แมด แจ็ก เชอร์ชิล นายทหารผู้พกดาบ ธนู และปี่เข้าสงครามโลก
ลองนึกภาพแนวรบปี 1941 ทหารทุกคนเตรียมปืนกล ระเบิดมือ และกระสุนเต็มตัว แต่หัวหน้าหน่วยกลับยืนเป่าปี่สก็อต พร้อมดาบห้อยอยู่ข้างเอว
ชายคนนั้นมีชื่อว่า จอห์น มัลคอล์ม ธอร์ป เฟลมมิง เชอร์ชิล นายทหารอังกฤษผู้ได้ฉายาว่า “แมด แจ็ก” หรือแจ็กจอมบ้าระห่ำ ชีวิตของเขาฟังดูเหมือนตัวละครที่หลุดมาจากนิยายผจญภัย เพราะท่ามกลางสงครามที่เครื่องบิน รถถัง และอาวุธอัตโนมัติกำลังครองสนามรบ เขายังพกธนูยาว ดาบสก็อต และปี่คู่ใจติดตัวไปด้วย
เรื่องแรกที่ต้องแก้ให้ตรงเสียหน่อย ดาบของแจ็กมักถูกเล่าต่อกันว่าเป็น เคลย์มอร์ขนาดยักษ์แบบใช้สองมือ แต่หลักฐานหลายแห่งระบุว่าเป็นดาบสก็อตทรงตะกร้าครอบมือ หรือดาบประเภท broadsword และบางแหล่งเรียกว่า claybeg ซึ่งมีขนาดเหมาะกับการถือด้วยมือเดียวมากกว่า ภาพจำเรื่องดาบมหึมาจึงน่าจะโตขึ้นเรื่อยๆ ตามความมันของคนเล่า ถึงจะไม่ใช่ดาบยักษ์แบบในเกม แต่การเหน็บดาบเข้าสู่สนามรบยุคปืนกลก็ประหลาดพออยู่แล้ว
ก่อนจะกลายเป็นทหารในตำนาน เขาเก่งทั้งยิงธนูและเป่าปี่จริงๆ
แจ็กจบจากโรงเรียนนายร้อยแซนด์เฮิร์สต์ ก่อนเข้าประจำการกับกรมแมนเชสเตอร์ เขาเคยรับราชการในพม่า ขี่มอเตอร์ไซค์เดินทางไกลแบบไม่ค่อยกลัวถนนพัง และฝึกเป่าปี่กับทหารไฮแลนด์จนฝีมือดีถึงขั้นได้อันดับสองในการแข่งขันเป่าปี่สำหรับนายทหารเมื่อปี 1938
ด้านธนูก็ไม่ใช่อุปกรณ์เอามาถือเท่ๆ เขาเป็นนักยิงธนูฝีมือจริง เคยเป็นตัวแทนสหราชอาณาจักรไปแข่งขันชิงแชมป์โลกที่กรุงออสโลในปี 1939 พอสงครามระเบิดขึ้นในปีเดียวกัน เขาจึงนำทั้งทักษะยิงธนูและนิสัยรักของโบราณกลับเข้าสู่กองทัพพร้อมกัน
แล้วเขายิงทหารเยอรมันด้วยธนูจริงหรือไม่?
เรื่องดังที่สุดเกิดระหว่างการรบในฝรั่งเศสปี 1940 ใกล้หมู่บ้านเลปีแน็ตต์ เรื่องเล่าที่แพร่หลายระบุว่าแจ็กให้สัญญาณเริ่มซุ่มโจมตีด้วยการยิงลูกธนูใส่จ่าสิบเอกเยอรมัน ทำให้เขากลายเป็นทหารอังกฤษเพียงคนเดียวที่มีรายงานว่าสังหารข้าศึกด้วยธนูในสงครามโลกครั้งที่สอง และมักถูกขยายต่อว่าเป็น “การสังหารด้วยธนูครั้งสุดท้ายในสงครามยุคใหม่”
ทว่าประเด็นนี้ยังมีรอยต่อให้ถกกัน เพราะคำบอกเล่าบางชุดอ้างว่าแจ็กเคยพูดภายหลังว่าคันธนูของเขาถูกรถบรรทุกทับเสียหายไปก่อนเหตุการณ์ดังกล่าว จึงยังไม่มีหลักฐานชั้นต้นที่ปิดข้อสงสัยได้สนิทที่สุด คำที่ปลอดภัยกว่าคือ เขานำธนูไปใช้ลาดตระเวนและมีเรื่องเล่าร่วมสมัยว่าเคยยิงข้าศึก ส่วนคำว่า “สถิติยืนยันแน่นอน” ควรเผื่อพื้นที่ให้การตรวจสอบไว้บ้าง
สิ่งที่ไม่ค่อยมีใครเถียงคือความกล้าชนิดไม่รู้จักเบรกของเขา ในการรบครั้งนั้น กองร้อยของแจ็กถูกตัดขาด เขาใช้ปืนกลต่อสู้จนกระสุนหมด ก่อนนำทหารที่เหลือลอบฝ่าแนวข้าศึกกลับมาได้ แม้ตัวเองถูกยิงที่หัวไหล่ ผลงานครั้งนี้ทำให้เขาได้รับเหรียญ Military Cross
ฉากเป่าปี่ขึ้นบกที่นอร์เวย์ไม่ได้แต่งขึ้นเพื่อขายหนัง
วันที่ 27 ธันวาคม 1941 แจ็กเป็นรองผู้บังคับการหน่วยคอมมานโดที่ 3 ในปฏิบัติการบุกเกาะโวกเซย์ ประเทศนอร์เวย์ เมื่อเรือยกพลขึ้นบกเปิดทางลาด เขาก้าวออกมาพร้อมเสียงเพลง “March of the Cameron Men” จากปี่สก็อต ก่อนนำกำลังเข้าจู่โจมฐานทหารเยอรมัน
คราวนี้มีทั้งคำบันทึก ภาพถ่าย และฟิล์มจากปฏิบัติการรองรับ ตัวปี่ของเขายังถูกเก็บรักษาไว้จนถึงภายหลัง เหตุผลที่พกปี่ไปไม่ใช่เพราะคิดว่ามันสู้กับปืนได้ แต่เสียงปี่ช่วยปลุกใจพวกเดียวกัน สร้างความฮึกเหิม และประกาศให้รู้ว่าผู้นำยังเดินอยู่ข้างหน้า ไม่ได้หลบสั่งการจากด้านหลัง
แจ็กยังนำดาบติดตัวไปในสมรภูมิซิซิลีและซาแลร์โน ปี 1943 มีเหตุการณ์ที่เขากับสิบโทอีกคนลอบเข้าโจมตีที่ตั้งข้าศึก จับทหารเยอรมันได้มากกว่า 40 นายพร้อมชุดปืนครก เขาใช้ดาบบังคับเชลยเดินกลับแนวฝ่ายตน แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาพิชิตทุกคนด้วยดาบเพียงเล่มเดียว ปฏิบัติการเกิดท่ามกลางกำลังคอมมานโด การวางแผน และอาวุธสมัยใหม่เช่นเดียวกับการรบทั่วไป
ความบ้าของแมด แจ็ก ไม่ใช่การปฏิเสธเทคโนโลยี แต่เป็นการสร้างขวัญด้วยตัวตนที่ไม่มีใครลืม
เขาไม่ได้ทิ้งปืนแล้วออกวิ่งรับกระสุนด้วยธนูกับดาบตามลำพังอย่างที่ข้อความไวรัลชอบเล่า แจ็กใช้ปืน ระเบิด และยุทธวิธีของหน่วยคอมมานโดครบถ้วน เพียงแต่ยังพกของที่คนอื่นมองว่าหมดยุคไปแล้วเข้าไปด้วย ดาบทำให้ลูกน้องมองเห็นผู้บังคับบัญชาได้ง่าย ปี่ช่วยเรียกความกล้า ส่วนธนูเป็นทั้งทักษะส่วนตัวและอาวุธเงียบที่เขาเชื่อมั่น
ปี 1944 เขาถูกจับระหว่างการรบบนเกาะบราชในทะเลเอเดรียติก ก่อนส่งไปค่ายซัคเซนเฮาเซน เขาร่วมขุดอุโมงค์หนีออกมาแต่ถูกจับกลับ ภายหลังถูกย้ายไปออสเตรียและหนีได้อีกครั้ง คราวนี้เดินข้ามพื้นที่เทือกเขาแอลป์จนพบกองลาดตระเวนอเมริกัน รอดกลับมาได้ทั้งที่ข้อเท้าบาดเจ็บ
แมด แจ็กจึงน่าสนใจกว่าเรื่อง “คนถือดาบสู้ปืนกล” มาก เขาเป็นนายทหารที่เข้าใจว่าความกลัวแพร่ไปทั้งกองร้อยได้ แต่ความกล้าก็แพร่ได้เหมือนกัน การที่ผู้บังคับบัญชาก้าวลงจากเรือเป็นคนแรก เป่าปี่เสียงดัง และชักดาบออกมาต่อหน้าทุกคน อาจไม่ได้เพิ่มอำนาจการยิงแม้แต่นัดเดียว แต่มันทำให้ทหารรู้ว่า เมื่อถึงเวลาวิ่งเข้าไปข้างหน้า คนสั่งไม่ได้ยืนดูอยู่ไกลๆ
เรื่องยิงธนูสังหารข้าศึกอาจยังมีข้อโต้แย้ง แต่เรื่องที่เขาพกธนู ดาบ และปี่เข้าสู่สนามรบนั้นเป็นของจริง และเจ้าของของทั้งสามชิ้นก็กล้าพอจะทำให้ชื่อของตัวเองดังข้ามมาถึงศตวรรษถัดมา
จังหวัดที่ไม่มีเพื่อนบ้านทางพื้นดิน เพียงหนึ่งเดียวในประเทศไทย
9 อาชีพที่กำลังกลายเป็น “อาชีพหายาก” ในไทย
สถิติหวยออก ย้อนหลัง 10 ปี เลขท้าย 2 ตัว งวด 16 สิงหาคม
เลขเล็ก ๆ ที่เราไม่เคยสนใจ อาจไม่ได้เป็นแค่เลขธรรมดา
คืนวันแม่ 2569 ลุ้นฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์ อัตราสูงสุด 100 ดวง/ชั่วโมง
10 โรงเรียนที่ขึ้นชื่อว่าสอบเข้ายากที่สุด
ทำไมคนถึงเชื่อว่าพญานาคสามารถบันดาลโชคลาภได้?
เห็นชื่อนี้เมื่อไหร่แปลว่ามีคนกำลังจะรอด
โชคลาภพูนทวี งวด 16 สิงหาคม 2569 เปิดแนวทางเลขล่าง 35 พร้อมชุด 25 24 34 94 92
คืนสุดท้ายของสตาลิน เมื่อความหวาดระแวงย้อนกลับมาปิดทางช่วยชีวิตตัวเอง
พืชกินทองคำมีจริง! ต้นไม้ออสเตรเลียที่ดูด 'ทองคำ' ขึ้นมาไว้บนใบ
10 อาชีพที่คนไทยมองว่าดูดี และมีเสน่ห์
ประเทศที่กู้เงินจากไทยมากที่สุด 5 อันดับแรกของโลก


