สว.มีอำนาจสูง แต่ประชาชนไม่ได้เลือกตรง ระบบนี้ถ่วงดุลการเมืองได้จริงแค่ไหน
คำถามนี้ต้องแยกก่อนว่า “สว. ชุดไหน”
เวลาพูดว่า สว. มีอำนาจมาก หลายคนยังนึกถึง สว. 250 คนตามบทเฉพาะกาล ซึ่งเคยร่วมลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี แต่ภาพนั้นไม่ตรงกับ สว. ชุดปัจจุบันทั้งหมดแล้ว สว. ชุดปัจจุบันมี 200 คน ไม่ได้มาจากการแต่งตั้งแบบชุดก่อนหน้า แต่ได้มาจากการเลือกกันเองของผู้สมัครใน 20 กลุ่ม ผ่านระดับอำเภอ จังหวัด และประเทศ ประชาชนทั่วไปจึงไม่ได้รับบัตรไปกาชื่อผู้สมัครโดยตรง
อีกจุดที่ควรแก้ความเข้าใจให้ชัด คือ สว. ชุดปัจจุบันไม่ได้มีอำนาจร่วมเลือกนายกรัฐมนตรีตามบทเฉพาะกาลมาตรา 272 แล้ว เพราะอำนาจส่วนนั้นผูกไว้กับช่วงห้าปีแรกของรัฐสภาชุดแรกตามรัฐธรรมนูญปี 2560 การวิจารณ์จึงควรจับอำนาจที่ยังมีอยู่จริง ไม่เช่นนั้นกระทู้จะเสียความน่าเชื่อถือตั้งแต่ต้น
อำนาจที่ยังทำให้คนตั้งคำถามมีอะไรบ้าง
• พิจารณา กลั่นกรอง และเสนอแก้ไขร่างกฎหมายที่ผ่านสภาผู้แทนราษฎรมาแล้ว แม้กฎหมายทั่วไปหลายกรณีสภาผู้แทนราษฎรยังมีทางยืนยันมติได้ตามขั้นตอน
• ตั้งกระทู้ อภิปราย และใช้คณะกรรมาธิการตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดิน
• ให้ความเห็นชอบบุคคลเข้าสู่ตำแหน่งสำคัญในองค์กรอิสระหรือองค์กรตามรัฐธรรมนูญหลายตำแหน่งตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
• มีคะแนนที่จำเป็นต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยมาตรา 256 กำหนดให้วาระรับหลักการและวาระสุดท้ายต้องมีเสียงเห็นชอบจาก สว. ไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวน สว. ที่มีอยู่
ตรงนี้เองที่ทำให้ความรู้สึกว่า “อำนาจสูงแต่ประชาชนเลือกไม่ได้” ไม่ใช่เรื่องไร้เหตุผล เพราะ สว. ไม่ได้เพียงอ่านกฎหมายแล้วส่งคำแนะนำกลับไป แต่ยังมีบทบาทกับกติกาสูงสุดของประเทศและการคัดเลือกผู้ใช้อำนาจตรวจสอบรัฐ ซึ่งผลของการตัดสินใจครอบคลุมประชาชนทุกคน
แล้วเหตุใดผู้ออกแบบจึงไม่ใช้การเลือกตั้งตรง
เหตุผลหลักของระบบนี้คือไม่ต้องการให้สภาสูงกลายเป็นสำเนาของสภาผู้แทนราษฎร หากทั้งสองสภามาจากสนามเลือกตั้งแบบเดียวกัน พรรคใหญ่หรือกระแสการเมืองชุดเดียวอาจครองทั้งสองสภา จนกลไกกลั่นกรองเหลือเพียงพิธีการ ผู้ร่างจึงพยายามดึงคนจากอาชีพและภาคสังคมหลายด้านเข้ามา พร้อมวางระยะห่างจากพรรคการเมือง เงินหาเสียง และการแข่งขันแบบเขตเลือกตั้ง
แนวคิดนี้มีส่วนที่ฟังขึ้น คนมีประสบการณ์ด้านสาธารณสุข เกษตร กฎหมาย แรงงาน การศึกษา หรือธุรกิจ อาจช่วยให้การพิจารณากฎหมายละเอียดกว่าการมองผ่านคะแนนนิยมเพียงอย่างเดียว การเลือกตั้งตรงก็ไม่ได้รับประกันว่าผู้ชนะจะเป็นอิสระจากทุนหรือพรรค และอาจทำให้ผู้สมัครที่มีชื่อเสียงหรือมีงบมากได้เปรียบคนทำงานเฉพาะทาง
ปัญหาอยู่ที่ระบบปัจจุบันยังตอบเรื่องความยึดโยงได้ไม่เต็มปาก ผู้มีสิทธิเลือกจริงคือผู้สมัครด้วยกันเอง กระบวนการหลายชั้นและการเลือกไขว้เข้าใจยาก คนทั่วไปทำได้เพียงติดตาม ไม่สามารถลงคะแนนลงโทษหรือให้รางวัลแก่ สว. ในการเลือกตั้งครั้งถัดไปได้โดยตรง ยิ่ง สว. ดำรงตำแหน่งได้วาระเดียว ความรับผิดทางการเมืองผ่านคูหาเลือกตั้งก็ยิ่งเบาบาง
ระบบที่มีผู้เลือกจำนวนน้อยยังเปิดความเสี่ยงให้เครือข่ายที่จัดตั้งตัวได้ดีมีอิทธิพลมากกว่าคนสมัครเดี่ยว การพูดเช่นนี้เป็นการชี้ช่องโหว่เชิงโครงสร้าง ไม่ใช่การกล่าวหาว่า สว. คนใดกระทำผิด งานประเมินที่เสนอต่อสำนักงาน กกต. เองก็ระบุทั้งข้อดีเรื่องความหลากหลาย และข้อกังวลเรื่องกระบวนการซับซ้อน การมีส่วนร่วมของประชาชนต่ำ และการลงสมัครเป็นกลุ่มก้อน โดยผลสำรวจผู้ตอบ 3,289 คน มีร้อยละ 53.5 ต้องการให้ สว. มาจากการเลือกตั้งตรงทั้งหมด ตัวเลขนี้ไม่ใช่ประชามติทั้งประเทศ แต่สะท้อนว่าปัญหาความชอบธรรมมีอยู่จริง
ทางออกไม่จำเป็นต้องมีเพียง “เอา” หรือ “ไม่เอา” สว.
หลักที่ควรยึดคือ อำนาจมากต้องมีที่มาและความรับผิดที่หนักพอกัน ถ้าต้องการให้ สว. มีสิทธิชี้ขาดเรื่องแก้รัฐธรรมนูญและให้ความเห็นชอบตำแหน่งสำคัญ การเลือกตั้งตรงหรือระบบผสมที่ประชาชนมีคะแนนจริงย่อมตอบเรื่องความชอบธรรมได้ดีกว่า แต่ถ้ายังยืนยันระบบกลุ่มอาชีพ ก็ควรลดอำนาจให้เหลือการกลั่นกรอง เสนอแก้ไข และชะลอกฎหมายชั่วคราว พร้อมเปิดข้อมูลการลงคะแนนและกระบวนการคัดเลือกให้ตรวจสอบได้ง่าย
อีกแบบคือแบ่งที่นั่งเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งเลือกโดยประชาชน อีกส่วนมาจากกลุ่มวิชาชีพที่มีกติกาโปร่งใส มีการเปิดประวัติ รับฟังความเห็นสาธารณะ และป้องกันการจัดตั้งผู้สมัครเป็นเครือข่าย แบบนี้ยังรักษาความหลากหลายไว้โดยไม่ตัดประชาชนออกจากกระบวนการทั้งหมด
สรุปให้ตรงจุด: เหตุผลที่ สว. ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งตรง คือความต้องการสร้างสภากลั่นกรองที่ห่างจากพรรคการเมือง แต่เมื่อสภานั้นยังถืออำนาจสำคัญ คำถามเรื่องความยึดโยงกับประชาชนย่อมชอบธรรม การวิจารณ์ที่ปลอดภัยควรอ้างข้อกฎหมาย แยก สว. ชุดเก่ากับชุดปัจจุบัน และไม่กล่าวหาบุคคลว่าโกง ฮั้ว หรือทำผิดโดยไม่มีหลักฐาน
https://www.ect.go.th/ect_th/th/db_119_ect_th_6/2967
https://www.ect.go.th/web-upload/1xff0d34e409a13ef56eea54c52a291126/202506/m_news/2015/6851/file_download/b1c059f8c59dab21be8b798610f7d14a.pdf
https://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2560/A/040/1.PDF
ทำไมถึงเรียก “ป่าช้า” ทั้งที่คนตายไม่ได้เดินช้า? เปิดที่มาคำโบราณที่คนไทยคุ้นเคย แต่หลายคนไม่เคยรู้ความหมาย
ส่อง “เลขน่าซื้อที่สุด” งวด 1 ก.ย. 2569 คัดเฉพาะเลขชนสำนักดัง ลุ้นรวยรับต้นเดือน! (รวมมิตรจบในกระทู้เดียว)
จังหวัดไหนค่าครองชีพแพงที่สุดในไทย
ประชากรปลาหมึกยักษ์ออสเตรเลียลดลงถึง 97% จาก 63,000 ตัว เหลือเพียง 1,811 ตัว กลุ่มอนุรักษ์ฯเรียกร้องให้ขึ้นทะเบียนป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์
เปิดรายได้ "คนขายที่ปัดน้ำฝนข้างทาง" ขายดีขนาดไหน?
ต่างชาติกระจุกอยู่ตรงไหนของไทย จัดอันดับล่าสุด
จังหวัดที่มีความสุขที่สุดในประเทศไทย
5 คณะที่เรียนจบแล้วอาจต้องเจอกับการแข่งขันสูงในยุค AI
บอล ซุปเปอร์บอล มาแล้ว! แนวทางหวยงวด 1 ก.ย. 69 เน้นวิ่ง 9-6
เรือเฟอร์รี่บรรทุกผู้โดยสาร 267 คนพลิกคว่ำกลางทะเลไซปรัสเหนือ ผู้โดยสารสวมเสื้อชูชีพและพยายามเอาชีวิตรอด
แม่ฮ่องสอน จังหวัดที่มีคนจนสูงสุด แต่ความสุขไม่ได้น้อยที่สุด
หญิงสาวคนหนึ่งลดน้ำหนักได้ 20 กิโลกรัมในหนึ่งเดือนโดยดื่มเพียงน้ำเปล่าและไม่รับประทานอาหารใดๆ แต่ต่อมาเริ่มมีอาการเดินเซและสูญเสียความทรงจำ
จังหวัดไหนค่าครองชีพแพงที่สุดในไทย
จังหวัดที่มีความสุขที่สุดในประเทศไทย
ต่างชาติกระจุกอยู่ตรงไหนของไทย จัดอันดับล่าสุด
ทำไมชายแดนใต้จึงยังไม่สงบ
5 โรงเรียนในตำนานของไทย เปิดประวัติ โรงเรียนเก่าแก่ที่มีอายุมากกว่าร้อยปี
หญิงสาวคนหนึ่งลดน้ำหนักได้ 20 กิโลกรัมในหนึ่งเดือนโดยดื่มเพียงน้ำเปล่าและไม่รับประทานอาหารใดๆ แต่ต่อมาเริ่มมีอาการเดินเซและสูญเสียความทรงจำ
หญิงสาวคนหนึ่งลดน้ำหนักได้ 20 กิโลกรัมในหนึ่งเดือนโดยดื่มเพียงน้ำเปล่าและไม่รับประทานอาหารใดๆ แต่ต่อมาเริ่มมีอาการเดินเซและสูญเสียความทรงจำ
ประชากรปลาหมึกยักษ์ออสเตรเลียลดลงถึง 97% จาก 63,000 ตัว เหลือเพียง 1,811 ตัว กลุ่มอนุรักษ์ฯเรียกร้องให้ขึ้นทะเบียนป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์
ลือสนั่น Secret Wars! “วันด้า” เตรียมคืนชีพโค่น Doctor Doom พร้อมฉากรวมตัว Jean Grey 3 เจเนอเรชัน ส่งไม้ต่อยุค Mutant Saga 10 ปี!
จาก "ลิซ่า BLACKPINK" ถึง "เนเน่ รอยัล" ซอฟต์พาวเวอร์ไทยที่ดังไกลไปทั่วโลก