หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

คดีชิซาโกะ คาเคฮิ หญิงสูงวัยญี่ปุ่นกับฆาตกรรมไซยาไนด์ที่ซ่อนอยู่หลังการหาคู่

เขียนโดย ยายขี้บ่น

คนที่ดูไม่น่ากลัว อาจทำให้การระวังตัวลดลง


ภาพจำของฆาตกรต่อเนื่องมักพาให้นึกถึงคนที่มีท่าทีผิดปกติ ดุดัน หรือมีอดีตน่าสงสัย แต่คดีของ ชิซาโกะ คาเคฮิ กลับเดินไปอีกทาง เธอเป็นหญิงญี่ปุ่นวัยสูงอายุที่ใช้ชีวิตภายนอกดูธรรมดา มีความสัมพันธ์กับชายสูงวัยหลายคน และชื่อของเธอกลายเป็นข่าวใหญ่หลังตำรวจเริ่มพบความเชื่อมโยงระหว่างการเสียชีวิตของคู่รักกับสารไซยาไนด์

จุดที่ต้องแยกให้ชัดก่อน

คดีนี้มีเรื่องเล่าปะปนอยู่เยอะมากจนจำนวนเหยื่อมักถูกพูดต่างกันไป ถ้ายึดตามคำพิพากษา คาเคฮิถูกตัดสินว่ามีความผิดฐาน ฆาตกรรมชาย 3 คน และพยายามฆ่าอีก 1 คน เหตุเกิดในช่วงปี 2007-2013 ส่วนชายคนอื่นที่เคยมีความสัมพันธ์กับเธอแล้วเสียชีวิตนั้นถูกตำรวจและสื่อหยิบมาตรวจสอบเชื่อมโยงด้วย แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกกรณีถูกพิสูจน์ในศาลว่าเป็นฝีมือของเธอ ตรงนี้สำคัญ เพราะคำว่าเกี่ยวข้องกับหลายการเสียชีวิตกับคำว่าถูกตัดสินว่าฆ่าหลายคนนั้นไม่ใช่เรื่องเดียวกัน

หนึ่งในเหตุการณ์ที่ทำให้คดีแตกออกเป็นวงกว้างคือการเสียชีวิตของ อิซาโอะ คาเคฮิ สามีวัย 75 ปี ทั้งคู่แต่งงานกันในเดือนพฤศจิกายน 2013 หลังรู้จักกันผ่านบริการหาคู่ แต่ปลายเดือนธันวาคมปีเดียวกัน อิซาโอะหมดสติและเสียชีวิต ผลตรวจพบสารไซยาไนด์ในร่างกาย จากจุดนั้นตำรวจจึงย้อนกลับไปดูประวัติความสัมพันธ์และการเสียชีวิตของชายคนก่อนๆ อย่างจริงจัง

สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้น่ากลัวไม่ใช่แค่สารพิษ แต่คือรูปแบบความไว้วางใจที่ค่อยๆ ถูกสร้างขึ้น

คาเคฮิรู้จักผู้ชายบางคนผ่านบริษัทจัดหาคู่ เป้าหมายจำนวนหนึ่งเป็นชายสูงวัย มีทรัพย์สิน และบางคนไม่มีลูก มีรายงานว่าเธอได้รับเงินจากมรดกและประกันของคู่รักหลายคนรวมกันจำนวนมหาศาลในช่วงหลายปี การสร้างความสัมพันธ์จึงไม่ได้เกิดแบบคนแปลกหน้าเดินเข้ามาหาเหยื่อทันที แต่เกิดในพื้นที่ที่แต่ละฝ่ายตั้งใจมาหาคู่ชีวิตอยู่แล้ว ความระแวงตามธรรมชาติจึงต่ำกว่าเวลาติดต่อคนแปลกหน้าทั่วไป

ทำไมคนสูงวัยถึงกลายเป็นเป้าหมายที่เปราะบางได้

ชีวิตหลังเกษียณของบางคนมีองค์ประกอบหลายอย่างมาชนกัน ทั้งการอยู่ลำพัง การสูญเสียคู่ชีวิต ความต้องการเพื่อนคุย และทรัพย์สินที่สะสมมาตลอดชีวิต พอมีคนเข้ามาใส่ใจ ความสัมพันธ์อาจเดินเร็วมาก โดยเฉพาะเมื่ออีกฝ่ายดูมีอายุใกล้เคียงกันและไม่มีบุคลิกคุกคาม

นี่เป็นจุดที่คดีนี้ให้บทเรียนแบบไม่ต้องโยงไปถึงอาชญากรรมรุนแรงด้วยซ้ำ ความเสี่ยงทางการเงินในความสัมพันธ์ช่วงปลายชีวิตเกิดได้ตั้งแต่การยืมเงิน การเปลี่ยนผู้รับผลประโยชน์ การทำพินัยกรรมใหม่ ไปจนถึงการย้ายทรัพย์สิน ก่อนตัดสินใจเรื่องใหญ่จึงควรมีคนที่ไว้ใจได้มากกว่าหนึ่งคนรับรู้ หรือให้ผู้เชี่ยวชาญอิสระช่วยดูเอกสาร อย่าให้คนที่ได้ประโยชน์จากธุรกรรมเป็นคนจัดการทุกอย่างอยู่ฝ่ายเดียว

• ความรักไม่ควรทำให้ข้อมูลทางการเงินหายไปจากครอบครัวทันที

• การแก้พินัยกรรมหรือผู้รับผลประโยชน์ควรมีขั้นตอนตรวจสอบที่ชัดเจน

• หากความสัมพันธ์ใหม่เร่งเรื่องทรัพย์สินเร็วผิดปกติ ควรตั้งคำถามก่อน

• ผู้สูงวัยที่อยู่ลำพังควรมีเครือข่ายคนติดต่อประจำ ไม่ปล่อยให้ความสัมพันธ์ใหม่กลายเป็นโลกทั้งใบ

 

ในศาล เรื่องไม่ได้จบง่ายๆ

การพิจารณาคดีปี 2017 ได้รับความสนใจมาก ฝ่ายจำเลยยกประเด็นภาวะสมองเสื่อมขึ้นต่อสู้เรื่องความรับผิดและความสามารถในการให้การ แต่ศาลแขวงเกียวโตไม่รับข้อโต้แย้งดังกล่าว และพิพากษาประหารชีวิต โดยศาลวินิจฉัยว่าเธอใช้สารประกอบไซยาไนด์กับผู้เสียหายทั้งสี่กรณีด้วยเจตนาฆ่า

คดีเดินต่อไปถึงศาลสูงสุดของญี่ปุ่น และในเดือนมิถุนายน 2021 ศาลสูงสุดยืนโทษประหาร ทำให้คำพิพากษาถึงที่สุด คาเคฮิถูกคุมขังที่สถานกักกันโอซาก้า แต่ไม่ได้ถูกประหาร เธอเสียชีวิตเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2024 อายุ 78 ปี หลังถูกพบหมดสติในสถานกักกันและถูกนำส่งโรงพยาบาล

คำว่า “แม่ม่ายดำ” ที่สื่อใช้จึงติดกับคดีนี้ไปตลอด มันมาจากภาพเปรียบเทียบของแมงมุมแม่ม่ายดำที่ตัวเมียมีชื่อเสียงจากพฤติกรรมกินตัวผู้หลังผสมพันธุ์ แม้ชีววิทยาจริงของแมงมุมจะซับซ้อนกว่าภาพจำยอดนิยม แต่คำนี้ถูกนำมาใช้เรียกอาชญากรหญิงที่ฆ่าคู่รักเพื่อผลประโยชน์มานานแล้ว

ส่วนที่ชวนคิดของคดีคาเคฮิคือ ถ้าตัดภาพฆาตกรต่อเนื่องออกไป จะเหลือกลไกที่พบได้ในคดีหลอกลวงทั่วไปเต็มไปหมด ทั้งความเหงา ความเชื่อใจ ความสัมพันธ์ที่พัฒนาเร็ว เงินก้อนใหญ่ และการตัดสินใจทางกฎหมายที่คนรอบข้างไม่รู้ การป้องกันจึงไม่ใช่การสงสัยคนรักใหม่ทุกคน แต่คือการทำให้เรื่องทรัพย์สินมีพยาน มีเอกสาร และมีคนอิสระช่วยตรวจสอบ โดยเฉพาะตอนที่เงินกับความสัมพันธ์เริ่มเดินมาถึงจุดเดียวกัน

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ยายขี้บ่น's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 77 ครั้ง
เขียนโดย ยายขี้บ่น
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ทำไมเงินไทยถึงเรียกว่า “บาท” ทั้งที่หลายประเทศใช้คำว่า ดอลลาร์ ปอนด์ หรือเยน?ทำไมประเทศนี้จึงเขียน Laos แต่ออกเสียง ลาวเปิด 5 อบต. รายได้รวมสูงที่สุดในไทย ปี 2569 ตัวเลขทะลุพันล้าน!Anogramma ascensionis เฟิร์นจิ๋วผู้รอดชีวิตจากการสูญพันธุ์10 จังหวัดที่มีคนจนมากที่สุดในไทย ทำไมบางพื้นที่ยังเผชิญความยากจนวัดถ้ำเชตวัน อันซีนเมืองน่าน วัดงามกลางหุบเขาที่รวมศิลปะล้านนาและพม่าไว้ด้วยกันจังหวัดที่มี "สนามบิน 2 แห่ง" ในจังหวัดเดียวเปิด 5 จังหวัดที่มีมหาวิทยาลัยและนักศึกษาจำนวนมาก จนกลายเป็น “เมืองมหาวิทยาลัย” ของไทยAI วิเคราะห์สถิติเลขท้าย 3 ตัวบนและเลขท้าย 2 ตัวล่าง งวด 16 ตุลาคม 69เริ่มเทศกาลกินเจวันแรก ม้าทรงแห่รับพระกลางทะเลคึกคักเปิดอันดับกองทัพที่แข็งแกร่งที่สุดในเอเชีย ปี 2569เคยเป็นไหม? อาการ เปิดตู้เย็นแล้วลืมว่าจะมาหยิบอะไร เกิดจากอะไรกันแน่?
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
10 จังหวัดที่มีคนจนมากที่สุดในไทย ทำไมบางพื้นที่ยังเผชิญความยากจนเคยเป็นไหม? อาการ เปิดตู้เย็นแล้วลืมว่าจะมาหยิบอะไร เกิดจากอะไรกันแน่?เปิด 5 จังหวัดที่มีทุเรียนราคาสูงที่สุดในไทย จังหวัดไหนครองตลาดพรีเมียมเริ่มเทศกาลกินเจวันแรก ม้าทรงแห่รับพระกลางทะเลคึกคักวัดถ้ำเชตวัน อันซีนเมืองน่าน วัดงามกลางหุบเขาที่รวมศิลปะล้านนาและพม่าไว้ด้วยกันซื้อรถ EV วันนี้ ต้องคิดค่าซ่อมและราคาขายต่อแค่ไหน
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ไขปริศนาความเชื่อโบราณ ทำไมห้ามตัดเล็บตอนกลางคืน มีเหตุผลอะไรซ่อนอยู่?เคยเป็นไหม? อาการ เปิดตู้เย็นแล้วลืมว่าจะมาหยิบอะไร เกิดจากอะไรกันแน่?บทบาท บทเรียน และข้อท้าทายของกิจกรรมจิตอาสาภาคประชาชนในการส่งเสริมสังคมและสิ่งแวดล้อมเปิดความลับ ทำไมชาบูและหมูกระทะถึงเยียวยาจิตใจเราได้ดีที่สุดในวันเหนื่อยๆ?
ตั้งกระทู้ใหม่