หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ทำไมวิกฤตการเงินครั้งใหญ่ มักก่อตัวในช่วงที่คนส่วนใหญ่กำลังมั่นใจ

เขียนโดย evileyes

ช่วงที่ดูปลอดภัยที่สุด อาจเป็นช่วงที่ความเสี่ยงกำลังสะสม



เวลาเห็นตลาดหุ้นขึ้นต่อเนื่อง เศรษฐกิจดูดี บริษัททำกำไร คนเริ่มพูดว่า “รอบนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว” สิ่งที่น่าสนใจไม่ใช่แค่ว่าราคาจะขึ้นต่อหรือไม่ แต่คือ ความมั่นใจของคนกำลังเปลี่ยนพฤติกรรมทางการเงินยังไง

เรื่องนี้เจอบ่อยในประวัติศาสตร์การเงิน เพราะวิกฤตจำนวนมากไม่ได้เริ่มจากวันที่ทุกคนหวาดกลัว แต่มักสะสมตัวในช่วงที่คนจำนวนมากรู้สึกว่าความเสี่ยงต่ำลงจนกล้าทำสิ่งที่ปกติอาจไม่ทำ

ความสงบทำให้คนกล้ารับความเสี่ยงเพิ่ม

สมมติว่าตลาดดีติดต่อกันหลายปี หุ้นขึ้น บ้านขึ้น ธุรกิจขายดี การผิดนัดชำระหนี้อยู่ในระดับต่ำ ช่วงแรกคนอาจยังระวัง แต่พอภาพแบบนี้อยู่ตรงหน้านานเข้า ความทรงจำเรื่องวิกฤตครั้งก่อนก็เริ่มจาง

นักลงทุนบางส่วนเพิ่มสัดส่วนสินทรัพย์เสี่ยง ธนาคารและผู้ให้กู้บางแห่งอาจแข่งขันกันปล่อยสินเชื่อมากขึ้น บริษัทเห็นต้นทุนเงินทุนต่ำก็มีแรงจูงใจกู้เพิ่ม ส่วนครัวเรือนที่เห็นราคาทรัพย์สินขึ้นต่อเนื่องอาจเชื่อว่าการกู้ซื้อสินทรัพย์ยังคุ้ม

ตรงนี้แหละที่คำว่า “เสี่ยง” เริ่มเปลี่ยนความหมาย

สิ่งที่เคยถูกมองว่าอันตราย กลายเป็นเรื่องธรรมดา เพราะทำมาหลายรอบแล้วไม่เกิดปัญหา

มินสกีอธิบายภาพนี้ไว้ค่อนข้างน่าสนใจ

นักเศรษฐศาสตร์ ไฮแมน มินสกี เสนอแนวคิดเรื่องความไม่มั่นคงทางการเงิน โดยมองว่าช่วงที่ระบบมีเสถียรภาพยาวนาน สามารถกระตุ้นให้ผู้เล่นในระบบรับความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเองได้

พูดแบบบ้านๆ คือ พอไม่มีไฟไหม้นาน คนก็เริ่มไม่ค่อยสนใจถังดับเพลิง

มินสกีแบ่งรูปแบบการจัดหาเงินทุนออกเป็นลักษณะที่แตกต่างกัน ตั้งแต่ผู้กู้ที่สามารถจ่ายทั้งดอกเบี้ยและเงินต้นได้ ไปจนถึงผู้กู้ที่ต้องพึ่งการกู้ใหม่หรือราคาสินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นเพื่อประคองสถานะ หากระบบค่อยๆ มีผู้เล่นประเภทหลังเพิ่มขึ้น ความเปราะบางก็เพิ่มตามไปด้วย

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การกู้เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่สมมติฐานว่าพรุ่งนี้จะดีเหมือนวันนี้

ฟองสบู่ไม่ได้ต้องการคนโลภอย่างเดียว

บางครั้งแค่คนธรรมดาจำนวนมากตัดสินใจอย่างมีเหตุผลภายใต้สภาพแวดล้อมเดียวกัน ก็สร้างความเสี่ยงระดับระบบได้แล้ว

• ราคาสินทรัพย์ขึ้น ทำให้หลักประกันดูมีมูลค่าสูง

• หลักประกันสูง ทำให้กู้ได้มากขึ้น

• เงินกู้ใหม่ถูกนำไปซื้อสินทรัพย์เพิ่ม

• ความต้องการซื้อดันราคาให้สูงขึ้นอีก

• ราคาที่สูงขึ้นถูกใช้ยืนยันว่าการตัดสินใจก่อนหน้านี้ถูกต้อง


วงจรแบบนี้เดินต่อได้ตราบใดที่เงินยังไหลและความเชื่อยังอยู่ ปัญหาเกิดเมื่อมีบางอย่างทำให้วงจรย้อนกลับ เช่น ดอกเบี้ยสูงขึ้น รายได้ลดลง สินเชื่อตึงตัว หรือราคาสินทรัพย์เริ่มตก

ตอนขาขึ้น ราคาที่สูงช่วยให้กู้เพิ่มได้ แต่ตอนขาลง ราคาที่ลดกลับทำให้ฐานะทางการเงินแย่ลงพร้อมกันหลายฝ่าย นี่คือเหตุผลที่การปรับฐานธรรมดาบางครั้งสามารถลุกลามเป็นปัญหาใหญ่ได้

แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าความมั่นใจกำลังมากเกินไป

ไม่มีตัวเลขตัวเดียวที่บอกล่วงหน้าได้แม่นว่าพรุ่งนี้จะเกิดวิกฤต และการที่ตลาดแพงก็ไม่ได้แปลว่าจะต้องพังทันที สิ่งที่มีประโยชน์กว่าคือมองหลายสัญญาณประกอบกัน เช่น การเติบโตของหนี้ คุณภาพสินเชื่อ ระดับการใช้เลเวอเรจ ราคาสินทรัพย์เทียบกับรายได้หรือกระแสเงินสด และความสามารถของผู้กู้ในการรับมือหากดอกเบี้ยหรือรายได้เปลี่ยน

อีกเรื่องที่ควรสังเกตคือภาษาในตลาด ถ้าความเสี่ยงบางอย่างถูกอธิบายว่า “ไม่มีทางเกิด” บ่อยขึ้น นั่นไม่ได้พิสูจน์ว่าจะเกิดวิกฤต แต่ควรกระตุ้นให้ตรวจสมมติฐานให้ละเอียดกว่าเดิม

การบริหารความเสี่ยงที่ดีจึงไม่ใช่การทำนายวันตลาดพัง เพราะแทบไม่มีใครทำเรื่องนั้นได้สม่ำเสมอ แต่คือการจัดพอร์ตและภาระหนี้ให้ยังอยู่ได้ หากสิ่งที่คาดไว้ไม่เกิดขึ้น

ถ้ามีหนี้ ควรถามว่ารับดอกเบี้ยที่สูงขึ้นได้แค่ไหน ถ้าลงทุนด้วยเงินกู้ ต้องรู้ว่าราคาลดลงเท่าไรจึงเริ่มมีปัญหา ถ้าถือสินทรัพย์ชนิดเดียวหนักมาก ก็ควรรู้ว่าชีวิตทางการเงินจะเป็นยังไงเมื่อสินทรัพย์นั้นตกแรง

ความมั่นใจไม่ใช่ศัตรู แต่ความมั่นใจที่ไม่มีพื้นที่ให้ความผิดพลาดต่างหากที่อันตราย



ช่วงตลาดดีจึงไม่จำเป็นต้องรีบหนีทุกอย่าง เพียงแต่อาจเป็นเวลาที่เหมาะที่สุดสำหรับตรวจหนี้ เงินสำรอง การกระจายสินทรัพย์ และสมมติฐานที่ใช้ตัดสินใจ เพราะตอนทุกอย่างยังปกติ การแก้พอร์ตหรือปรับภาระหนี้มักทำได้ง่ายกว่าตอนที่คนทั้งตลาดกำลังวิ่งหาทางออกพร้อมกัน

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
evileyes's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 4 ครั้ง
เขียนโดย evileyes
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
จังหวัดที่มีคนญี่ปุ่นอาศัยอยู่มากที่สุดในประเทศไทยเสียงแรกของโลกที่มนุษย์บันทึกไว้คืออะไร? ย้อนฟังเสียงจากปี 1860ป่าหิมพานต์อยู่ที่ไหน? คำตอบไม่ได้อยู่บนแผนที่ แต่ซ่อนอยู่ในจักรวาลคติของคนโบราณสถิติหวยออก ย้อนหลัง 10 ปี เลขท้าย 2 ตัว งวด 16 สิงหาคม10 โรงเรียนที่ขึ้นชื่อว่าสอบเข้ายากที่สุดเลขท้าย 2 ตัวที่ออกเพียงครั้งเดียวในรอบ 20 ปีอันดับ 3 อาจทำให้คุณแปลกใจ! 5 ประเทศมหาอำนาจยางพาราโลกส่องเลข 'วิ่งตาม' เลขท้ายงวดก่อน ก่อน 16 ส.ค. 69 — หาความสัมพันธ์ผสมการคำนวณและสัญญาณรูเล็กๆ ที่หน้ากล้องวงจรปิด เคยสังเกตกันไหมมีไว้ทำไมเลขเล็ก ๆ ที่เราไม่เคยสนใจ อาจไม่ได้เป็นแค่เลขธรรมดาเจาะใจลุงหวังมาแล้ว! งวด 16 ส.ค. 69 เปิดเลขในใจ 4-6 เจาะทะลุ 4 คู่เงิน 8 ชุด ปิดท้ายขุมทรัพย์ 64310 ต้นไม้สวยแต่มีพิษ หลายบ้านปลูกโดยไม่รู้
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ทำไม อาคาร ทันสมัย ระดับพันล้าน ในไทย ยังมี ศาลพระภูมิ หน้าโครงการ ก่อนเปิดใช้งาน
กระทู้อื่นๆในบอร์ด การเงิน
เปิดเป๋าตังใช้ 60/40 แล้วอย่าเพิ่งปิด! G Wallet กับ “เป๋าตังเปย์” ต่างกันยังไง และ 4 อย่างที่ใช้ต่อได้ทุกวันทำไมคนไทยบางส่วนยังยอมซื้อของหรู ทั้งที่รายได้ตึงและหนี้ครัวเรือนยังสูงลาบูบู้ไม่ได้หายไป แต่ตลาดของสะสมกำลังเปลี่ยนจากของขาดสู่ของที่หาซื้อง่ายขึ้นกองทุนเอไอพุ่งแรงก่อนร่วงหนัก บทเรียนเลเวอเรจ สภาพคล่อง และความเสี่ยงของนักลงทุนวัยยี่สิบสี่บนวอลล์สตรีท
ตั้งกระทู้ใหม่