หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

คืนสุดท้ายของสตาลิน เมื่อความหวาดระแวงย้อนกลับมาปิดทางช่วยชีวิตตัวเอง

เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง

อำนาจล้นมือ แต่ไม่มีใครกล้าเปิดประตู



คืนวันที่ 1 มีนาคม ค.ศ. 1953 โจเซฟ สตาลินยังเป็นศูนย์กลางอำนาจของสหภาพโซเวียต บุคคลรอบตัวรู้ดีว่าการทำอะไรผิดจังหวะต่อหน้าผู้นำคนนี้อาจมีราคาสูงมาก แต่สิ่งที่น่าคิดคือ บรรยากาศแห่งความกลัวที่สตาลินสร้างมาตลอดหลายปี กลับกลายเป็นปัจจัยสำคัญในช่วงที่เจ้าตัวต้องการความช่วยเหลือที่สุด

หลังใช้เวลาช่วงดึกกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่บ้านพักคุนต์เซโว ทุกคนแยกย้ายกันไปพักตามปกติ เช้าวันต่อมาผิดสังเกตมาก เพราะสตาลินไม่ออกจากห้องและไม่มีคำสั่งใดส่งออกมาเป็นเวลาหลายชั่วโมง ทว่าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยไม่กล้าเข้าไปตรวจทันที การเข้าไปโดยไม่ได้รับคำสั่งอาจถูกมองว่าเป็นการรบกวนหรือมีเจตนาไม่ดีได้

ตรงนี้แหละที่อำนาจแบบหวาดกลัวเริ่มย้อนกลับมาทำงานกับเจ้าของอำนาจเอง

เมื่อมีคนเข้าไปพบในที่สุด สตาลินอยู่บนพื้นและไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ หลักฐานร่วมสมัยของทางการโซเวียตระบุว่าเกิดภาวะเลือดออกในสมองซีกซ้าย มีอาการหมดสติ แขนและขาขวาเป็นอัมพาต รวมถึงสูญเสียความสามารถในการพูด อาการทั้งหมดสอดคล้องกับความเสียหายรุนแรงของสมองซีกซ้าย ซึ่งควบคุมการเคลื่อนไหวร่างกายด้านขวาและเกี่ยวข้องกับระบบภาษาในคนส่วนใหญ่

ทำไมแพทย์ถึงไม่ได้เข้าถึงตัวทันที

เรื่องนี้ไม่ได้มีคำตอบง่ายแบบหนังการเมือง หลักฐานหลายชุดชี้ว่าคนใกล้ชิดลังเลและหวาดกลัวว่าจะทำอะไรผิด เพราะสตาลินมีประวัติความระแวงอย่างรุนแรง ยิ่งช่วงต้นปี 1953 รัฐบาลกำลังดำเนินคดีกับแพทย์จำนวนหนึ่งในเหตุการณ์ที่รู้จักกันภายหลังว่า Doctors' Plot โดยกล่าวหาว่าแพทย์ระดับสูงวางแผนสังหารผู้นำโซเวียต หลายคนที่ถูกกล่าวหาเป็นชาวยิว และบรรยากาศทางการเมืองเต็มไปด้วยความหวาดกลัวต่อวงการแพทย์

ลองมองความย้อนแย้งตรงนี้ คนที่สร้างระบบซึ่งแม้แต่แพทย์ยังเสี่ยงถูกมองเป็นศัตรู วันหนึ่งกลับเกิดภาวะฉุกเฉินทางสมองเสียเอง คนรอบข้างจึงต้องคิดก่อนว่า การเรียกหมอเข้ามาจะกลายเป็นความผิดทางการเมืองหรือเปล่า

2 มีนาคม มีการรักษาหลังพบอาการรุนแรงแล้ว

• รายงานทางการบันทึกความดันโลหิตสูงมาก ชีพจรผิดจังหวะ และการหายใจผิดปกติ

• ต่อมามีภาวะขาดออกซิเจน การไหลเวียนเลือดและการทำงานของหัวใจทรุดลง

5 มีนาคม ค.ศ. 1953 เวลา 21.50 น. สตาลินเสียชีวิตหลังระบบหัวใจและการหายใจล้มเหลวลงต่อเนื่องจากภาวะทางสมองรุนแรง


เอกสารทางการในเวลานั้นระบุพื้นฐานโรคว่าเกี่ยวข้องกับความดันโลหิตสูงและภาวะหลอดเลือดแข็ง ก่อนเกิดเลือดออกในสมองซีกซ้าย นี่ไม่ใช่เพียงคำบอกเล่าภายหลัง เพราะประกาศทางการที่ตีพิมพ์ใน Pravda และ Izvestia บันทึกทั้งอัมพาตด้านขวา การหมดสติ การสูญเสียการพูด ความดันสูง รวมถึงการหายใจแบบผิดปกติไว้ค่อนข้างละเอียด

แล้วสตาลินถูกวางยาหรือถูกปล่อยให้ตายหรือไม่?

ตรงนี้ต้องแยกสิ่งที่พิสูจน์ได้ออกจากข้อสงสัย มีทฤษฎีเกี่ยวกับการลอบสังหารและการจงใจชะลอการรักษาหลายแบบ โดยเฉพาะเมื่อผู้มีอำนาจรอบตัวสตาลินล้วนรู้ว่าการกวาดล้างทางการเมืองรอบใหม่อาจกระทบตัวเอง แต่ยังไม่มีหลักฐานเด็ดขาดที่พิสูจน์ว่าสตาลินถูกวางยาหรือถูกฆ่า การอภิปรายของนักประวัติศาสตร์ที่หอสมุดรัฐสภาสหรัฐฯ เคยสรุปไปในทิศทางว่าสาเหตุธรรมชาติมีน้ำหนักสูง และความล่าช้าในการช่วยเหลือสามารถอธิบายได้ด้วยความกลัวและความสับสนของผู้ใต้บังคับบัญชา

ประเด็นที่น่าสนใจกว่าทฤษฎีฆาตกรรมจึงเป็นเรื่องโครงสร้างอำนาจ สตาลินสามารถทำให้คนจำนวนมหาศาลเชื่อฟังได้ แต่ระบบที่ไม่มีใครกล้าตัดสินใจโดยไม่ได้รับอนุญาต มีจุดอ่อนร้ายแรงทันทีเมื่อคนที่ออกคำสั่งเกิดหมดสติขึ้นมา

สมองไม่สนว่าคนป่วยมีอำนาจแค่ไหน

ภาวะเลือดออกในสมองคือเหตุฉุกเฉิน การเสียเวลาหลังเกิดอาการสามารถเพิ่มความเสียหายได้ แม้การแพทย์ปี 1953 จะยังไม่มี CT scan การผ่าตัดระบบประสาทและเวชศาสตร์หลอดเลือดสมองระดับเดียวกับปัจจุบัน จึงไม่ควรสรุปง่ายๆ ว่าถึงแพทย์เร็วแล้วสตาลินจะรอดแน่นอน แต่สิ่งหนึ่งชัดมาก คือภาวะฉุกเฉินทางสมองไม่ใช่อาการที่เหมาะกับการรอดูไปเรื่อยๆ

เรื่องของสตาลินเลยมีชั้นที่แปลกมาก จากผู้นำที่สั่งการระบบราชการและความมั่นคงขนาดมหึมา กลับต้องนอนหมดสติอยู่ในบ้านพัก ขณะที่คนรอบตัวไม่แน่ใจเสียด้วยซ้ำว่าควรกล้าเข้าไปช่วยตอนไหน อำนาจที่สร้างจากความกลัวทำให้คำสั่งเดินทางได้รวดเร็ว แต่ในวันที่ไม่มีคำสั่ง ความกลัวแบบเดียวกันกลับทำให้ทุกคนช้าลง

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
วัน ๆ หาแต่เรื่อง's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 73 ครั้ง
เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง
กดให้คะแนน หรือกดติดตาม เพื่อเป็นกำลังใจและไม่พลาดบทความใหม่ทุกวัน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ที่ปลูกทุเรียนมากที่สุดบอล ซุปเปอร์บอล มาแล้ว! แนวทางหวยงวด 1 ก.ย. 69 เน้นวิ่ง 9-6เปิดสถิติ "เลขยอดฮิต" บนเป๋าตัง: ทำไมเลขชุดนี้ถึงขายหมดไวที่สุดในทุกงวด!บุกกุฏิ! พระลูกวัดวัย 21 ปี ถูกล่อซื้อเคตามีน นัดส่งยาถึงที่ ตำรวจรวบพร้อมหนุ่มวัย 19 พบของกลาง-แชตสั่งซื้อเพียบ5 สิทธิ์ฟรีของ "ประกันสังคม" ที่คนไทยจ่ายทุกเดือนแต่ไม่ค่อยรู้ว่าใช้ได้5 ทริคซักผ้าให้หอมฟุ้งเหมือนร้านซักอบรีด ด้วยเงิน 20 บาท5 คณะที่เรียนจบแล้วอาจต้องเจอกับการแข่งขันสูงในยุค AI5 โรงเรียนในตำนานของไทย เปิดประวัติ โรงเรียนเก่าแก่ที่มีอายุมากกว่าร้อยปี“แอม” ภรรยา “ยัต” ยืนยันกลางโหนกระแส “ต้า เฟ็ดเฟ่” ขอออกเอง ไม่เอาอะไรเลย แต่ต้าโต้ ที่ยอมคุยเพราะ “รำคาญ”แม่ค้าหวยระยองสุดช้ำ! รับมา 600 ใบ ขายได้แค่ 300 เหลือเต็มแผงก่อนหวยออก ยอมรับ “ท้อ” แต่ต้องกัดฟันสู้ระทึกก่อนนายกฯ ถึง! รถเจ้าหน้าที่เสียงดังสนั่น-ควันพุ่งจากห้องเครื่อง กลาง ครม.สัญจรสงขลา เจ้าหน้าที่ EOD รีบเข้าตรวจสอบเงิน 3 แสนก้อนเดียว แต่กลายเป็นคนละเรื่อง! ยัตบอกให้ต้ายืมยังไม่คืน ก่อนเฉลยท้ายรายการถูกนำไปหักค่าหุ้น 49% ด้านทนายตั้งคำถาม ทำไมตอนแรกไม่พูดถึงเรื่องนี้
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เปิดสถิติ "เลขยอดฮิต" บนเป๋าตัง: ทำไมเลขชุดนี้ถึงขายหมดไวที่สุดในทุกงวด!บุกกุฏิ! พระลูกวัดวัย 21 ปี ถูกล่อซื้อเคตามีน นัดส่งยาถึงที่ ตำรวจรวบพร้อมหนุ่มวัย 19 พบของกลาง-แชตสั่งซื้อเพียบ"น้ำลาย" ของเหลวธรรมดาที่มีพลังรักษาและป้องกันโรคเปิด 5 อันดับ มหาวิทยาลัยไทยที่มีหลักสูตรค่าเรียนสูงที่สุด บางแห่งแตะ 5 ล้านบาท”
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
เปิดสถิติ "เลขยอดฮิต" บนเป๋าตัง: ทำไมเลขชุดนี้ถึงขายหมดไวที่สุดในทุกงวด!ไม่ใช่แค่เรื่องสวย! เผย 5 อันดับสีรถยอดนิยมของคนไทย ทำไมสีพวกนี้ถึงครองถนน?10 จุดเที่ยวระนองที่คนไทยอาจยังไม่เคยไปอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ทำไม 3 คำนี้ถึงเกี่ยวกับชีวิตของเราทุกวัน
ตั้งกระทู้ใหม่