หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

มารู้จัก“ลูกปุย”ผลไม้ภาคใต้ที่หลายคนไม่เคยเห็น

เขียนโดย Djung

   ถ้าพูดถึงผลไม้ภาคใต้ ภาคใต้จะมีผลไม้ที่ขึ้นชื่อหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น มังคุด ทุเรียน มะไฟ ลองกอง แต่จะมีผลไม้ป่าชนิดหนึ่ง ที่คล้ายมะหรือลอง และหลายไปคนหรือคนต่างถิ่นแทบไม่เคยเห็นและไม่รู้จักเลย และหนึ่งในนั้นคือ “ลูกปุย” หรือ "ลูกแข" ผลไม้หน้าตาแปลกตาที่ซ่อนความน่าสนใจเอาไว้ภายใน ซึ่งบทความนี้จะพาท่านผู้อ่านมาดูกันค่ะ ว่าผลไม้ชนิดนี้มีความพิเศษอะไรบ้าง

   ลูกปุย มีชื่อเรียกอีกหลายชื่อ เช่น ลังแข ลำแข มะไฟควาย และมะแค้ โดยชื่อเรียกอาจแตกต่างกันไปตามท้องถิ่น เป็นไม้ผลในสกุล Baccaurea เช่นเดียวกับมะไฟและละไม และมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Baccaurea macrocarpa

   ลักษณะของลูกปุยเป็นอย่างไร
สิ่งแรกที่สะดุดตาคือ ผลของลูกปุยมักออกเป็นพวง ตามกิ่งหรือลำต้น ผลมีลักษณะค่อนข้างกลม เมื่อยังอ่อนจะมีสีเขียว แต่เมื่อแก่และสุก เปลือกจะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ส้ม หรือน้ำตาลอมส้ม ผลมี เปลือกค่อนข้างหนา เมื่อเทียบกับขนาดของผล และเมื่อสุกเต็มที่สามารถใช้แรงบีบให้เปลือกแตกออกได้ ภายในจะพบเนื้อสีขาวนวลเป็นพู ๆ ห่อหุ้มเมล็ดอยู่ ซึ่งเป็นลักษณะที่ทำให้เกิดชื่อเรียก “ลูกปุย” เพราะเนื้อด้านในมีลักษณะขาวนุ่มคล้ายปุย นุ่มฟู ซึ่งมองจากภายนอกอาจไม่คิดว่าเป็นผลไม้ที่น่ากินนัก เพราะเปลือกมีสีออกน้ำตาลและค่อนข้างหนามากพอสมควร แต่เมื่อเปิดออกกลับเห็นเนื้อสีขาวอยู่ด้านในอย่างชัดเจน


   รสชาติของลูกปุยเป็นอย่างไร?
ลูกปุยเมื่อสุกสามารถรับประทานเป็นผลไม้สดได้ทันที เนื้อมีรสชาติ หวาน หรือหวานอมเปรี้ยว โดยบางคนที่เคยรับประทานแล้วอธิบายว่ารสชาติคล้ายมะไฟและละไม เพียง แต่มีลักษณะเนื้อเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง ส่วน เปลือกผล ก็ไม่ได้ถูกทิ้งทั้งหมด เพราะในบางพื้นที่ทางภาคใต้นิยมนำเปลือกที่มีรสเปรี้ยวไปประกอบอาหาร เช่น ทำแกงส้ม หรือแกงคั่วกับกุ้ง เป็นภูมิปัญญาการใช้ประโยชน์จากผลไม้พื้นบ้านที่น่าสนใจอีกอย่างคะ

   ต้นลูกปุยมีลักษณะอย่างไร?
ลูกปุย ไม่ได้มาจากต้นเล็ก ๆ แต่ลูกปุย เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ ในธรรมชาติสามารถเติบโตได้สูงมากกว่า 10 เมตร และข้อมูลทางพฤกษศาสตร์ระบุว่าสามารถสูงได้ถึงราว 27 เมตร ใบมีลักษณะเป็นใบเดี่ยว สีเขียว รูปร่างออกไปทางรีหรือรูปไข่ ส่วนดอกออกเป็นช่อตามกิ่งและบางครั้งตามลำต้น ก่อนจะเติบโตไปเป็นผล

   ลูกปุยเป็นพืชพื้นถิ่นที่พบในภาคใต้ของประเทศไทย และ พบเห็นได้ในจังหวัด พังงา ยะลา ปัตตานี ตรัง และจังหวัดอื่น ๆ ทางภาคใต้ โดยมักพบตามพื้นที่ป่า ป่าพรุ หรือบริเวณเชิงเขาที่มีสภาพแวดล้อมเหมาะสม ซึ่งภาคใต้มีภูมิอากาศที่เหมาะกับต้นลูกปุยนั่นเอง
ซึ่งเหตุนี้ในจังหวัดพังงา ช่วงประมาณ เดือนกรกฎาคม–กันยายน เป็นช่วงที่สามารถพบลูกปุยออกสู่ตลาด จะเห็น ชาวบ้านบางพื้นที่เก็บมาขายเป็นพวงริมถนน โดยเฉพาะเส้นทางพังงา–ตะกั่วป่าและพังงา–ภูเก็ต สำหรับใครที่ผ่านไปเที่ยวช่วงเวลานี้ทางภาคใต้ก็จะสังเกตุเห็นเจ้าผล ลูกปุยนี้ได้ในช่วงนั้น เพียงแต่อาจไม่รู้ว่าผลอะไรเท่านั้นเอง

   ทำไมหลายคนไม่เคยเห็น?
เหตุผลหนึ่งคือ ลูกปุยไม่ได้เป็นผลไม้เศรษฐกิจที่มีการปลูกกันอย่างแพร่หลายเหมือนมะม่วงหรือทุเรียน แต่เดิมชาวบ้านจำนวนมากอาศัยเก็บจากต้นที่ขึ้นอยู่ตามธรรมชาติ ปัจจุบันมีการนำมาขยายพันธุ์และปลูกแซมในสวนผลไม้บ้าง แต่ก็ยังพบไม่มากนัก เพราะเป็นผลไม้ป่าที่ปลูกได้จำเพราะถิ่นฐาน อากาศที่เอื้ออำนวยเท่านั้น จึงทำให้เป็นเพียงผลไม้ประจำถิ่นนั่นเอง

   ดังนั้น สำหรับคนที่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ภาคใต้หรือไม่เคยเดินทางผ่านแหล่งที่มีผลไม้ชนิดนี้ ก็มีโอกาสสูงที่จะ ไม่เคยเห็นลูกปุยทั้งผลและต้นมาก่อน
ลูกปุย ผลไม้พื้นบ้านที่น่ารู้จัก โดยเสน่ห์ของ ลูกปุยอยู่ตรงความแตกต่างระหว่าง “เปลือกกับเนื้อด้านใน” ภายนอก เป็นผลกลมเปลือกหนาสีส้มอมเหลือง แต่เมื่อเปิดออกกลับพบเนื้อฟูสีขาวนวลเป็นพู รสชาติหวาน จนถึง หวานอมเปรี้ยว จากผลไม้ที่คนทั่วไปอาจไม่รู้จัก วันนี้จากบทความ ที่ได้เขียนและให้ความรู้กับผลไม้ป่าพื้นบ้านบทนี้ คงจะพอให้ผู้อ่านได้เห็นว่าลูกปุย เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของความหลากหลายผลไม้ท้องพื้นถิ่น ที่มีในไทย และนอกจากนี้ยังภูมิปัญญาของคนในท้องถิ่นซ่อนอยู่ อย่างเช่นการใช้รสเปรี้ยวจากเปลือกของ ลูกปุย มาปรุงอาหาร และนี่อาจเป็นเหตุผลว่าทำไมผลไม้ชื่อแปลกอย่าง “ลูกปุย” ถึงน่าสนใจ เพราะแค่เห็นภาพภายนอก หลายคนก็อาจไม่คิดเลยว่า เมื่อเปิดเปลือกออกมา ข้างในจะเป็นสีขาวนวลสวยขนาดนี้น่าทานได้ขนาดนั้น

เนื้อหาโดย: Djung
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Djung's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 8 ครั้ง
เขียนโดย Djung
Djung
เน้นเนื้อหา เกี่ยวกับพืช เกษตร ต้นไม้ สุขภาพ และการลงทุนของโลกปัจจุบันที่เปลี่ยนไป ทั้งโลกการเงินและดิจิตัล
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
สถิติหวยออก ย้อนหลัง 10 ปี เลขท้าย 2 ตัว งวด 16 สิงหาคมป่าหิมพานต์อยู่ที่ไหน? คำตอบไม่ได้อยู่บนแผนที่ แต่ซ่อนอยู่ในจักรวาลคติของคนโบราณเลขท้าย 2 ตัวที่ออกเพียงครั้งเดียวในรอบ 20 ปีสีเสื้อประจำวันมาจากไหน? ทำไมวันจันทร์ต้องสีเหลือง วันอังคารต้องสีชมพูเสียงแรกของโลกที่มนุษย์บันทึกไว้คืออะไร? ย้อนฟังเสียงจากปี 1860จังหวัดที่มีคนญี่ปุ่นอาศัยอยู่มากที่สุดในประเทศไทยสำนักพิมพ์แรกของไทยคือที่ไหน? คำตอบอาจไม่ตรงกับที่หลายคนคิด10 โรงเรียนที่ขึ้นชื่อว่าสอบเข้ายากที่สุดเลขท้าย 2 ตัวที่ออกบ่อยที่สุด10 ต้นไม้สวยแต่มีพิษ หลายบ้านปลูกโดยไม่รู้เจ้าของบ้านซื้อบ้านในควีนส์ นิวยอร์กเมื่อสามปีก่อน แต่หลังจากย้ายเข้ามาอยู่แล้วจึงพบว่าที่อยู่ของเขานั้นเหมือนกับ "บ้านของสไปเดอร์แมน" จากหนังสือการ์ตูนรูเล็กๆ ที่หน้ากล้องวงจรปิด เคยสังเกตกันไหมมีไว้ทำไม
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
"แอร์ไม่เย็น... อย่าเพิ่งโทษน้ำยา! ความลับที่ช่างแอร์(บางคน) ไม่เคยบอกคุณ"
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
บ้านสาวโสดในลาว ธรรมเนียมหาคู่ของบางชุมชน ที่มีขอบเขตชัดกว่าคำเล่าปากต่อปากเจนวายอยากบอกเบบี้บูมเมอร์ เรื่องที่คนต่างวัยมักเข้าใจกันผิดเจอแค่กระดูก แล้วนักวิทยาศาสตร์รู้หน้าตาไดโนเสาร์ได้อย่างไรกันแน่อสังขตคืออะไร ทำไมพระสูตรหมวดนี้จึงชี้ตรงถึงนิพพานผ่านการฝึกจิตในชีวิตจริง
ตั้งกระทู้ใหม่