หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เปิดที่มาชื่อ 12 เดือนในปฏิทินไทย จากจักรราศีโบราณสู่คำเรียกที่เราใช้ทุกวัน

เขียนโดย dukedick

🇹🇭 เปิดที่มาชื่อ 12 เดือนในปฏิทินไทย จากจักรราศีโบราณสู่คำเรียกที่เราใช้ทุกวัน
🗓️

ทุกครั้งที่เราเขียนวันที่ลงบนเอกสาร เปิดดูปฏิทิน หรือนัดหมายใครสักคนด้วยคำว่า “มกราคม” “เมษายน” หรือ “ธันวาคม” เราอาจรู้สึกว่าชื่อเหล่านี้เป็นเพียงคำธรรมดาที่คุ้นเคยมาตั้งแต่เด็ก แต่แท้จริงแล้วชื่อเดือนทั้ง 12 ของไทยซ่อนเรื่องราวเกี่ยวกับดวงดาว ภาษาโบราณ และการปรับประเทศเข้าสู่ระบบสากลเอาไว้อย่างน่าสนใจ

ในอดีต คนไทยไม่ได้เรียกเดือนด้วยชื่อแบบที่เราใช้กันในปัจจุบัน แต่ใช้ระบบปฏิทินจันทรคติและเรียงเดือนด้วยคำว่า เดือนอ้าย เดือนยี่ เดือนสาม ต่อเนื่องไปจนถึงเดือนสิบสอง การนับเวลาเช่นนี้อาศัยการเปลี่ยนแปลงของดวงจันทร์เป็นหลัก จึงเหมาะกับวิถีชีวิตและประเพณีในสังคมไทยสมัยก่อน

ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ประเทศสยามเริ่มปรับระบบราชการ การติดต่อระหว่างประเทศ และการนับวันเวลาให้สอดคล้องกับนานาอารยประเทศ จึงมีการนำระบบปฏิทินสุริยคติ ซึ่งอาศัยการโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์มาใช้

ผู้มีบทบาทสำคัญในการจัดทำปฏิทินและคิดชื่อเดือนภาษาไทยขึ้นใหม่คือ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ พระองค์ทรงนำชื่อของจักรราศีทั้ง 12 ตามคติทางโหราศาสตร์อินเดียมาประกอบกับคำภาษาสันสกฤต จนเกิดเป็นชื่อเดือนที่มีความไพเราะ มีความหมาย และช่วยบอกจำนวนวันของแต่ละเดือนได้ในเวลาเดียวกัน ปฏิทินดังกล่าวได้รับการเรียกว่า “เทวะประติทิน” และเริ่มใช้เป็นแบบแผนของบ้านเมืองใน พ.ศ. 2432

หลักการตั้งชื่อเดือนของไทยมีความชาญฉลาดอย่างยิ่ง เพราะสามารถสังเกตจำนวนวันในเดือนได้จากคำลงท้าย เดือนที่ลงท้ายด้วย “คม” มี 31 วัน ส่วนเดือนที่ลงท้ายด้วย “ยน” มี 30 วัน ยกเว้นกุมภาพันธ์ซึ่งมี 28 วัน และเพิ่มเป็น 29 วันในปีอธิกสุรทิน

อย่างไรก็ตาม คำว่า “คม” และ “ยน” ไม่ได้มีความหมายว่า 31 วันหรือ 30 วันโดยตรง แต่เป็นส่วนหนึ่งของคำภาษาสันสกฤตที่เกี่ยวข้องกับการมา การไป และการเคลื่อนเข้าสู่ราศี ส่วนการเลือกคำลงท้ายให้ต่างกันนั้นช่วยทำให้ผู้ใช้ปฏิทินจดจำจำนวนวันของเดือนได้ง่ายขึ้น

เดือนแรกของปีคือ “มกราคม” เกิดจากคำว่า “มกร” รวมกับ “อาคม” คำว่า มกร หมายถึงสัตว์ในตำนานที่มักอธิบายว่ามีลักษณะคล้ายจระเข้หรือมังกรทะเล และเป็นสัญลักษณ์ของราศีมกร ส่วนคำว่า อาคม หมายถึงการมาถึง เมื่อนำมารวมกันจึงมีความหมายในทำนองว่า การมาถึงของราศีมกร

ถัดมาคือ “กุมภาพันธ์” ซึ่งเป็นเดือนที่มีชื่อแตกต่างจากเดือนอื่น คำว่า กุมภ์ หมายถึงหม้อหรือคนถือหม้อน้ำ อันเป็นสัญลักษณ์ของราศีกุมภ์ ส่วนคำที่นำมาประกอบมีรากจากภาษาสันสกฤตว่า “อาพันธ์” ซึ่งมีความหมายเกี่ยวกับการผูกหรือการเชื่อมโยง จึงเกิดเป็นชื่อกุมภาพันธ์ เดือนที่มีจำนวนวันน้อยที่สุดในรอบปี

“มีนาคม” มาจากคำว่า มีน ซึ่งหมายถึงปลาและเป็นสัญลักษณ์ของราศีมีน รวมกับคำว่าอาคม จึงสื่อถึงการมาถึงของราศีมีน ภาพแทนของราศีนี้มักเป็นปลาสองตัวว่ายสวนทางกัน

เมื่อเข้าสู่เดือนที่อากาศร้อนจัดของประเทศไทย เราจะพบกับชื่อ “เมษายน” ซึ่งมาจากราศีเมษ สัญลักษณ์เป็นแกะตัวผู้ รวมกับคำว่าอายนหรืออายนะที่หมายถึงการมาถึงหรือการเคลื่อนไป ชื่อนี้จึงหมายถึงช่วงที่ดวงอาทิตย์เข้าสู่ราศีเมษ

“พฤษภาคม” มีรากมาจากคำว่า พฤษภ ซึ่งหมายถึงวัวหรือโคตัวผู้ อันเป็นสัญลักษณ์ของราศีพฤษภ รวมกับคำว่าอาคม จนกลายเป็นพฤษภาคม ชื่อที่เราคุ้นเคย

“มิถุนายน” มาจากคำว่า มิถุน หรือเมถุน ซึ่งหมายถึงคนคู่และเป็นสัญลักษณ์ของราศีเมถุน เมื่อนำมารวมกับคำว่าอายนจึงเกิดเป็นชื่อมิถุนายน สื่อถึงการเข้าสู่ราศีแห่งคนคู่

เดือนกลางปีอย่าง “กรกฎาคม” มาจากคำว่า กรกฎ ซึ่งเป็นภาษาสันสกฤตหมายถึงปู และเป็นสัญลักษณ์ของราศีกรกฎ รวมกับคำว่าอาคม จึงมีความหมายว่า การมาถึงของราศีกรกฎ ชื่อนี้อ่านอย่างถูกต้องว่า “กะ-รัก-กะ-ดา-คม” แม้ในภาษาพูดหลายคนจะนิยมออกเสียงให้สั้นลงก็ตาม

“สิงหาคม” มาจากคำว่า สิงห์ ซึ่งหมายถึงราชสีห์หรือสิงโต สัญลักษณ์ของราศีสิงห์ รวมกับอาคม จึงหมายถึงการมาถึงของราศีสิงห์ ชื่อที่ถูกต้องจึงเกิดจาก “สิงห์” กับ “อาคม” ไม่ใช่คำว่า “สิงห์” รวมกับ “คน” อย่างที่บางครั้งมีการอธิบายคลาดเคลื่อนกัน

“กันยายน” มีรากมาจากคำว่า กันย์ ซึ่งหมายถึงหญิงสาวและเป็นสัญลักษณ์ของราศีกันย์ รวมกับอายน จนเกิดเป็นชื่อกันยายน เดือนที่มี 30 วัน

“ตุลาคม” มาจากคำว่า ตุล หรือ ตุลย์ ซึ่งหมายถึงคันชั่งหรือตาชั่ง อันเป็นสัญลักษณ์ของราศีตุลย์ เมื่อรวมกับอาคมจึงหมายถึงการมาถึงของราศีตุลย์

“พฤศจิกายน” เป็นชื่อที่หลายคนรู้สึกว่าออกเสียงยาวที่สุดชื่อหนึ่ง คำนี้มาจากคำว่า พฤศจิก หรือพิจิก ซึ่งหมายถึงแมงป่อง สัญลักษณ์ของราศีพิจิก รวมกับอายน จึงหมายถึงช่วงแห่งการเข้าสู่ราศีพิจิก

เดือนสุดท้ายของปีคือ “ธันวาคม” มาจากคำว่า ธนู ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของราศีธนู รวมกับคำว่าอาคม สื่อถึงการมาถึงของราศีธนู ภาพแทนของราศีนี้มักเป็นนักธนูหรือสิ่งมีชีวิตครึ่งคนครึ่งม้ากำลังถือคันธนู

เมื่อพิจารณาชื่อเดือนทั้งหมด เราจะเห็นว่าคำเหล่านี้ไม่ได้ถูกเลือกขึ้นมาอย่างไร้หลักเกณฑ์ แต่ผ่านการออกแบบทางภาษาอย่างละเอียด ทั้งการยึดโยงกับจักรราศี การใช้รากศัพท์ภาษาสันสกฤต และการกำหนดคำลงท้ายให้ช่วยจำจำนวนวัน

เคล็ดลับง่าย ๆ ที่คนไทยจำนวนมากใช้กันมาจนถึงปัจจุบันก็คือ หากชื่อเดือนลงท้ายด้วย “คม” เดือนนั้นจะมี 31 วัน ได้แก่ มกราคม มีนาคม พฤษภาคม กรกฎาคม สิงหาคม ตุลาคม และธันวาคม ส่วนเดือนที่ลงท้ายด้วย “ยน” จะมี 30 วัน ได้แก่ เมษายน มิถุนายน กันยายน และพฤศจิกายน ขณะที่กุมภาพันธ์ยืนอยู่เพียงเดือนเดียวด้วยจำนวน 28 หรือ 29 วัน

ชื่อเดือนทั้ง 12 จึงเปรียบเสมือนสะพานที่เชื่อมอดีตเข้ากับปัจจุบัน ทุกชื่อสะท้อนทั้งความรู้ทางดาราศาสตร์ ความเชื่อทางโหราศาสตร์ รากศัพท์จากภาษาโบราณ และพระปรีชาสามารถในการนำแนวคิดจากต่างวัฒนธรรมมาปรับให้เข้ากับภาษาไทยอย่างงดงาม

ครั้งต่อไปที่เราเปิดปฏิทินและมองเห็นชื่อเดือนต่าง ๆ คำเหล่านั้นจึงไม่ได้เป็นเพียงเครื่องหมายบอกช่วงเวลาเท่านั้น แต่ยังเป็นร่องรอยทางประวัติศาสตร์ที่ถูกซ่อนเอาไว้อย่างแนบเนียน และเดินทางเคียงข้างชีวิตของคนไทยมานานกว่าหนึ่งศตวรรษแล้ว

เนื้อหาโดย: dukedick
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
dukedick's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 6 ครั้ง
เขียนโดย dukedick
สวัสดีครับ ผมเป็นนักเขียนที่ชอบงานเขียนทางด้านเกร็ดความรู้ต่างๆ ไม่วาจะเป็นเกี่ยวกับสัตว์โลกน่ารัก หรือ เกร็ดความรู้ และเรื่องราวที่น่าสนใจต่างๆ
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
บรรยากาศหน้าบ้าน เตรียมจัดงานศพ “ฮลุน โซโล่” อ.สมเด็จจ่าย 4 แสนถึงได้ใช้นามสกุลไหทองคำ! นายห้างประจักษ์ชัย เปิดกฎรับคนใหม่ ค่ายไหทองคำเจาะลึกความเชื่อเรื่องเครื่องรางของขวัญ ห้ามให้อะไรกันถ้าไม่อยากซวย4 คณะหมอลำระดับแนวหน้าของเมืองไทยที่มี ค่าจ้างแพงที่สุดล็อตเตอรี่ 1 ใบ สามารถถูกได้สูงสุดถึง 3 รางวัลพร้อมกัน ในงวดเดียวกันเลขผลรวมเลขท้าย 3 งวดล่าสุด ก่อน 1 ส.ค. 69 — หาค่ากลางผสมเสียงนกและการคำนวณ"หมัดซ้ายที่ทำให้คนทั้งประเทศหยุดหายใจ" : เรื่องราวของ เขาทราย กาแลกซี่ เด็กบ้านนอกผู้ใช้กำปั้นเขียนชื่อประเทศไทยไว้บนเวทีโลกประเทศที่กู้เงินจากไทยมากที่สุด 5 อันดับแรกของโลก"ลอตโต้วีซ่า" โครงการที่คนทั่วโลกแห่สมัครนับสิบล้านคนทุกปีเซฟไว้เลย! สรุปปฏิทิน “ทุเรียนไทย” ออกเดือนไหน ภาคไหนพีคสุด?การเปิดแฟรนไชส์เซเว่นรายได้แดนเซอร์หมอลำซิ่ง
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
รวม 10 เมนูอร่อยจากปลาหมอคางดำเปลี่ยนปลาต่างถิ่นให้เป็นอาหารจานเด็ด"ม้าสีหมอก" 16 สิงหาคม 2569แชมพูขจัดรังแคทำงานยังไง ทำไมบางคนใช้แล้วเห็นผล แต่บางคนยังมีรังแคเหมือนเดิมจ่าย 4 แสนถึงได้ใช้นามสกุลไหทองคำ! นายห้างประจักษ์ชัย เปิดกฎรับคนใหม่ ค่ายไหทองคำหอยเชอรี่ จากศัตรูในนาข้าวสู่สัตว์ที่หลายคนเริ่มมองต่างออกไปพิมเสนช่วยบรรเทาอาการเวียนหัวได้ยังไง ทำไมแค่ได้กลิ่นก็รู้สึกโล่งขึ้น
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ทำไมฮาวายถึงเป็นเกาะที่ประหลาดที่สุดในโลก?หอยเชอรี่ จากศัตรูในนาข้าวสู่สัตว์ที่หลายคนเริ่มมองต่างออกไปยากันยุงแบบไหนเหมาะกับคุณ? เลือกให้ถูก ใช้ให้เป็น ป้องกันยุงได้โดยไม่ต้องพึ่งดวงยาหม่องไม่ได้มีไว้แค่ทาแก้ปวด หลายคนใช้ผิดวิธีโดยไม่รู้ตัว
ตั้งกระทู้ใหม่