หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ญี่ปุ่นจัดการร่างผู้เสียชีวิตนับแสน หลังฮิโรชิมาและนางาซากิถูกระเบิดปรมาณูอย่างไร

เขียนโดย คิดไปเรื่อย

ตัวเลขสองแสน ไม่ได้หมายถึงร่างสองแสนในวันเดียว



จุดนี้ต้องแยกให้ชัดก่อน เพราะพอได้ยินว่าเหตุระเบิดปรมาณูคร่าชีวิตคนมากกว่า 200,000 คน ภาพที่เกิดขึ้นในหัวมักกลายเป็นว่ามีร่างผู้เสียชีวิตจำนวนมหาศาลกองอยู่พร้อมกันแล้วต้องหาวิธีกำจัดทันที ความจริงซับซ้อนกว่านั้นมาก

วันที่ 6 สิงหาคม 1945 ระเบิดปรมาณูถูกทิ้งเหนือฮิโรชิมา ตามด้วยนางาซากิในวันที่ 9 สิงหาคม ตัวเลขของทางการฮิโรชิมาประเมินว่ามีผู้เสียชีวิตประมาณ 140,000 คนภายในสิ้นปี 1945 ส่วนนางาซากิบันทึกไว้ราว 73,884 คน รวมแล้วเกินสองแสนคนจริง แต่คนเหล่านี้ไม่ได้เสียชีวิตพร้อมกันทั้งหมด หลายหมื่นคนเสียชีวิตทันที ขณะที่อีกจำนวนมากเสียชีวิตตามมาในหลายวัน หลายสัปดาห์ และหลายเดือนจากบาดแผล ไฟไหม้ และผลของรังสี

เพราะฉะนั้น สิ่งที่ญี่ปุ่นเผชิญไม่ใช่แค่ปัญหาเรื่องจำนวนร่าง แต่คือเมืองทั้งเมืองแทบหยุดทำงาน

อาคารพัง ถนนถูกปิดกั้น โรงพยาบาลเสียหาย เจ้าหน้าที่เสียชีวิตหรือบาดเจ็บ ระบบขนส่งแทบใช้ไม่ได้ และสถานที่ฌาปนกิจบางแห่งก็พังไปด้วย คนที่ยังเคลื่อนไหวได้จึงต้องทำทุกอย่างที่จำเป็นตรงหน้า ตั้งแต่ช่วยผู้บาดเจ็บ ขนน้ำ ดับไฟ ค้นหาคนในซาก ไปจนถึงเก็บร่างผู้เสียชีวิตออกจากพื้นที่

ร่างจำนวนมากถูกเผากลางพื้นที่เปิด

ในฮิโรชิมา มีหลักฐานจากบันทึกผู้รอดชีวิตและสถานที่อนุสรณ์ว่าร่างผู้เสียชีวิตถูกนำมารวมและฌาปนกิจตามพื้นที่ต่างๆ ของเมือง บางจุดอยู่ใกล้ศูนย์กลางการระเบิด บางแห่งเป็นพื้นที่ริมแม่น้ำ เพราะมีผู้บาดเจ็บจำนวนมากหนีลงน้ำเพื่อคลายความร้อนก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา ร่างที่พบในแม่น้ำจึงถูกนำขึ้นมารวมกับร่างจากบริเวณอื่น

พื้นที่ซึ่งปัจจุบันเป็น เนินอนุสรณ์เหยื่อระเบิดปรมาณู ในฮิโรชิมา เคยเป็นจุดที่นำร่างจำนวนมากมาฌาปนกิจ ภายในอนุสรณ์แห่งนี้เก็บอัฐิที่ไม่มีผู้มารับประมาณ 70,000 คน ตัวเลขนี้สะท้อนอีกปัญหาหนึ่งที่หนักมาก นั่นคือการระบุตัวบุคคลแทบเป็นไปไม่ได้ในหลายกรณี

• เอกสารประจำตัวจำนวนมากถูกไฟไหม้

• ครอบครัวทั้งบ้านอาจเสียชีวิตหรืออพยพออกจากเมือง

• ผู้เสียชีวิตบางส่วนไม่สามารถระบุตัวตนได้

• บางคนเสียชีวิตหลังเดินทางออกนอกเมือง ทำให้การนับจำนวนยิ่งยาก


นางาซากิก็เจอสภาพคล้ายกัน มีคำให้การของผู้รอดชีวิตเล่าว่าเตาเผาศพได้รับความเสียหายจนใช้งานไม่ได้ ครอบครัวจึงต้องรวบรวมไม้ที่เหลือจากซากอาคารมาทำการฌาปนกิจด้วยตัวเอง บางครั้งเชื้อเพลิงมีไม่พอจนการเผาไม่สมบูรณ์ เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นในเมืองที่ระบบสาธารณูปโภคแทบพังทั้งหมด ไม่ใช่กระบวนการจัดการที่เป็นระเบียบแบบในช่วงเวลาปกติ

ทำไมเลือกเผาแทนการฝังจำนวนมาก

ญี่ปุ่นมีธรรมเนียมฌาปนกิจอยู่แล้ว การเผาจึงเป็นวิธีที่คุ้นเคยทางวัฒนธรรม แต่หลังการระเบิด เหตุผลด้านสถานการณ์ก็สำคัญไม่แพ้กัน เมืองอยู่ในฤดูร้อนเดือนสิงหาคม การเก็บร่างไว้เป็นเวลานานทำได้ยาก อีกทั้งไม่มีแรงงาน รถขนส่ง และพื้นที่เพียงพอสำหรับกระบวนการฝังศพครั้งละมหาศาล การเผาด้วยไม้และเศษอาคารในพื้นที่เปิดจึงกลายเป็นทางเลือกที่เกิดขึ้นตามสภาพจริง

และมีเรื่องหนึ่งที่มักเข้าใจผิดกันคือ ร่างผู้เสียชีวิตจากระเบิดปรมาณูไม่ได้กลายเป็นวัตถุกัมมันตรังสีระดับอันตรายจนแตะต้องไม่ได้ทั้งหมด รังสีจากการระเบิดทำอันตรายต่อร่างกายอย่างรุนแรง แต่ไม่ได้หมายความว่าผู้เสียชีวิตทุกคนจะกลายเป็นแหล่งรังสีถาวรแบบเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ เจ้าหน้าที่และประชาชนจึงยังเข้าเก็บและฌาปนกิจร่าง แม้ในเวลานั้นความรู้เรื่องรังสีของคนทั่วไปยังจำกัดมาก และผู้ที่เข้าไปในพื้นที่บางแห่งก็อาจได้รับรังสีตกค้างหรือสัมผัสฝุ่นกัมมันตรังสีเพิ่มเติม

สิ่งที่ยุ่งยากที่สุดอาจไม่ใช่การเผา แต่คือการรู้ว่าใครหายไป

หลังเหตุการณ์ผ่านไป ญี่ปุ่นต้องใช้เวลาหลายปีรวบรวมอัฐิ กระจายข่าวตามหาญาติ ตรวจสอบรายชื่อ และย้ายอัฐิที่ไม่มีผู้รับมายังสถานที่อนุสรณ์ หลายครอบครัวไม่มีโอกาสได้รับอัฐิของสมาชิกเลย เพราะบางร่างหาไม่พบ บางร่างไม่สามารถระบุตัวตน และบางพื้นที่ยังพบกระดูกหรืออัฐิอีกหลายปีหลังสงครามจบ

นี่จึงไม่ใช่เรื่องของระบบพิเศษล้ำสมัยสำหรับจัดการผู้เสียชีวิตจากนิวเคลียร์ แต่เป็นภาพของเมืองที่ระบบปกติพังลงแล้วคนที่เหลืออยู่ต้องใช้สิ่งที่หาได้ตรงหน้า ทั้งพื้นที่ว่าง เศษไม้ รถบรรทุก เรือ และแรงคน เพื่อจัดการกับความสูญเสียระดับที่แทบไม่มีเมืองไหนเตรียมตัวรับมือไว้ได้

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
คิดไปเรื่อย's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 37 ครั้ง
เขียนโดย คิดไปเรื่อย
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
วอนร้านอาหารหยุดเสิร์ฟ “Chia Seed ดิบ” อันตรายกว่าที่คิด! เมล็ดเล็ก ๆ ที่อาจพองตัวจนติดหลอดอาหารอะโวคาโดกินกับอะไรอร่อย? รวมเมนูคู่เด็ด ทั้งหวานทั้งคาว กินง่ายจนหยุดไม่ได้5 ทริคซักผ้าให้หอมฟุ้งเหมือนร้านซักอบรีด ด้วยเงิน 20 บาทวันนี้ที่รอคอย! วอลเลย์บอลหญิงไทยโค่นจีนคาบ้าน..ซิวตั๋วโอลิมปิก 2028บอล ซุปเปอร์บอล มาแล้ว! แนวทางหวยงวด 1 ก.ย. 69 เน้นวิ่ง 9-65 สิทธิ์ฟรีของ "ประกันสังคม" ที่คนไทยจ่ายทุกเดือนแต่ไม่ค่อยรู้ว่าใช้ได้5 คณะที่เรียนจบแล้วอาจต้องเจอกับการแข่งขันสูงในยุค AIหญิงดวงดี เจอทองคำก้อน ตกอยู๋กลางถนน10 เลขขายดี "สลากใบแดง" งวดวันที่ 1 กันยายน 2569ส่องเลขเด็ด AI วิเคราะห์เลขท้าย 2 ตัว งวด 1 ก.ย. 2569 คัดตัวเต็งที่น่าซื้อที่สุดมาให้แล้วเปิดรายได้ "คนขายที่ปัดน้ำฝนข้างทาง" ขายดีขนาดไหน?ส่อง “เลขน่าซื้อที่สุด” งวด 1 ก.ย. 2569 คัดเฉพาะเลขชนสำนักดัง ลุ้นรวยรับต้นเดือน! (รวมมิตรจบในกระทู้เดียว)
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
อำเภอของไทยที่เสี่ยงอันตรายที่สุด ที่จะเจอกับภัยพิบัติแผ่นดินไหว10 ขุมนรกตามคติพุทธ ที่คนไทยอาจไม่เคยรู้จักTH-AI Passport ดียังไง? เปิด 7 สิทธิประโยชน์ที่คนไทยควรรู้ ก่อนเริ่มใช้ AIวันนี้ที่รอคอย! วอลเลย์บอลหญิงไทยโค่นจีนคาบ้าน..ซิวตั๋วโอลิมปิก 2028
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
5 จุดบนฉลากอาหารที่ต้องดู ก่อนตัดสินใจหยิบใส่ตะกร้า รู้ทันตัวเลขสุขภาพใน 10 วินาทีเคล็ดลับการพูดให้คนอื่นรู้สึกผ่อนคลาย สบายใจความสุขที่ยอดเยี่ยม : การบำรุงมารดาบิดาอาหารและขนมไทยยอดนิยมของชาวต่างชาติ
ตั้งกระทู้ใหม่