เจาะลึก Influencerหารายได้มาจากไหน
อินฟลูเอนเซอร์คือใคร?
อินฟลูเอนเซอร์ (Influencer) คือบุคคลที่มีอิทธิพลต่อความคิด ความสนใจ หรือการตัดสินใจของผู้ติดตามบนโซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะเป็นการเลือกซื้อสินค้า ใช้บริการ ติดตามแบรนด์ หรือเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ
ด้วยความสามารถในการสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายโดยตรง อินฟลูเอนเซอร์จึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของการตลาดดิจิทัลที่หลายแบรนด์เลือกใช้ แต่รายได้ของอินฟลูเอนเซอร์ไม่ได้มาจากยอดผู้ติดตามเพียงอย่างเดียว และไม่ได้จำกัดอยู่แค่การรับจ้างรีวิวสินค้า
ต่อไปนี้คือช่องทางสร้างรายได้หลักที่พบได้บ่อยในอาชีพอินฟลูเอนเซอร์
1. ค่าจ้างรีวิวและสปอนเซอร์
ช่องทางที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคยที่สุดคือการที่แบรนด์จ้างให้อินฟลูเอนเซอร์สร้างคอนเทนต์ เช่น โพสต์ภาพ คลิปสั้น รีวิวสินค้า ไลฟ์สด หรือแนะนำบริการผ่านช่องทางของตัวเอง
ค่าจ้างมักพิจารณาจากหลายปัจจัย ทั้งจำนวนผู้ติดตาม อัตราการมีส่วนร่วมของผู้ชม กลุ่มเป้าหมาย ประเภทสินค้า รูปแบบคอนเทนต์ และต้นทุนการผลิต
เรตราคาในไทยไม่มีมาตรฐานตายตัว แต่ข้อมูลอ้างอิงตลาดปี 2026 ประเมินไว้คร่าว ๆ ดังนี้
-
Nano Influencer ผู้ติดตาม 1,000–10,000 คน ประมาณ 1,000–5,000 บาทต่อโพสต์
-
Micro Influencer ผู้ติดตาม 10,000–100,000 คน ประมาณ 5,000–30,000 บาทต่อโพสต์
-
Macro Influencer ผู้ติดตาม 100,000–1 ล้านคน ประมาณ 30,000–150,000 บาทต่อโพสต์
-
Mega Influencer หรือบุคคลมีชื่อเสียง ผู้ติดตามมากกว่า 1 ล้านคน อาจเริ่มตั้งแต่ 150,000 บาทไปจนถึงหลักล้านบาท
ตัวเลขเหล่านี้เป็นเพียงราคาอ้างอิง ไม่ใช่ราคากลาง เพราะงานวิดีโอเต็มรูปแบบมักมีต้นทุนสูงกว่าโพสต์ภาพ ขณะที่สิทธิ์นำคลิปไปใช้ทำโฆษณา การห้ามรับงานคู่แข่ง หรือการขอแก้ไขหลายครั้ง อาจทำให้ค่าจ้างเพิ่มขึ้นอีก
2. ค่าคอมมิชชันจากการแปะลิงก์
Affiliate Marketing คือการนำลิงก์สินค้า โค้ดส่วนลด หรือผลิตภัณฑ์ในหน้าร้านของครีเอเตอร์ไปแนะนำในโพสต์ คลิป หรือไลฟ์สด
เมื่อผู้ติดตามสั่งซื้อสินค้าผ่านลิงก์หรือหน้าร้านนั้น อินฟลูเอนเซอร์จะได้รับค่าคอมมิชชันตามอัตราที่ผู้ขายหรือแพลตฟอร์มกำหนด ช่องทางนี้จึงต่างจากงานสปอนเซอร์ตรงที่รายได้ขึ้นอยู่กับยอดขายหรือผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง
TikTok Shop ประเทศไทยรองรับการสร้างรายได้ของครีเอเตอร์ผ่านลิงก์สินค้า วิดีโอสั้น หน้ารวมสินค้า และการไลฟ์สด แต่ผู้สมัครต้องผ่านเงื่อนไขและการยืนยันตัวตนของแพลตฟอร์มก่อน
3. ส่วนแบ่งรายได้จากแพลตฟอร์ม
บางแพลตฟอร์มจ่ายเงินให้ครีเอเตอร์โดยตรงผ่านระบบแบ่งรายได้ โฆษณา การสมัครสมาชิก ของขวัญจากผู้ชม หรือฟีเจอร์สนับสนุนครีเอเตอร์
ตัวอย่างเช่น ผู้สร้างช่องที่ผ่านเกณฑ์ YouTube Partner Program สามารถเปิดใช้ช่องทางรายได้จากโฆษณาบนวิดีโอ โฆษณาใน Shorts การสมัครสมาชิกช่อง Super Chat และฟีเจอร์ Shopping ได้ตามคุณสมบัติของบัญชี
อย่างไรก็ตาม รายได้ไม่ได้คำนวณจากยอดวิวทุกครั้งในอัตราเดียวกัน เพราะยังขึ้นอยู่กับประเภทผู้ชม ประเทศที่รับชม เนื้อหาของช่อง รูปแบบโฆษณา และข้อกำหนดของแต่ละแพลตฟอร์ม
4. การขายสินค้าหรือบริการของตัวเอง
อินฟลูเอนเซอร์ที่มีฐานผู้ติดตามแข็งแรงอาจต่อยอดไปสู่การสร้างแบรนด์ของตัวเอง เช่น เสื้อผ้า เครื่องสำอาง อาหาร เครื่องประดับ หรือสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาของช่อง
บางคนไม่ได้ขายสินค้า แต่สร้างรายได้จากบริการ เช่น เปิดคอร์สออนไลน์ รับให้คำปรึกษา จัดเวิร์กช็อป หรือทำคอนเทนต์พิเศษสำหรับสมาชิกที่จ่ายค่าบริการรายเดือน
ช่องทางนี้อาจสร้างรายได้สูงกว่างานรีวิว แต่ก็ต้องรับผิดชอบเรื่องต้นทุนสินค้า การบริการลูกค้า การจัดส่ง และความน่าเชื่อถือของแบรนด์ด้วยตัวเอง
5. ค่าตัวจากการออกงานอีเวนต์
อินฟลูเอนเซอร์อาจได้รับเชิญให้ไปร่วมงานเปิดตัวสินค้า งานพบปะแฟนคลับ งานสัมมนา หรือกิจกรรมส่งเสริมการขาย เพื่อช่วยดึงดูดผู้เข้าร่วมและสร้างการพูดถึงบนโลกออนไลน์
ค่าตัวจะขึ้นอยู่กับชื่อเสียง รูปแบบงาน ระยะเวลาเดินทาง หน้าที่ภายในงาน และเงื่อนไขว่าต้องโพสต์ประชาสัมพันธ์ก่อนหรือหลังงานด้วยหรือไม่
ทำไมผู้ติดตามเท่ากัน แต่รายได้ไม่เท่ากัน?
จำนวนผู้ติดตามเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการตั้งราคา อินฟลูเอนเซอร์ที่มีผู้ติดตามไม่มาก แต่อยู่ในกลุ่มเฉพาะทางและมีผู้ชมเชื่อถือสูง อาจสร้างยอดขายให้แบรนด์ได้มากกว่าบัญชีที่มีผู้ติดตามหลักแสนแต่มีปฏิสัมพันธ์น้อย
แบรนด์จึงมักพิจารณาคุณภาพของผู้ติดตาม อัตราการมีส่วนร่วม ความเหมาะสมกับสินค้า ผลงานที่ผ่านมา และความสามารถในการเปลี่ยนผู้ชมให้กลายเป็นลูกค้าควบคู่กันไป
รายได้ของอินฟลูเอนเซอร์จึงมักเกิดจากหลายช่องทางรวมกัน ทั้งงานสปอนเซอร์ ค่าคอมมิชชัน รายได้จากแพลตฟอร์ม สินค้าของตัวเอง และค่าตัวจากการออกงาน ยิ่งสามารถกระจายช่องทางรายได้ได้มากเท่าไร ก็ยิ่งลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาแบรนด์หรือแพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่งมากเกินไป
REFERENCES:
SOURCES:
ต้นฉบับบทความ “เจาะลึก Influencer หารายได้มาจากไหน” โดย ladda
Sphere Agency — Influencer Marketing Pricing Thailand 2026
YouTube Help — YouTube Partner Program Overview and Eligibility
TikTok Shop Academy Thailand — How to Apply as an Affiliate Creator
https://seller-th.tiktok.com/university/essay?knowledge_id=6837882170361601
https://sphereagency.com/articles/influencer-marketing-pricing-thailand
https://support.google.com/youtube/answer/72851
อำเภอเดียวพื้นที่ใหญ่กว่ากรุงเทพฯ เกือบ 3 เท่า แต่ทำไมคนกลับไม่ค่อยรู้จัก
เลข 6 ถูกย้ำถึง 5 จุด! แกะใบ “นกตาทิพย์” 16 ต.ค. 69 จาก 61-64-67-69 มีจุดไหนต้องจับตา
เลขรอบนี้มีอะไรซ่อนอยู่ “มหาอินทรีแดง” เปิดโพยงวด 16 ต.ค. 69 เลข 6 โผล่ทั้งเหนือและใต้ ชวนส่องก่อนวันจริง!
รู้จัก อำเภอที่เล็กที่สุดในประเทศไทย ดังมาก นักท่องเที่ยวเพียบ
โรงแรมขนาดยักษ์ที่ใหญ่ที่สุด มีห้องพักมากสุดอันดับ 1 ในไทย
จังหวัดที่มีถึง 15 อำเภอ แต่เฉลี่ยแล้วอำเภอละไม่ถึง 32,000 คน
ห่วงผ้าเล็ก ๆ ด้านหลังเสื้อเชิ้ตมีไว้ทำไม? จากของใช้ในล็อกเกอร์ กลายเป็นรายละเอียดแฟชั่นที่ยังอยู่ถึงวันนี้
ส่องสถิติเลขท้าย 2 ตัว ย้อนหลัง 10 ปี งวด 16 ต.ค. เด่นตัวไหนสุด?
ทำไมซื้อสูทใหม่แล้ว “กระเป๋าถูกเย็บปิด” ทั้งที่ข้างในมีช่องกระเป๋าจริง?
ตลาดน้ำอันดับ 1 ของไทย ที่มีขนาดใหญ่และมีชื่อเสียงมากที่สุด
ทำไมอาหารไทยถึงครองใจนักท่องเที่ยวตลอดกาล?
“ใบสีชมพู ศิษย์หลวงพ่อเนื่อง” งวด 16 ตุลาคม 2569 เปิดเลขเด่น 2-8-9 ให้ส่องกันชัด ๆ
เลขรอบนี้มีอะไรซ่อนอยู่ “มหาอินทรีแดง” เปิดโพยงวด 16 ต.ค. 69 เลข 6 โผล่ทั้งเหนือและใต้ ชวนส่องก่อนวันจริง!
จังหวัดที่มีถึง 15 อำเภอ แต่เฉลี่ยแล้วอำเภอละไม่ถึง 32,000 คน
ห่วงผ้าเล็ก ๆ ด้านหลังเสื้อเชิ้ตมีไว้ทำไม? จากของใช้ในล็อกเกอร์ กลายเป็นรายละเอียดแฟชั่นที่ยังอยู่ถึงวันนี้
จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ไม่มีอำเภอเมืองเหมือนจังหวัดอื่นๆ
ทำไมอาหารไทยถึงครองใจนักท่องเที่ยวตลอดกาล?
ข้อเท็จจริงน่าทึ่ง! เมื่อ “โกโก้” เคยมีค่าจนใช้แทนเงินตราในโลกโบราณ
รู้หรือไม่? กำยานที่เราได้ยินในพิธีกรรม แท้จริงแล้วคือยางไม้
นครราชสีมา 3,753 หมู่บ้าน แต่ทำไมคนต่อหมู่บ้านกลับไม่เยอะที่สุด
🥤 ทำไมปากแก้วกระดาษต้อง “ม้วนเป็นวง” แทนที่จะตัดตรง ๆ? ขอบเล็ก ๆ นี้ช่วยทั้งเรื่องความแข็งแรง การดื่ม และฝาปิด