หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ทำไมส่วนใหญ่ของคนอิตาลีจึงไม่ชอบให้มี “สับปะรด” อยู่บนพิซซ่า ถึงขั้นทำออกมาเป็นมีมกันเลยทีเดียว

เขียนโดย dukedick

พิซซ่าหน้าสับปะรดอาจเป็นเมนูโปรดของใครหลายคน เพราะมีทั้งรสเค็มจากแฮม ความมันของชีส และรสหวานอมเปรี้ยวจากสับปะรดรวมอยู่ในคำเดียวกัน แต่หากนำพิซซ่าถาดนี้ไปวางตรงหน้าชาวอิตาลีบางคน เราอาจได้เห็นสีหน้าตกใจ การส่ายศีรษะ หรือคำถามทำนองว่า “ทำไมต้องเอาผลไม้มาวางบนพิซซ่าด้วย?”

แน่นอนว่าไม่ใช่ชาวอิตาลีทุกคนจะเกลียดพิซซ่าหน้าสับปะรด และรสนิยมด้านอาหารย่อมแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าในวัฒนธรรมอาหารอิตาลี สับปะรดบนพิซซ่ามักถูกมองว่าเป็นสิ่งที่แปลกประหลาด หรือถึงขั้นเป็นการทำลายขนบของอาหารประจำชาติ เหตุผลเบื้องหลังไม่ได้มีแค่เรื่องรสชาติเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ วัตถุดิบ ความภาคภูมิใจ และแนวคิดเรื่องความเรียบง่ายที่ฝังรากอยู่ในครัวอิตาลีมาอย่างยาวนาน

ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า สำหรับชาวอิตาลี พิซซ่าไม่ใช่เพียงอาหารจานด่วนสำหรับรองท้อง แต่เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ โดยเฉพาะที่เมืองเนเปิลส์ ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นต้นกำเนิดของพิซซ่าแบบที่คนทั่วโลกรู้จักในปัจจุบัน พิซซ่าเนเปิลส์แบบดั้งเดิมให้ความสำคัญกับแป้งที่หมักอย่างเหมาะสม ขอบพองนุ่ม ซอสมะเขือเทศ ชีส น้ำมันมะกอก และวัตถุดิบไม่กี่ชนิดที่ต้องมีคุณภาพดี สูตรคลาสสิกอย่างมาร์เกริตามักประกอบด้วยมะเขือเทศ มอสซาเรลลา ใบโหระพา และน้ำมันมะกอก ซึ่งสะท้อนแนวคิดว่าอาหารที่ดีไม่จำเป็นต้องใส่เครื่องมากมาย แต่ต้องทำให้รสชาติของวัตถุดิบแต่ละอย่างส่งเสริมกันอย่างพอดี

เมื่อสับปะรดถูกนำมาวางบนพิซซ่า ปัญหาแรกในสายตาของผู้เคร่งครัดด้านอาหารอิตาลีจึงอยู่ที่ “ความไม่เข้าพวก” สับปะรดมีรสหวานชัด มีความเปรี้ยว และมีน้ำอยู่มาก เมื่อถูกอบพร้อมชีสและซอสมะเขือเทศ น้ำจากผลไม้อาจซึมออกมาทำให้หน้าพิซซ่าแฉะ ขณะที่ความหวานจัดอาจกลบรสเค็ม มัน และหอมของชีสหรือเนื้อสัตว์ สำหรับคนที่คุ้นเคยกับพิซซ่าแบบอิตาลี ซึ่งเน้นความสมดุลและความเรียบง่าย รสชาติแบบหวานโดดของสับปะรดจึงอาจรู้สึกเหมือนมีส่วนผสมบางอย่างเข้ามารบกวนจังหวะของอาหาร

อย่างไรก็ตาม อาหารอิตาลีไม่ได้ห้ามการผสมรสหวานกับรสเค็มเสียทีเดียว ในอิตาลีมีอาหารหลายชนิดที่รับประทานผลไม้คู่กับชีสหรือเนื้อ เช่น ลูกแพร์กับชีส องุ่นกับเนื้อหมัก หรือเมลอนกับโปรชุตโต ความไม่พอใจต่อสับปะรดบนพิซซ่าจึงไม่ใช่เพราะชาวอิตาลีไม่ยอมให้ผลไม้อยู่ในอาหารคาวเลย แต่เป็นเพราะพวกเขามองว่าสับปะรด โดยเฉพาะสับปะรดกระป๋อง ไม่สอดคล้องกับรสชาติและโครงสร้างของพิซซ่าแบบดั้งเดิมมากกว่า

อีกเหตุผลหนึ่งคือพิซซ่าฮาวายเอียนไม่ได้ถือกำเนิดในอิตาลี และไม่ได้มีต้นกำเนิดจากฮาวายตามชื่อด้วย เมนูนี้มักยกเครดิตให้แก่แซม พานอโปลอส พ่อครัวชาวกรีกที่อพยพไปอยู่แคนาดา เขาทดลองนำสับปะรดกระป๋องใส่ลงบนพิซซ่าที่ร้านอาหารในรัฐออนแทรีโอเมื่อปี ค.ศ. 1962 โดยได้รับแรงบันดาลใจจากอาหารจีนแบบเปรี้ยวหวาน ชื่อ “ฮาวายเอียน” มาจากชื่อยี่ห้อสับปะรดกระป๋องที่เขาใช้ ไม่ได้หมายความว่าเป็นอาหารพื้นเมืองของหมู่เกาะฮาวายแต่อย่างใด

ดังนั้น ในสายตาของชาวอิตาลีจำนวนหนึ่ง พิซซ่าหน้าสับปะรดจึงไม่ใช่พิซซ่าอิตาลีที่พัฒนาต่อจากสูตรดั้งเดิม แต่เป็นอาหารแบบอเมริกาเหนือที่นำชื่อและรูปแบบของพิซซ่าไปดัดแปลงให้เข้ากับรสนิยมท้องถิ่น ซึ่งในความเป็นจริงก็ไม่ใช่เรื่องผิด เพราะอาหารจำนวนมากย่อมเปลี่ยนแปลงเมื่อเดินทางข้ามประเทศ เพียงแต่สำหรับผู้ที่มองพิซซ่าเป็นมรดกทางวัฒนธรรม การดัดแปลงบางอย่างอาจรู้สึกเหมือนมีคนนำอาหารอันคุ้นเคยไปเปลี่ยนจนแทบไม่เหลือบุคลิกเดิม

ความจริงจังของชาวอิตาลีที่มีต่อพิซซ่าสามารถเห็นได้จากการมีองค์กรอย่างสมาคมพิซซ่าเนเปิลส์แท้ หรือ Associazione Verace Pizza Napoletana ซึ่งจัดทำข้อกำหนดเกี่ยวกับส่วนผสม วิธีนวดแป้ง รูปทรง การขึ้นรูป และการอบ เพื่อรักษาเอกลักษณ์ของพิซซ่าเนเปิลส์เอาไว้ แนวคิดเหล่านี้สะท้อนว่าในอิตาลี พิซซ่าไม่ได้ถูกมองว่าเป็นเพียงแผ่นแป้งที่เราจะวางอะไรก็ได้ลงไป แต่เป็นอาหารที่มีหลักการและภูมิปัญญาอยู่เบื้องหลัง

นอกจากนี้ วัฒนธรรมอาหารของอิตาลียังให้ความสำคัญกับความเป็นท้องถิ่นอย่างมาก แต่ละแคว้นมีวัตถุดิบและสูตรอาหารที่ผู้คนภาคภูมิใจ ชื่อของอาหารหลายชนิดผูกพันกับเมือง หมู่บ้าน ฤดูกาล และวิธีการผลิตที่สืบทอดกันมา เมื่ออาหารอิตาลีถูกนำไปดัดแปลงในต่างประเทศ เช่น ใส่ครีมลงในคาร์โบนารา หักเส้นสปาเกตตี หรือวางสับปะรดบนพิซซ่า ปฏิกิริยาที่ดูรุนแรงของชาวอิตาลีจึงมักเป็นการปกป้องอัตลักษณ์ทางอาหารพอ ๆ กับการวิจารณ์เรื่องรสชาติ

สับปะรดยังมีภาพลักษณ์เป็นผลไม้เมืองร้อน ซึ่งห่างไกลจากวัตถุดิบที่คนเชื่อมโยงกับพิซซ่าเนเปิลส์แบบดั้งเดิม เมื่อนำมาใส่ร่วมกับแฮมและชีส จึงให้ความรู้สึกเหมือนเป็นอาหารนานาชาติหรืออาหารฟิวชันมากกว่าจะเป็นพิซซ่าอิตาลี สำหรับผู้บริโภคในหลายประเทศ นี่อาจเป็นเสน่ห์และความสนุกของเมนู แต่สำหรับผู้ที่เติบโตมากับพิซซ่าแบบเรียบง่าย มันอาจดูเหมือนการแต่งเติมที่ไม่จำเป็น

ถึงอย่างนั้น โลกของพิซซ่าในอิตาลีก็ไม่ได้หยุดนิ่ง พ่อครัวรุ่นใหม่จำนวนมากทดลองใช้วัตถุดิบแปลกใหม่ รวมถึงผลไม้ น้ำผึ้ง หรือเครื่องปรุงจากต่างวัฒนธรรม เพียงแต่มักมีการเลือกเทคนิคและส่วนผสมอย่างระมัดระวัง เพื่อให้รสชาติไม่หวานเกินไปและไม่ทำให้แป้งเสียเนื้อสัมผัส ความขัดแย้งจึงไม่ได้อยู่ที่คำถามว่า “ห้ามใส่สับปะรดโดยเด็ดขาดหรือไม่” แต่อยู่ที่ว่าใส่อย่างไร ใช้วัตถุดิบแบบไหน และยังเคารพพื้นฐานของพิซซ่าอยู่หรือเปล่า

ในท้ายที่สุด การถกเถียงเรื่องสับปะรดบนพิซซ่าคงไม่มีวันได้ข้อยุติ เพราะอาหารเป็นทั้งวัฒนธรรมและรสนิยมส่วนบุคคล คนที่ชอบรสหวานเค็มอาจรู้สึกว่าสับปะรดทำให้พิซซ่าสดชื่นและไม่เลี่ยน ขณะที่คนที่รักพิซซ่าอิตาลีแบบดั้งเดิมอาจมองว่าผลไม้ชนิดนี้ทำลายสมดุลอันเรียบง่ายของแป้ง มะเขือเทศ และชีส

ดังนั้น เหตุผลที่ชาวอิตาลีจำนวนมากไม่ชอบสับปะรดบนพิซซ่า จึงไม่ใช่เพียงเพราะพวกเขาเกลียดผลไม้ชนิดนี้ แต่เพราะพิซซ่าสำหรับพวกเขาคือความทรงจำ ภูมิปัญญา และมรดกทางวัฒนธรรมที่มีรูปแบบเฉพาะ การเห็นสับปะรดสีเหลืองชิ้นใหญ่ปรากฏอยู่บนหน้าพิซซ่า จึงอาจให้ความรู้สึกคล้ายกับการเห็นใครบางคนนำสูตรประจำบ้านที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคนไปดัดแปลงต่อหน้าต่อตา

แต่หากถามว่าคนทั่วโลกควรเลิกกินพิซซ่าหน้าสับปะรดหรือไม่ คำตอบก็คงขึ้นอยู่กับลิ้นของแต่ละคน เพราะต่อให้คนอิตาลีส่ายหน้าเพียงใด หากเรากินแล้วมีความสุข พิซซ่าถาดนั้นก็ยังทำหน้าที่ของอาหารได้อย่างสมบูรณ์ เพียงแต่อาจต้องเตรียมใจไว้สักหน่อย หากเผลอสั่งมันกลางร้านพิซซ่าเก่าแก่ในเมืองเนเปิลส์!

เนื้อหาโดย: dukedick
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
dukedick's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 21 ครั้ง
เขียนโดย dukedick
สวัสดีครับ ผมเป็นนักเขียนที่ชอบงานเขียนทางด้านเกร็ดความรู้ต่างๆ ไม่วาจะเป็นเกี่ยวกับสัตว์โลกน่ารัก หรือ เกร็ดความรู้ และเรื่องราวที่น่าสนใจต่างๆ
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: paktronghie
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
5 ประเทศ ที่ปลูกทุเรียนมากที่สุดซื้อล็อตเตอรี่ยังไงให้ถูกเลขมงคลตามธาตุประจำตัว สำหรับงวด 16 ส.ค. 69 — อ่านฤกษ์ผสมการคำนวณและเรื่องเล่า7 นิตยสารวัยรุ่นยุค 2000s ที่เคยฮิตสุด ๆ วันนี้เห็นปกแล้วคิดถึงทันทีจำกันได้ไหม? เครื่องดื่มชูกำลังขวดแก้วที่เคยคุ้นตา แต่วันนี้แทบไม่เห็นแล้วสงสัยไหม? คนทั่วโลกถนัดมือข้างไหนมากที่สุด คุณอยู่กลุ่มไหน? เปิดสถิติโลก "คนถนัดซ้าย vs ถนัดขวา" แป้งเท้ายายม่อม ยายม่อมคือใคร? เปิดประวัติศาสตร์ 100 ปี ใครเป็นคนกำหนดให้ "รถดับเพลิง" ต้องเป็นสีแดง? YouTuber บุคคลที่มีรายได้สูงที่สุดในประเทศไทยทำไมตำรวจบางคนจึงมี “ลูกเบ๊” คอยติดตามและดูแลงานส่วนตัว“เวียดนาม” ครองแชมป์สตรีทฟู้ดดีที่สุดในโลก ส่วนไทยกลายเป็นอันดับ 9ล็อตเตอรี่ 1 ใบ สามารถถูกได้สูงสุดถึง 3 รางวัลพร้อมกัน ในงวดเดียวกัน
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
จำกันได้ไหม? เครื่องดื่มชูกำลังขวดแก้วที่เคยคุ้นตา แต่วันนี้แทบไม่เห็นแล้วไม่ได้มีแค่ “ป๋อง” นักโทษประหาร 480 คน สังคมต้องจับตา ก่อนคำว่า “ประหาร” จะกลายเป็นแค่ในกระดาษแป้งเท้ายายม่อม ยายม่อมคือใคร? ทำไม "เต้าเสียบ-ปลั๊กไฟ" ใช้ไปนานๆ ถึงกลายเป็นสีเหลือง?มนุษย์ยุคโบราณรู้ได้อย่างไรว่า สิ่งใดกินได้หรือกินไม่ได้ ?ประเทศที่กู้เงินจากไทยมากที่สุด 5 อันดับแรกของโลก
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ประเทศที่ไม่มีเมืองหลวงอย่างเป็นทางการ มีจริงหรือ? ทำความเข้าใจข้อเท็จจริงที่หลายคนไม่เคยรู้จำกันได้ไหม? เครื่องดื่มชูกำลังขวดแก้วที่เคยคุ้นตา แต่วันนี้แทบไม่เห็นแล้วแป้งเท้ายายม่อม ยายม่อมคือใคร? 7 นิตยสารวัยรุ่นยุค 2000s ที่เคยฮิตสุด ๆ วันนี้เห็นปกแล้วคิดถึงทันที
ตั้งกระทู้ใหม่