หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ทำความรู้จัก “Femicide” เมื่อความเกลียดชังผู้หญิงอาจนำไปสู่อาชญากรรมร้ายแรง

เขียนโดย เศรษฐีนี สวย รวย โสด

คำว่า Femicide (เฟมไซด์) อาจฟังดูเป็นศัพท์ทางอาชญาวิทยาที่ไกลตัว แต่แท้จริงแล้วเป็นคำที่ใช้พูดถึงปัญหาความรุนแรงต่อผู้หญิงในระดับที่รุนแรงที่สุด นั่นคือ การฆ่าผู้หญิงหรือเด็กผู้หญิงที่มีความเกี่ยวข้องกับแรงจูงใจจากเพศหรือความเป็นผู้หญิง

องค์การอนามัยโลก (WHO) อธิบายว่า Femicide โดยทั่วไปหมายถึงการฆ่าผู้หญิงโดยเจตนาเพราะเธอเป็นผู้หญิง แม้ว่านิยามที่ใช้ในแต่ละประเทศและงานวิจัยอาจแตกต่างกันออกไป

 

Femicide ต่างจากการฆาตกรรมทั่วไปอย่างไร?

การฆาตกรรมทุกกรณีล้วนเป็นเรื่องร้ายแรง แต่แนวคิด Femicide ต้องการชี้ให้เห็นว่า เพศของเหยื่อและความสัมพันธ์เชิงอำนาจอาจมีส่วนสำคัญต่อการเกิดอาชญากรรม

ตัวอย่างเช่น

ดังนั้น การใช้คำว่า Femicide จึงไม่ได้มีเป้าหมายเพียงเปลี่ยนชื่อจาก “ฆาตกรรม” แต่เป็นการทำให้สังคมมองเห็น รูปแบบและรากของความรุนแรงที่อาจถูกซ่อนอยู่หลังคดีฆาตกรรม

 

“ความเกลียดชังผู้หญิง” ไม่ได้มีแค่การพูดดูถูก

คำว่า Misogyny หมายถึงทัศนคติหรือความเกลียดชัง การดูถูก และการลดคุณค่าผู้หญิง

แต่ในชีวิตจริงอาจไม่ได้แสดงออกอย่างตรงไปตรงมาว่า “เกลียดผู้หญิง”

บางครั้งมันปรากฏในรูปแบบของความคิด เช่น

“ผู้หญิงต้องเชื่อฟังผู้ชาย”

 “ถ้าเป็นแฟนกันแล้ว ผู้ชายมีสิทธิ์ควบคุม”

 “ถ้าผู้หญิงเลิกกับฉัน เธอต้องรับผิดชอบ”

 “ผู้หญิงปฏิเสธไม่ได้”

 “ถ้าไม่ยอมทำตาม ก็สมควรถูกลงโทษ”

เมื่อความคิดเหล่านี้ผสมกับพฤติกรรมควบคุม ความหึงหวง ความรุนแรง และการไม่ยอมรับการปฏิเสธ ความเสี่ยงก็สามารถเพิ่มขึ้นอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกคดีที่ผู้หญิงถูกฆ่าจะเป็น Femicide และไม่ควรสรุปแรงจูงใจจากเพศของผู้ก่อเหตุหรือเหยื่อเพียงอย่างเดียว การจัดประเภทต้องพิจารณาข้อเท็จจริงและบริบทของคดี

 

จุดที่น่ากลัวคือ “ผู้ก่อเหตุอาจเป็นคนใกล้ตัว”

Femicide จำนวนมากไม่ได้เกิดจากคนแปลกหน้าที่บุกเข้ามาทำร้าย แต่เกี่ยวข้องกับ คู่ครองหรืออดีตคู่ครองและความรุนแรงในความสัมพันธ์

WHO ระบุว่าผู้หญิงจำนวนมากที่ตกเป็นเหยื่อ Femicide อยู่ในความสัมพันธ์ที่มีความรุนแรง และผู้ก่อเหตุจำนวนมากเป็นคู่ครองหรืออดีตคู่ครอง

นี่ทำให้คำว่า “ความหึงหวง” หรือ “เรื่องในครอบครัว” ไม่ควรถูกใช้เพื่อทำให้ความรุนแรงดูเป็นเรื่องเล็ก

การควบคุมโทรศัพท์

 การติดตามตลอดเวลา

 การข่มขู่

 การกีดกันไม่ให้พบครอบครัวหรือเพื่อน

 การทำร้ายร่างกาย

 การขู่ฆ่าตัวตายหากอีกฝ่ายเลิก

 หรือการไม่ยอมรับคำว่า “ไม่”

ล้วนเป็นสัญญาณของความรุนแรงที่ควรได้รับความสนใจ

 

Femicide จึงไม่ใช่เรื่องของ “ความรักที่มากเกินไป”

ประโยคอย่าง

“รักมากจึงหึง”

“ฆ่าเพราะรัก”

“ถ้าไม่ได้เธอ ก็ไม่ให้ใครได้”

อาจฟังเหมือนประโยคจากละคร แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง แนวคิดเรื่อง “การครอบครอง” สามารถกลายเป็นอันตรายได้

ความรักไม่ได้ให้สิทธิ์ใครในการควบคุมชีวิตของอีกคน

และการถูกปฏิเสธ การถูกบอกเลิก หรือการที่อีกฝ่ายต้องการใช้ชีวิตอย่างอิสระ ไม่ใช่เหตุผลที่ทำให้การใช้ความรุนแรงเป็นเรื่องสมควร

 

ทำไมเราต้องพูดถึง Femicide?

เพราะการเรียกชื่อปัญหาอย่างชัดเจนช่วยให้สังคมมองเห็น “รูปแบบ” ของอาชญากรรม

ข้อมูลของ UN Women ระบุว่าในปี 2024 มีผู้หญิงและเด็กผู้หญิงถูกคู่ครองหรือสมาชิกในครอบครัวฆ่าโดยเจตนาเฉลี่ยประมาณ หนึ่งคนทุก 10 นาที ทั่วโลก

ตัวเลขนี้สะท้อนว่าเรื่องดังกล่าวไม่ใช่ปัญหาของครอบครัวใดครอบครัวหนึ่ง แต่เป็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรงต่อผู้หญิงในระดับสังคม

 

ป้องกันได้ตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุร้ายแรง

สิ่งสำคัญที่สุดคืออย่ารอให้เกิดการฆาตกรรมก่อนจึงจะยอมรับว่า “ความสัมพันธ์นี้มีความรุนแรง”

หากมีพฤติกรรมอย่างการข่มขู่ทำร้าย การสะกดรอยตาม การทำร้ายร่างกาย การกักขัง การควบคุมอย่างรุนแรง หรือการขู่ฆ่าหลังจากเลิกรา สิ่งเหล่านี้ควรถูกมองว่าเป็น สัญญาณอันตราย ไม่ใช่หลักฐานของความรัก

การป้องกันจึงต้องอาศัยทั้งตัวบุคคล ครอบครัว คนรอบข้าง ระบบยุติธรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผู้ที่ตกอยู่ในความเสี่ยงสามารถขอความช่วยเหลือได้ก่อนที่ความรุนแรงจะยกระดับ

 

Femicide ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะผู้หญิง “ทำอะไรผิด”

ผู้หญิงไม่ควรถูกตำหนิเพราะแต่งตัวอย่างไร

 ไม่ควรถูกตำหนิเพราะมีแฟนหรือไม่มีแฟน

 ไม่ควรถูกตำหนิเพราะตัดสินใจเลิกกับใคร

 และไม่ควรถูกตำหนิเพราะปฏิเสธความสัมพันธ์

ความรับผิดชอบอยู่ที่ผู้เลือกใช้ความรุนแรง

การทำความเข้าใจ Femicide จึงไม่ใช่การกล่าวโทษผู้ชายทุกคน แต่คือการทำความเข้าใจว่า ความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับผู้หญิงบางส่วนมีรากมาจากการควบคุม ความไม่เท่าเทียม ความเกลียดชัง และการมองผู้หญิงเป็นทรัพย์สินของผู้อื่น

เพราะบางครั้งการป้องกันการฆาตกรรมหนึ่งคดี

 อาจเริ่มต้นจากการที่สังคมไม่มองข้าม “สัญญาณความรุนแรง” ตั้งแต่ครั้งแรก

การควบคุมไม่ใช่ความรัก

 การข่มขู่ไม่ใช่ความหึงหวง

 และการฆ่าไม่ใช่ความรักที่มากเกินไป

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
เศรษฐีนี สวย รวย โสด's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 58 ครั้ง
เขียนโดย เศรษฐีนี สวย รวย โสด
ชอบอ่าน ชอบเขียน แต่ไม่ใช่นักเขียนค่ะ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
10 VOTES (5/5 จาก 2 คน)
VOTED: EvaAqua, เศรษฐีนี สวย รวย โสด
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
มนุษย์ค้นพบพลังงานนิวเคลียร์ได้อย่างไรข้าวเหนียวไทยไม่ได้กินแค่ในไทย! 5 ประเทศที่ซื้อข้าวเหนียวไทยมากที่สุดเปิด 5 อันดับ มหาวิทยาลัยไทยที่มีหลักสูตรค่าเรียนสูงที่สุด บางแห่งแตะ 5 ล้านบาท”ทำไม “ขนมถ้วย” ต้องคู่กับ “ก๋วยเตี๋ยว”? เสน่ห์จานหวานข้างชามร้อนที่ผูกพันกับวิถีไทย5 ทริคซักผ้าให้หอมฟุ้งเหมือนร้านซักอบรีด ด้วยเงิน 20 บาทเปิด 9 คณะที่มีคนสมัครมากที่สุดในไทย เด็กไทยแห่เรียนอะไรกัน?Wollemi Pine ต้นไม้ที่โลกคิดว่าสูญพันธุ์ไปแล้ว แต่กลับถูกค้นพบอีกครั้งหนึ่งวันของเทวดา เขาทำอะไรกันบ้างกรุงเทพฯคว้าอันดับ 8 เมืองน่าดึงดูดระดับโลก ปี 2026นักสำรวจพบ 'ดาวคล้ายโลก' ขนาดใกล้เคียงอยู่ห่างออกไป 150 ปีแสงตำลึงตัวผู้ ตัวเมียกิน "กาแฟ" แล้ว "ง่วง" ตกลงมันช่วยตื่นจริงป่ะ?
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เปิด 9 คณะที่มีคนสมัครมากที่สุดในไทย เด็กไทยแห่เรียนอะไรกัน?ทำไม "รุ้งกินน้ำ" ต้องมี "7 สี"? ลำดับสีเรียงไง?ตำลึงตัวผู้ ตัวเมียมนุษย์ค้นพบพลังงานนิวเคลียร์ได้อย่างไรทำไม “ขนมถ้วย” ต้องคู่กับ “ก๋วยเตี๋ยว”? เสน่ห์จานหวานข้างชามร้อนที่ผูกพันกับวิถีไทยตรวจปัสสาวะเจอโปรตีน ไม่ได้แปลว่าไตพังเสมอ แล้วมันเกิดจากอะไรได้บ้าง?
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
โภปาล: คืนเดียวที่ก๊าซพิษเปลี่ยนเมืองทั้งเมืองทำไม "รุ้งกินน้ำ" ต้องมี "7 สี"? ลำดับสีเรียงไง?เปิด 9 คณะที่มีคนสมัครมากที่สุดในไทย เด็กไทยแห่เรียนอะไรกัน?ตำลึงตัวผู้ ตัวเมีย
ตั้งกระทู้ใหม่