หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
ตรวจหวย ผลการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 16 กันยายน 2569
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เปิดที่มาชื่อ 12 เดือนในปฏิทินไทย จากจักรราศีโบราณสู่คำเรียกที่เราใช้ทุกวัน


เขียนโดย dukedick

 

🇹🇭 เปิดที่มาชื่อ 12 เดือนในปฏิทินไทย จากจักรราศีโบราณสู่คำเรียกที่เราใช้ทุกวัน
🗓️

ทุกครั้งที่เราเขียนวันที่ลงบนเอกสาร เปิดดูปฏิทิน หรือนัดหมายใครสักคนด้วยคำว่า “มกราคม” “เมษายน” หรือ “ธันวาคม” เราอาจรู้สึกว่าชื่อเหล่านี้เป็นเพียงคำธรรมดาที่คุ้นเคยมาตั้งแต่เด็ก แต่แท้จริงแล้วชื่อเดือนทั้ง 12 ของไทยซ่อนเรื่องราวเกี่ยวกับดวงดาว ภาษาโบราณ และการปรับประเทศเข้าสู่ระบบสากลเอาไว้อย่างน่าสนใจ

ในอดีต คนไทยไม่ได้เรียกเดือนด้วยชื่อแบบที่เราใช้กันในปัจจุบัน แต่ใช้ระบบปฏิทินจันทรคติและเรียงเดือนด้วยคำว่า เดือนอ้าย เดือนยี่ เดือนสาม ต่อเนื่องไปจนถึงเดือนสิบสอง การนับเวลาเช่นนี้อาศัยการเปลี่ยนแปลงของดวงจันทร์เป็นหลัก จึงเหมาะกับวิถีชีวิตและประเพณีในสังคมไทยสมัยก่อน

ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ประเทศสยามเริ่มปรับระบบราชการ การติดต่อระหว่างประเทศ และการนับวันเวลาให้สอดคล้องกับนานาอารยประเทศ จึงมีการนำระบบปฏิทินสุริยคติ ซึ่งอาศัยการโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์มาใช้

ผู้มีบทบาทสำคัญในการจัดทำปฏิทินและคิดชื่อเดือนภาษาไทยขึ้นใหม่คือ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ พระองค์ทรงนำชื่อของจักรราศีทั้ง 12 ตามคติทางโหราศาสตร์อินเดียมาประกอบกับคำภาษาสันสกฤต จนเกิดเป็นชื่อเดือนที่มีความไพเราะ มีความหมาย และช่วยบอกจำนวนวันของแต่ละเดือนได้ในเวลาเดียวกัน ปฏิทินดังกล่าวได้รับการเรียกว่า “เทวะประติทิน” และเริ่มใช้เป็นแบบแผนของบ้านเมืองใน พ.ศ. 2432

หลักการตั้งชื่อเดือนของไทยมีความชาญฉลาดอย่างยิ่ง เพราะสามารถสังเกตจำนวนวันในเดือนได้จากคำลงท้าย เดือนที่ลงท้ายด้วย “คม” มี 31 วัน ส่วนเดือนที่ลงท้ายด้วย “ยน” มี 30 วัน ยกเว้นกุมภาพันธ์ซึ่งมี 28 วัน และเพิ่มเป็น 29 วันในปีอธิกสุรทิน

อย่างไรก็ตาม คำว่า “คม” และ “ยน” ไม่ได้มีความหมายว่า 31 วันหรือ 30 วันโดยตรง แต่เป็นส่วนหนึ่งของคำภาษาสันสกฤตที่เกี่ยวข้องกับการมา การไป และการเคลื่อนเข้าสู่ราศี ส่วนการเลือกคำลงท้ายให้ต่างกันนั้นช่วยทำให้ผู้ใช้ปฏิทินจดจำจำนวนวันของเดือนได้ง่ายขึ้น

เดือนแรกของปีคือ “มกราคม” เกิดจากคำว่า “มกร” รวมกับ “อาคม” คำว่า มกร หมายถึงสัตว์ในตำนานที่มักอธิบายว่ามีลักษณะคล้ายจระเข้หรือมังกรทะเล และเป็นสัญลักษณ์ของราศีมกร ส่วนคำว่า อาคม หมายถึงการมาถึง เมื่อนำมารวมกันจึงมีความหมายในทำนองว่า การมาถึงของราศีมกร

ถัดมาคือ “กุมภาพันธ์” ซึ่งเป็นเดือนที่มีชื่อแตกต่างจากเดือนอื่น คำว่า กุมภ์ หมายถึงหม้อหรือคนถือหม้อน้ำ อันเป็นสัญลักษณ์ของราศีกุมภ์ ส่วนคำที่นำมาประกอบมีรากจากภาษาสันสกฤตว่า “อาพันธ์” ซึ่งมีความหมายเกี่ยวกับการผูกหรือการเชื่อมโยง จึงเกิดเป็นชื่อกุมภาพันธ์ เดือนที่มีจำนวนวันน้อยที่สุดในรอบปี

“มีนาคม” มาจากคำว่า มีน ซึ่งหมายถึงปลาและเป็นสัญลักษณ์ของราศีมีน รวมกับคำว่าอาคม จึงสื่อถึงการมาถึงของราศีมีน ภาพแทนของราศีนี้มักเป็นปลาสองตัวว่ายสวนทางกัน

เมื่อเข้าสู่เดือนที่อากาศร้อนจัดของประเทศไทย เราจะพบกับชื่อ “เมษายน” ซึ่งมาจากราศีเมษ สัญลักษณ์เป็นแกะตัวผู้ รวมกับคำว่าอายนหรืออายนะที่หมายถึงการมาถึงหรือการเคลื่อนไป ชื่อนี้จึงหมายถึงช่วงที่ดวงอาทิตย์เข้าสู่ราศีเมษ

“พฤษภาคม” มีรากมาจากคำว่า พฤษภ ซึ่งหมายถึงวัวหรือโคตัวผู้ อันเป็นสัญลักษณ์ของราศีพฤษภ รวมกับคำว่าอาคม จนกลายเป็นพฤษภาคม ชื่อที่เราคุ้นเคย

“มิถุนายน” มาจากคำว่า มิถุน หรือเมถุน ซึ่งหมายถึงคนคู่และเป็นสัญลักษณ์ของราศีเมถุน เมื่อนำมารวมกับคำว่าอายนจึงเกิดเป็นชื่อมิถุนายน สื่อถึงการเข้าสู่ราศีแห่งคนคู่

เดือนกลางปีอย่าง “กรกฎาคม” มาจากคำว่า กรกฎ ซึ่งเป็นภาษาสันสกฤตหมายถึงปู และเป็นสัญลักษณ์ของราศีกรกฎ รวมกับคำว่าอาคม จึงมีความหมายว่า การมาถึงของราศีกรกฎ ชื่อนี้อ่านอย่างถูกต้องว่า “กะ-รัก-กะ-ดา-คม” แม้ในภาษาพูดหลายคนจะนิยมออกเสียงให้สั้นลงก็ตาม

“สิงหาคม” มาจากคำว่า สิงห์ ซึ่งหมายถึงราชสีห์หรือสิงโต สัญลักษณ์ของราศีสิงห์ รวมกับอาคม จึงหมายถึงการมาถึงของราศีสิงห์ ชื่อที่ถูกต้องจึงเกิดจาก “สิงห์” กับ “อาคม” ไม่ใช่คำว่า “สิงห์” รวมกับ “คน” อย่างที่บางครั้งมีการอธิบายคลาดเคลื่อนกัน

“กันยายน” มีรากมาจากคำว่า กันย์ ซึ่งหมายถึงหญิงสาวและเป็นสัญลักษณ์ของราศีกันย์ รวมกับอายน จนเกิดเป็นชื่อกันยายน เดือนที่มี 30 วัน

“ตุลาคม” มาจากคำว่า ตุล หรือ ตุลย์ ซึ่งหมายถึงคันชั่งหรือตาชั่ง อันเป็นสัญลักษณ์ของราศีตุลย์ เมื่อรวมกับอาคมจึงหมายถึงการมาถึงของราศีตุลย์

“พฤศจิกายน” เป็นชื่อที่หลายคนรู้สึกว่าออกเสียงยาวที่สุดชื่อหนึ่ง คำนี้มาจากคำว่า พฤศจิก หรือพิจิก ซึ่งหมายถึงแมงป่อง สัญลักษณ์ของราศีพิจิก รวมกับอายน จึงหมายถึงช่วงแห่งการเข้าสู่ราศีพิจิก

เดือนสุดท้ายของปีคือ “ธันวาคม” มาจากคำว่า ธนู ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของราศีธนู รวมกับคำว่าอาคม สื่อถึงการมาถึงของราศีธนู ภาพแทนของราศีนี้มักเป็นนักธนูหรือสิ่งมีชีวิตครึ่งคนครึ่งม้ากำลังถือคันธนู

เมื่อพิจารณาชื่อเดือนทั้งหมด เราจะเห็นว่าคำเหล่านี้ไม่ได้ถูกเลือกขึ้นมาอย่างไร้หลักเกณฑ์ แต่ผ่านการออกแบบทางภาษาอย่างละเอียด ทั้งการยึดโยงกับจักรราศี การใช้รากศัพท์ภาษาสันสกฤต และการกำหนดคำลงท้ายให้ช่วยจำจำนวนวัน

เคล็ดลับง่าย ๆ ที่คนไทยจำนวนมากใช้กันมาจนถึงปัจจุบันก็คือ หากชื่อเดือนลงท้ายด้วย “คม” เดือนนั้นจะมี 31 วัน ได้แก่ มกราคม มีนาคม พฤษภาคม กรกฎาคม สิงหาคม ตุลาคม และธันวาคม ส่วนเดือนที่ลงท้ายด้วย “ยน” จะมี 30 วัน ได้แก่ เมษายน มิถุนายน กันยายน และพฤศจิกายน ขณะที่กุมภาพันธ์ยืนอยู่เพียงเดือนเดียวด้วยจำนวน 28 หรือ 29 วัน

ชื่อเดือนทั้ง 12 จึงเปรียบเสมือนสะพานที่เชื่อมอดีตเข้ากับปัจจุบัน ทุกชื่อสะท้อนทั้งความรู้ทางดาราศาสตร์ ความเชื่อทางโหราศาสตร์ รากศัพท์จากภาษาโบราณ และพระปรีชาสามารถในการนำแนวคิดจากต่างวัฒนธรรมมาปรับให้เข้ากับภาษาไทยอย่างงดงาม

ครั้งต่อไปที่เราเปิดปฏิทินและมองเห็นชื่อเดือนต่าง ๆ คำเหล่านั้นจึงไม่ได้เป็นเพียงเครื่องหมายบอกช่วงเวลาเท่านั้น แต่ยังเป็นร่องรอยทางประวัติศาสตร์ที่ถูกซ่อนเอาไว้อย่างแนบเนียน และเดินทางเคียงข้างชีวิตของคนไทยมานานกว่าหนึ่งศตวรรษแล้ว

เนื้อหาโดย: dukedick
ตรวจหวย ตรวจล็อตเตอรี่
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
dukedick's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 98 ครั้ง
เขียนโดย dukedick
สวัสดีครับ ผมเป็นนักเขียนที่ชอบงานเขียนทางด้านเกร็ดความรู้ต่างๆ ไม่วาจะเป็นเกี่ยวกับสัตว์โลกน่ารัก หรือ เกร็ดความรู้ และเรื่องราวที่น่าสนใจต่างๆ
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
มีเงินเท่าไรถึงเรียกเจ้าสัวเด็กเทคนิคเรียนสายไหนมากที่สุด เปิดข้อมูลอาชีวะ สายช่างที่มีผู้เรียนมากอันดับ 1อำเภอล่าสุดของประเทศไทย ที่ถูกแยกออกมาเพื่อตั้งเป็นจังหวัดใหม่10 โรงเรียนชั้นนำในไทยที่มีจุดเด่นต่างกัน เปิดมุมมองก่อนเลือกโรงเรียนให้เหมาะกับเด็กพบหลุมศพชายอายุ 5,000 ปีในโปแลนด์ พร้อม “สร้อยคอฟัน 42 ซี่” และกะโหลกปริศนาอำเภอที่ขอแยกตัวเป็นจังหวัด อำเภอล่าสุดของประเทศไทย108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียงรู้หรือไม่? ปลาในประเทศไทยบางชนิดไม่ได้จับหรือซื้อขายกันได้อย่างที่คิด 🐟เลขเด็ด "ปฏิทินท้าวเวสสุวรรณโณ" งวด 1 ต.ค. 69 รวมเลขเด่น 2 ตัว 3 ตัวเลขเด็ด "ปฏิทินคำชะโนด" งวดวันที่ 1 ตุลาคม 2569 สายพญานาค อย่าพลาด!!10 อาชีพบ้านๆ ยุค 90 ที่หายไปจากชีวิตประจำวันผลสลากกินแบ่งรัฐบาล 16 กันยายน 2569 รางวัลที่ 1 คือ 730640 เช็กผลครบทุกประเภท
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
มหาวิทยาลัยไทยที่ติดอันดับโลก อันดับ 1 ของไทยอยู่ที่เท่าไร?พบหลุมศพชายอายุ 5,000 ปีในโปแลนด์ พร้อม “สร้อยคอฟัน 42 ซี่” และกะโหลกปริศนารีวิวหนังดัง SHANG-CHI LEGEND OF THE TEN RINGS
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
8 แบรนด์หมากฝรั่งยุค 80-90 ที่เด็กยุคนั้นต้องเคยเคี้ยว! กลิ่นและรสที่หายไปจากร้านโชห่วย6 ยี่ห้อซอสมะเขือเทศในตำนาน ที่ปิดกิจการไปแล้ว! จากขวดบนโต๊ะอาหาร สู่ชื่อที่หายจากตลาด6 ยี่ห้อปิ่นโตสแตนเลสลายโบราณ ที่นักสะสมตามหา! จากของใช้ในครัว สู่ของแต่งบ้านราคาสูงน้ำตาลเกี่ยวข้องกับอาการไฮเปอร์ของเด็กจริงหรือไม่
ตั้งกระทู้ใหม่