หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เปิด 10 ประเทศและเขตเศรษฐกิจลงทุนในไทยสูงสุด ปี 2568 ตามยอดขอ BOI

เขียนโดย rollwithus

สวัสดีชาวโพสต์จังทุกคน หลายคนอาจคิดว่าประเทศที่ลงทุนในไทยมากที่สุดคงหนีไม่พ้นจีนหรือญี่ปุ่น เพราะเรามักเห็นข่าวโรงงานรถยนต์ไฟฟ้า บริษัทอิเล็กทรอนิกส์ และผู้ผลิตจากสองประเทศนี้เข้ามาตั้งฐานในไทยอยู่บ่อย ๆ

แต่เมื่อดูข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI แบบเต็มปี 2568 ประเทศและเขตเศรษฐกิจที่มีมูลค่าคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนสูงที่สุดกลับเป็น สิงคโปร์ ตามด้วยฮ่องกง จีน และญี่ปุ่น

ก่อนดูอันดับต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ตัวเลขชุดนี้เป็น มูลค่าโครงการลงทุนจากต่างประเทศที่ยื่นคำขอรับการส่งเสริมต่อ BOI ไม่ใช่จำนวนเงินที่ไหลเข้าประเทศหรือเกิดการลงทุนจริงครบทั้งหมดแล้ว

ตลอดปี 2568 มีโครงการลงทุนจากต่างประเทศยื่นขอรับการส่งเสริมจำนวน 2,421 โครงการ มูลค่ารวม 1,359,925 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 66 จากปีก่อนหน้า

10 ประเทศและเขตเศรษฐกิจที่มีมูลค่าคำขอสูงสุด

1. สิงคโปร์

มูลค่าคำขอรับการส่งเสริม 547,316 ล้านบาท จาก 457 โครงการ ครองอันดับหนึ่งอย่างชัดเจน

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขจากสิงคโปร์ไม่ได้หมายความว่าเจ้าของเงินลงทุนทั้งหมดเป็นชาวสิงคโปร์ เพราะหลายบริษัททั่วโลกใช้สิงคโปร์เป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่หรือบริษัทลูกก่อนนำเงินเข้ามาลงทุนในไทย โดย BOI ระบุว่ามีโครงการขนาดใหญ่จากบริษัทที่มีบริษัทแม่เป็นสัญชาติจีน ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริการวมอยู่ด้วย

2. ฮ่องกง

มูลค่าคำขอรับการส่งเสริม 245,335 ล้านบาท จาก 266 โครงการ

ฮ่องกงยังมีบทบาทสำคัญในฐานะศูนย์กลางทางธุรกิจและแหล่งจดทะเบียนของบริษัทที่เข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมดิจิทัล อิเล็กทรอนิกส์ และโครงการเทคโนโลยีขนาดใหญ่

3. จีน

มูลค่าคำขอรับการส่งเสริม 172,114 ล้านบาท จาก 982 โครงการ

แม้จีนจะอยู่อันดับสามเมื่อวัดจากมูลค่า แต่มีจำนวนโครงการมากที่สุดใน 10 อันดับ สะท้อนการเข้ามาของผู้ลงทุนจีนหลายขนาด ตั้งแต่ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ แบตเตอรี่ เคมีภัณฑ์ ไปจนถึงห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมต่าง ๆ

4. ญี่ปุ่น

มูลค่าคำขอรับการส่งเสริม 119,098 ล้านบาท จาก 311 โครงการ

ญี่ปุ่นเป็นนักลงทุนรายใหญ่ของไทยมาอย่างยาวนาน โดยมีฐานสำคัญในอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน เครื่องจักร รวมถึงอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า

5. สหราชอาณาจักร

มูลค่าคำขอรับการส่งเสริม 100,322 ล้านบาท จากเพียง 29 โครงการ

จำนวนโครงการอาจไม่มากเมื่อเทียบกับหลายประเทศ แต่มีโครงการขนาดใหญ่ โดยเฉพาะกิจการดิจิทัล ดาต้าเซ็นเตอร์ และอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง

6. สหรัฐอเมริกา

มูลค่าคำขอรับการส่งเสริม 33,154 ล้านบาท จาก 61 โครงการ

การลงทุนครอบคลุมธุรกิจเทคโนโลยี อิเล็กทรอนิกส์ บริการดิจิทัล และโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับศูนย์ข้อมูล

7. ไต้หวัน

มูลค่าคำขอรับการส่งเสริม 29,311 ล้านบาท จาก 142 โครงการ

ไต้หวันมีบทบาทในห่วงโซ่อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะแผงวงจร อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ และวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต

8. เนเธอร์แลนด์

มูลค่าคำขอรับการส่งเสริม 24,998 ล้านบาท จาก 68 โครงการ

บริษัทที่จดทะเบียนในเนเธอร์แลนด์มีการลงทุนในหลายอุตสาหกรรม ทั้งอาหารและการเกษตร เคมีภัณฑ์ โลจิสติกส์ และกิจการที่เชื่อมโยงกับตลาดยุโรป

9. ฝรั่งเศส

มูลค่าคำขอรับการส่งเสริม 16,097 ล้านบาท จาก 20 โครงการ

ฝรั่งเศสเข้ามาอยู่ในอันดับเก้า โดยมีทั้งการลงทุนด้านการผลิต เทคโนโลยี การบริการ และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมสมัยใหม่

10. สวิตเซอร์แลนด์

มูลค่าคำขอรับการส่งเสริม 13,823 ล้านบาท จาก 10 โครงการ

แม้มีโครงการไม่มาก แต่แต่ละโครงการมีมูลค่าเฉลี่ยค่อนข้างสูง ทำให้สวิตเซอร์แลนด์ติดอันดับ 10 ของปี 2568

เงินลงทุนส่วนใหญ่ไปอยู่ในธุรกิจอะไร

เมื่อดูภาพรวมทุกสัญชาติ อุตสาหกรรมดิจิทัลมีมูลค่าคำขอสูงที่สุดในปี 2568 ที่ 746,198 ล้านบาท จาก 151 โครงการ โดยมีดาต้าเซ็นเตอร์และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ

อันดับรองลงมาคืออุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า 277,645 ล้านบาท ยานยนต์และชิ้นส่วน 84,085 ล้านบาท เกษตรและแปรรูปอาหาร 75,683 ล้านบาท และปิโตรเคมีกับเคมีภัณฑ์ 58,396 ล้านบาท

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าการลงทุนต่างชาติในไทยไม่ได้กระจุกอยู่เฉพาะโรงงานรถยนต์เหมือนในอดีต แต่กำลังเคลื่อนไปสู่ดาต้าเซ็นเตอร์ คลาวด์ AI แผงวงจร แบตเตอรี่ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงมากขึ้น

อัปเดตครึ่งแรกปี 2569

ข้อมูลล่าสุดในช่วงเดือนมกราคมถึงมิถุนายน 2569 ระบุว่า มูลค่าคำขอรับการส่งเสริมจากต่างประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 1,368,493 ล้านบาท จาก 877 โครงการ โดย 5 อันดับแรกเปลี่ยนเป็นสิงคโปร์ สหราชอาณาจักร จีน ไต้หวัน และญี่ปุ่น

สิงคโปร์ยังคงนำเป็นอันดับหนึ่งด้วยมูลค่าสูงถึง 1,121,742 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับแรงหนุนจากโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ ดาต้าโฮสติ้ง และบริการคลาวด์ขนาดใหญ่

ดังนั้น การจัดอันดับประเทศที่ลงทุนในไทยอาจเปลี่ยนได้อย่างรวดเร็วเมื่อมีโครงการขนาดใหญ่เพียงไม่กี่โครงการเข้ามา และควรตรวจสอบเสมอว่าตัวเลขที่นำมาเปรียบเทียบเป็นยอดคำขอ ยอดอนุมัติ ยอดออกบัตรส่งเสริม หรือเงินลงทุนจริง

เนื้อหาโดย: rollwithus
SOURCES:

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน — ผลการส่งเสริมการลงทุนประจำปี 2568
สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน — ผลการส่งเสริมการลงทุนช่วงครึ่งแรกปี 2569
REFERENCES:

https://www.boi.go.th/index.php?_module=news&from_page=press_releases&page=press_releases_detail&topic_id=138493
https://www.boi.go.th/index.php?_module=news&from_page=press_releases2&language=th&page=press_releases_detail&topic_id=139075
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
rollwithus's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 30 ครั้ง
เขียนโดย rollwithus
นักเขียนอิสระสายสาระความรู้ ข่าวสาร และการติดตามเลขเด็ดที่ผู้คนสนใจ เน้นการรวบรวมข้อมูลจากหลายแหล่งและเรียบเรียงให้อ่านง่าย กระชับ และน่าเชื่อถือ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
5 ประเทศ ที่ปลูกทุเรียนมากที่สุดล็อตเตอรี่ 1 ใบ สามารถถูกได้สูงสุดถึง 3 รางวัลพร้อมกัน ในงวดเดียวกันรวบ "ปอน ชุมพล"พร้อมยาบ้า ดำเนินคดีตามกฎหมายเลขมงคลตามธาตุประจำตัว สำหรับงวด 16 ส.ค. 69 — อ่านฤกษ์ผสมการคำนวณและเรื่องเล่าแม่ยก กับ แฟนคลับ ต่างกันยังไง?YouTuber บุคคลที่มีรายได้สูงที่สุดในประเทศไทยจีนยังเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของไทย เปิดข้อมูล 5 เดือนแรกปี 2569ข้าวหอมมะลิของไทย ประเทศไหนซื้อไปบริโภคมากที่สุดในโลกทำไมเมืองหลวงของไทยจึงย้ายจากอยุธยามากรุงเทพฯ เปิดเหตุผลที่เปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์ไทย7 ของเล่นในตำนานของเด็กไทย ที่เห็นเมื่อไรก็ทำให้คิดถึงวันวานมะม่วง มะยม มะดัน 3 ไม้ผลหน้าบ้านที่ได้ทั้งกินและความร่มรื่นซื้อล็อตเตอรี่ยังไงให้ถูก
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
สินค้านำเข้าอันดับ 1 ของไทยคืออะไร เปิดข้อมูลสินค้าที่ไทยนำเข้ามากที่สุดผ้ากันน้ำที่ใส่แล้วไม่อบ เพราะซ่อนรูจิ๋วนับพันล้านรูไว้ในเนื้อผ้าลายบนท้องพญาคางคกที่หลายคนมองเป็นตัวเลข แท้จริงเกิดขึ้นได้อย่างไรรอยยับบนทองคำเปลวที่หลายคนมองข้าม กลับกลายเป็นจุดสังเกตของคอเลขเด็ด
ตั้งกระทู้ใหม่