบางคนกลับมาได้เร็ว

ความผิดแต่ละแบบหนักไม่เท่ากัน เรื่องพูดพลาดกับการกระทำที่สร้างความเสียหายร้ายแรงย่อมให้ผลทางชื่อเสียงต่างกัน

คนดูไม่ได้เป็นก้อนเดียวกัน กลุ่มที่เลิกสนับสนุนอาจหายไปจริง ขณะที่ฐานแฟนเดิมยังอยู่ จึงดูเหมือนสังคมให้อภัยทั้งหมด

คำขอโทษและพฤติกรรมหลังเหตุการณ์มีผล การยอมรับผิด แก้ไข และไม่ทำซ้ำ เปิดพื้นที่ให้คนบางส่วนกลับมาสนับสนุนได้

อัลกอริทึมชอบของสด เมื่อเรื่องใหม่สร้างปฏิกิริยาได้ดีกว่า เรื่องเก่าก็ค่อยๆ หล่นจากพื้นที่มองเห็น

การตามลงโทษใครต่อเนื่องมีต้นทุนทางอารมณ์ ต้องอ่านหลักฐาน เถียงกับคนอื่น ติดตามคำชี้แจง และรักษาระดับความโกรธไว้ตลอด ซึ่งเหนื่อยกว่าการเลื่อนไปดูเรื่องถัดไปมาก


จึงต้องระวังประโยคว่า สมัยนี้คนให้อภัยง่ายขึ้น เพราะงานวิจัยยังไม่ได้ยืนยันว่ามนุษย์โดยรวมมีมาตรฐานศีลธรรมผ่อนลงหรือให้อภัยคนดังเร็วขึ้นแบบสากล ภาพที่เห็นอาจเกิดจากวงจรความสนใจสั้นลง ข่าวใหม่มาเร็ว ความเหนื่อยจากข้อมูลสะสม และความโกรธบนหน้าฟีดที่ดูรุนแรงกว่าความรู้สึกจริง

คำว่า Cancel Culture Fatigue จึงเหมาะใช้เป็นคำอธิบายพฤติกรรมในภาษาทั่วไปมากกว่าจะมองเป็นชื่อภาวะทางการแพทย์ ความน่าสนใจอยู่ตรงที่คนไม่ได้จำเป็นต้องเปลี่ยนจาก เกลียด เป็น รัก ภายในสามวัน แต่อาจเปลี่ยนจาก เกลียดและพร้อมโพสต์ ไปเป็น ยังไม่ชอบแต่ไม่มีแรงตามแล้ว ซึ่งสองอย่างนี้ดูคล้ายกันมากเมื่อวัดจากจำนวนโพสต์บนหน้าฟีด

ดราม่าบางเรื่องไม่ได้จบ แค่แพ้เรื่องใหม่ในการแย่งความสนใจ

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
preechalcpd's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 69 ครั้ง
เขียนโดย preechalcpd
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
รู้หรือไม่? เปิดรายได้พนักงานส่งพัสดุของแต่ละแอป วันหนึ่งได้เท่าไร5 คณะที่เรียนจบมาแล้ว มีอาชีพรองรับมากกว่าที่คิดแนวทางเลขเด็ด "สลาก 5 ภาค" งวด 1 ตุลาคม 69 สรุปทั้งเลขเด่น-เลขดัง เพียบ!จังหวัดไหนคนจนเยอะที่สุดในไทย ? เปิดตัวเลขล่าสุด ภาคไหนน่าจับตาเว็บไซต์ไทยที่โด่งดังที่สุด มียอดผู้ใช้งานต่อวันมากเป็นอันดับ 1108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียงAI วิเคราะห์สถิติ 20 ปีหวยงวด 1 ตุลาคม 69 ให้เลขท้าย 2 ตัวเน้นๆ!Maras นาเกลือโบราณกลางหุบเขาเปรู สืบทอดภูมิปัญญาชาวอินคานับร้อยปีอำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทยปฏิทินจีนเทียบปฏิทินไอ้ไข่ งวด 1 ต.ค. 2569 เลขไหนน่าสนใจรีวิวหนังดัง MASTER OF THE UNIVERSE นักรบเจ้าจักรวาล5 เมนูอาหารไทยโบราณที่หาทานยาก ชื่อคุ้นหู แต่คนรุ่นใหม่อาจไม่เคยชิม
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
มหาวิทยาลัยที่คนลาวชอบที่สุด และนิยมเข้าเรียนมากที่สุดในไทย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
เลข 555 กลายเป็นเสียงหัวเราะของคนไทยได้อย่างไรช้างป่าเข้าหารถบนเขาใหญ่เพราะอะไรเหตุใดแท็กซี่กรุงเทพฯ จึงมีสีสดและสีเขียวเหลืองตุ๊กตานางรำหน้าศาลพระภูมิมีความหมายอะไร
ตั้งกระทู้ใหม่