หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

แชร์แม่ชม้อย คดีแชร์น้ำมันพันล้าน ที่เปลี่ยนวิธีมองผลตอบแทนสูงของคนไทยไปทั้งประเทศ

เขียนโดย คิดไปเรื่อย

แชร์แม่ชม้อยไม่ได้โตเพราะน้ำมัน แต่โตเพราะความเชื่อ


ถ้าย้อนกลับไปช่วงปลายทศวรรษ 2520 ชื่อของ ชม้อย ทิพย์โส กลายเป็นหนึ่งในชื่อที่คนไทยจำได้ทันทีเมื่อพูดถึงแชร์ลูกโซ่ขนาดใหญ่ จุดขายตอนนั้นฟังดูเป็นธุรกิจจริงจังมาก คือรับเงินกู้จากประชาชนเพื่อนำไปลงทุนค้าน้ำมัน ทั้งในและต่างประเทศ แล้วจ่ายผลตอบแทนเป็นรายเดือน

ตัวเลขสำคัญคือ ร้อยละ 6.5 ต่อเดือน เงินลงทุนถูกอธิบายผูกเข้ากับธุรกิจรถบรรทุกน้ำมัน ทำให้เรื่องดูจับต้องได้ ไม่ได้ลอยเป็นคำว่า ‘ลงทุน’ เฉยๆ แต่มีภาพรถน้ำมัน มีต้นทุน มีผลตอบแทน และมีรายละเอียดจุกจิกอย่างค่าภาษีหรือค่าเด็กปั๊ม ยิ่งมีรายละเอียดมาก คนจำนวนหนึ่งยิ่งรู้สึกว่าระบบน่าจะมีธุรกิจจริงอยู่ข้างหลัง

ช่วงแรกคนที่นำเงินเข้าไปได้รับผลตอบแทนตรงเวลา ถอนเงินต้นได้ และมีการบอกต่อแบบปากต่อปาก นี่คือกลไกสำคัญมากของแชร์ลูกโซ่ เพราะ คำยืนยันจากคนรู้จักมีพลังมากกว่าโฆษณา ถ้าคนใกล้ตัวรับเงินจริงต่อเนื่องหลายเดือน ความสงสัยจะลดลงเอง คนรุ่นหลังอาจนึกว่าคดีลักษณะนี้ต้องพึ่งโซเชียล แต่คดีนี้พิสูจน์ว่าแค่เครือข่ายคนรู้จักก็ขยายวงได้มหาศาลแล้ว

• ผู้เสียหายมากกว่า 16,000 คน

• สัญญากู้ยืมมากกว่า 26,000 ฉบับ

• ยอดเงินตามสำนวนรวมประมาณ 4,043 ล้านบาท

• ผลตอบแทนที่เสนอร้อยละ 6.5 ต่อเดือน หรือคิดแบบตรงๆ ราวร้อยละ 78 ต่อปี

ตัวเลขตรงนี้สำคัญ เพราะถ้าธุรกิจปกติสามารถจ่ายผลตอบแทนระดับนั้นได้อย่างสม่ำเสมอเป็นเวลานาน ธุรกิจต้องสร้างกำไรสูงมากจริงๆ และยังต้องมีเงินสดพอจ่ายทุกเดือนด้วย การเห็นผลตอบแทนสูงจึงไม่ควรหยุดแค่คำถามว่า ‘ได้กี่เปอร์เซ็นต์’ แต่ต้องถามต่อว่า เงินกำไรมาจากกิจกรรมอะไร ตรวจสอบยอดขาย ต้นทุน คู่ค้า และกระแสเงินสดได้หรือไม่

ผลการตรวจสอบในคดีพบว่าไม่มีหลักฐานบ่งชี้ว่ามีการประกอบกิจการค้าน้ำมันตามที่กล่าวอ้าง เงินที่เข้ามาถูกหมุนไปจ่ายผลตอบแทนให้ผู้ลงทุนรายก่อน ลักษณะนี้ทำให้ระบบดูแข็งแรงในช่วงที่เงินใหม่ไหลเข้ามาเยอะ แต่ทันทีที่คนเริ่มขอถอนพร้อมกัน หรือเงินใหม่เข้าช้ากว่าภาระที่ต้องจ่าย โครงสร้างจะเริ่มติดขัด เพราะไม่มีรายได้จากธุรกิจจริงมารองรับภาระเดิม

จุดที่น่าสนใจคือ ความน่าเชื่อถือไม่ได้เกิดจากเอกสารเพียงอย่างเดียว นางชม้อยเคยทำงานเกี่ยวข้องกับหน่วยงานด้านปิโตรเลียม ความเชื่อมโยงกับวงการน้ำมันทำให้เรื่องเล่าดูสมเหตุสมผลขึ้น เมื่อผสมกับการจ่ายเงินจริงช่วงแรก รายละเอียดเกี่ยวกับรถน้ำมัน และคนรู้จักที่ยืนยันว่าได้รับเงิน ระบบจึงสร้างความน่าเชื่อถือหลายชั้นพร้อมกัน

บทเรียนนี้ยังใช้ได้กับการลงทุนยุคแอปและกลุ่มแชต เพราะชื่อสินทรัพย์เปลี่ยนได้ตลอด จากน้ำมันไปเป็นทอง คริปโท เงินตราต่างประเทศ หุ้นต่างประเทศ หรือธุรกิจนำเข้าส่งออก แต่คำถามพื้นฐานยังเหมือนเดิม

ถ้ามีคนชวนลงทุน ลองเช็ก 5 เรื่องนี้ก่อนโอน

ผลตอบแทนสัมพันธ์กับความเสี่ยงหรือไม่ ยิ่งรับประกันผลตอบแทนสูงและสม่ำเสมอ ยิ่งต้องตรวจหนัก

รายได้ของกิจการเกิดจากลูกค้าจริงหรือเงินสมาชิกใหม่ ถ้าอธิบายไม่ได้ นี่คือสัญญาณอันตราย

ตรวจสอบกิจการได้แค่ไหน มีงบการเงิน คู่ค้า ใบอนุญาต หรือหลักฐานธุรกิจที่ตรวจจากแหล่งอิสระได้หรือไม่

ถอนเงินได้เพราะธุรกิจมีกำไร หรือเพราะยังมีเงินใหม่เข้ามา การถอนสำเร็จครั้งแรกไม่ได้แปลว่าระบบปลอดภัย

มีแรงกดดันให้รีบตัดสินใจหรือชวนคนอื่นต่อหรือไม่ ระบบที่ต้องโตด้วยสมาชิกใหม่ตลอดเวลามีความเสี่ยงเชิงโครงสร้างสูง

คดีนี้มีผลต่อระบบกฎหมายไทยด้วย รัฐบาลออก พระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 ซึ่งมีผลใช้บังคับวันที่ 13 พฤศจิกายน 2527 เพื่อรับมือการระดมเงินจากประชาชนในลักษณะฉ้อโกงที่สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง

ต่อมาศาลพิพากษานางชม้อยรวมโทษจำคุกถึง 154,005 ปี ตัวเลขนี้กลายเป็นภาพจำของคดี แต่สิ่งที่ควรจำมากกว่าคือเหตุผลที่คนจำนวนมากยอมฝากเงินเข้าไป ไม่ใช่เพราะทุกคนขาดความรู้ แต่เพราะระบบมีเรื่องราวธุรกิจที่ฟังขึ้น มีคนรับเงินจริง และมีหลักฐานทางสังคมจากคนใกล้ตัว

เวลาพบการลงทุนที่ดูดีจนแทบไม่มีข้อเสีย สิ่งที่ควรถามอาจไม่ใช่ ‘คนอื่นได้กำไรแล้วหรือยัง’ แต่เป็น ‘ถ้าพรุ่งนี้ไม่มีสมาชิกใหม่เข้ามา เงินที่จะจ่ายผลตอบแทนมาจากไหน’ คำถามเดียวนี้ช่วยแยกธุรกิจที่สร้างรายได้จริงออกจากระบบที่ต้องพึ่งเงินก้อนใหม่มาหมุนต่อได้ชัดขึ้นมาก

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
คิดไปเรื่อย's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 27 ครั้ง
เขียนโดย คิดไปเรื่อย
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เปิด 5 อันดับ มหาวิทยาลัยไทยที่มีหลักสูตรค่าเรียนสูงที่สุด บางแห่งแตะ 5 ล้านบาท”แม่วัย 35 เปิดอุทาหรณ์สุดผวา! ตรวจมะเร็งหลังคลอด แต่ผ้าก๊อซค้างในช่องคลอด รพ.โทรตามให้กลับมาเอาออก ซ้ำรอหมอไม่ไหวต้องไปอีก รพ.บุกกุฏิ! พระลูกวัดวัย 21 ปี ถูกล่อซื้อเคตามีน นัดส่งยาถึงที่ ตำรวจรวบพร้อมหนุ่มวัย 19 พบของกลาง-แชตสั่งซื้อเพียบบอล ซุปเปอร์บอล มาแล้ว! แนวทางหวยงวด 1 ก.ย. 69 เน้นวิ่ง 9-610 จุดหมายในบังกลาเทศที่คนไทยอาจยังไม่รู้จัก5 คณะที่เรียนจบแล้วอาจต้องเจอกับการแข่งขันสูงในยุค AIแม่ค้าหวยระยองสุดช้ำ! รับมา 600 ใบ ขายได้แค่ 300 เหลือเต็มแผงก่อนหวยออก ยอมรับ “ท้อ” แต่ต้องกัดฟันสู้ไม่ใช่แค่เรื่องสวย! เผย 5 อันดับสีรถยอดนิยมของคนไทย ทำไมสีพวกนี้ถึงครองถนน?เปิดรายได้ "คนขายที่ปัดน้ำฝนข้างทาง" ขายดีขนาดไหน?5 โรงเรียนในตำนานของไทย เปิดประวัติ โรงเรียนเก่าแก่ที่มีอายุมากกว่าร้อยปีจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ที่ปลูกทุเรียนมากที่สุดเปิดสถิติ "เลขยอดฮิต" บนเป๋าตัง: ทำไมเลขชุดนี้ถึงขายหมดไวที่สุดในทุกงวด!
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
สัตว์ที่เกือบจะสูญพันธุ์จากประเทศไทย แต่กลับมาพบเพิ่มจำนวนได้อีกครั้งบุกกุฏิ! พระลูกวัดวัย 21 ปี ถูกล่อซื้อเคตามีน นัดส่งยาถึงที่ ตำรวจรวบพร้อมหนุ่มวัย 19 พบของกลาง-แชตสั่งซื้อเพียบนายก อบต.บ้านติ้ว ถูกมีดทำร้ายดับในบ้าน ภรรยาเจ็บด้วย ตำรวจเร่งคลี่ปม ช่วงก่อนเกิดเหตุยังนั่งคุยกับคนก่อเหตุเปิดสถิติ "เลขยอดฮิต" บนเป๋าตัง: ทำไมเลขชุดนี้ถึงขายหมดไวที่สุดในทุกงวด!"น้ำลาย" ของเหลวธรรมดาที่มีพลังรักษาและป้องกันโรค
กระทู้อื่นๆในบอร์ด การเงิน
10 กลยุทธ์ที่ร้านอาหารใช้เอาชนะคู่แข่งโดยไม่ต้องลดราคาน้ำมันโลกขึ้น แต่ทำไมราคาหน้าปั๊มไม่ขึ้นตามทันที? เงินส่วนต่างจริง ๆ ใครเป็นคนจ่ายTISA เริ่มปีหน้า แล้วมันต่างจาก RMF ยังไง? ทำไมรัฐอยากรวมการออมหลายแบบไว้ในบัญชีเดียว5 อันดับเบอร์โทรศัพท์ลงท้ายด้วย "ตัวเลขต้องห้าม" ดึงดูดหนี้สิน โอนเงินไว โดนหลอกหมดตัว
ตั้งกระทู้ใหม่