เก๋าสุดในอีสาน-10โรงเรียนประจำจังหวัดเก่าแก่ในภาคอีสาน
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือภาคอีสานของประเทศไทยมีประวัติศาสตร์การจัดการศึกษาอย่างเป็นทางการที่ยาวนานหลายร้อยปี โดยจุดเริ่มต้นของการศึกษาแบบสมัยใหม่กำเนิดขึ้นในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ซึ่งทรงมีพระบรมราโชบายขยายการศึกษาออกสู่หัวเมืองต่าง ๆ เพื่อสร้างความรู้ความสามารถให้แก่ราษฎรทั่วประเทศ โรงเรียนรัฐบาลในภาคอีสานจึงได้ทยอยจัดตั้งขึ้น โดยมี 10 สถาบันการศึกษาที่มีประวัติความเป็นมาเก่าแก่ที่สุดและเปิดทำการเรียนการสอนต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ดังนี้
- โรงเรียนขอนแก่นวิทยายน จังหวัดขอนแก่น
ถือกำเนิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2440 (ค.ศ. 1897) นับเป็นสถาบันการศึกษาของรัฐที่เก่าแก่ที่สุดในจังหวัดขอนแก่นและเก่าแก่ที่สุดในภาคอีสาน การจัดตั้งเริ่มต้นจากนายกิจจการี (จีน ปิยรัตน์) ข้าหลวงกำกับราชการเมืองขอนแก่น ร่วมมือกับพระนครศรีบริรักษ์ เจ้าเมืองขอนแก่น และท้าวหนูหล้า สุนทรพิทักษ์ โดยเปิดสอนชั้นมูลศึกษาขึ้นตามแนวนโยบายของกรมธรรมการ ในระยะแรกใช้ชื่อว่าโรงเรียนขอนแก่น (ชาย) ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็นโรงเรียนวัดธาตุวิทยาคาร และต่อมาได้รับพระราชทานนามว่า ขอนแก่นวิทยายน จากพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 เมื่อปี พ.ศ. 2470 (ค.ศ. 1927) ปัจจุบันเป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษ ผลงานเด่นคือความเป็นเลิศทางวิชาการระดับแนวหน้าของประเทศ มีนักเรียนสอบเข้าคณะแพทยศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ และสาขาวิชาสำคัญของมหาวิทยาลัยชั้นนำได้จำนวนมากทุกปี รวมถึงการคว้ารางวัลจากการแข่งขันโอลิมปิกวิชาการและการประกวดกิจกรรมระดับชาติ และยังสร้างศิษย์เก่าที่ออกไปทำประโยชน์ให้แก่สังคมในหลากหลายอาชีพ
- โรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช จังหวัดอุบลราชธานี
ก่อตั้งขึ้นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2440 (ค.ศ. 1897) โดยจุดเริ่มต้นมาจากโรงเรียนอุบลวิทยาคม ณ วัดศรีทอง (ปัจจุบันคือวัดศรีอุบลรัตนาราม) ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เพื่อกระจายโอกาสทางการศึกษามาสู่พื้นที่อีสานตอนล่าง ต่อมาได้รับการยกฐานะและได้รับพระราชทานนามว่า เบ็ญจะมะมหาราช เพื่อเป็นพระบรมราชานุสรณ์รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของรัชกาลที่ 5 ผลงานเด่นคือการเป็นศูนย์กลางทางการศึกษาที่เข้มข้นที่สุดแห่งหนึ่งในภาคอีสาน มีโครงการห้องเรียนพิเศษทั้งด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี ภาษาต่างประเทศ และโปรแกรมภาษาอังกฤษ นักเรียนมีความสามารถโดดเด่นจนได้รับรางวัลทางวิชาการทั้งในและต่างประเทศ อีกทั้งยังมีชื่อเสียงในด้านกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน การดนตรี และการกีฬาระดับประเทศ
- โรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย จังหวัดนครราชสีมา
สถาปนาขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2442 (ค.ศ. 1899) เริ่มต้นการเรียนการสอนบนโรงธรรมของวัดพระนารายณ์มหาราช (วัดกลาง) โดยมีฐานะเป็นโรงเรียนหลวงประจำมณฑลนครราชสีมาแห่งแรก ตามพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ก่อนจะขยับขยายย้ายสถานที่เรียนและพัฒนาต่อเนื่องจนมาตั้งอยู่ ณ ที่ตั้งปัจจุบัน ผลงานเด่นของโรงเรียนแห่งนี้คือการเป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาชายล้วนขนาดใหญ่พิเศษประจำจังหวัด และเป็นโรงเรียนในส่วนภูมิภาคแห่งแรกของประเทศไทยที่ได้รับอนุญาตให้เปิดสอนชั้นเตรียมอุดมศึกษาทั้งแผนกวิทยาศาสตร์และแผนกอักษรศาสตร์ นอกเหนือจากความแข็งแกร่งทางวิชาการแล้ว ยังมีชื่อเสียงโด่งดังในระดับโลกจากวงโยธวาทิตที่สามารถคว้าชัยชนะในการแข่งขันระดับสากลมาแล้วหลายครั้ง
- โรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล จังหวัดชัยภูมิ
เริ่มวางรากฐานการเรียนการสอนในฐานะโรงเรียนหลวงตั้งแต่ปี พ.ศ. 2442 (ค.ศ. 1899) และจัดตั้งเป็นโรงเรียนประจำเมืองชัยภูมิอย่างเป็นทางการเมื่อปี พ.ศ. 2445 (ค.ศ. 1902) โดยมีคณะสงฆ์และครูบุกเบิกร่วมกันพัฒนาการศึกษา ชื่อของโรงเรียนจัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติและรำลึกถึงพระยาภักดีชุมพล (แล) ผู้สร้างเมืองชัยภูมิ ผลงานเด่นคือการเป็นผู้บุกเบิกระบบการศึกษาสมัยใหม่ของจังหวัดชัยภูมิ เป็นสถาบันที่ริเริ่มจัดตั้งกองลูกเสือกองแรกของจังหวัด รวมถึงการสร้างทีมฟุตบอลนักเรียนและสนามฟุตบอลมาตรฐานแห่งแรกในพื้นที่ และผลิตนักเรียนที่มีความเชี่ยวชาญทั้งทางวิชาการและการบริหารเพื่อกลับมาพัฒนาท้องถิ่นและประเทศชาติ
- โรงเรียนอุดรพิทยานุกูล จังหวัดอุดรธานี
สถาปนาขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2445 (ค.ศ. 1902) โดยมหาอำมาตย์ตรี พระวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวัฒนา ข้าหลวงเทศาภิบาลมณฑลอุดร ซึ่งทรงจัดตั้งโรงเรียนแห่งนี้ขึ้นเพื่อให้การศึกษาแก่บุตรหลานประชาชนในเขตมณฑลอุดร ก่อนจะขยายตัวและย้ายมายังสถานที่ปัจจุบัน ผลงานเด่นของโรงเรียนอุดรพิทยานุกูลคือความเชี่ยวชาญทางด้านวิชาการที่ได้รับการยอมรับทั่วประเทศ มีอัตราส่วนของนักเรียนที่สามารถสอบเข้าศึกษาต่อในคณะแพทยศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ และสาขาวิชายอดนิยมของมหาวิทยาลัยชั้นนำสูงเป็นอันดับต้นๆ ของภาคอีสาน ตลอดจนคว้ารางวัลจากการแข่งขันโอลิมปิกวิชาการและทักษะวิชาการระดับชาติอย่างต่อเนื่อง
- โรงเรียนบุรีรัมย์พิทยาคม จังหวัดบุรีรัมย์
ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2447 (ค.ศ. 1904) เริ่มต้นในฐานะโรงเรียนประจำจังหวัดบุรีรัมย์ โดยใช้ชื่อว่า บุรีรัมย์วิทยาลัย ต่อมาในปี พ.ศ. 2515 (ค.ศ. 1972) ได้มีการรวมโรงเรียนสตรีประจำจังหวัด คือ โรงเรียนศรีบุรีรัมย์ เข้าด้วยกัน แล้วเปลี่ยนชื่อเป็น โรงเรียนบุรีรัมย์พิทยาคม เปิดทำการสอนแบบสหศึกษา ผลงานเด่นคือการเป็นศูนย์กลางทางการเรียนรู้ของจังหวัดบุรีรัมย์ ที่มีความโดดเด่นทั้งด้านวิชาการ การจัดการเรียนการสอนภาษาต่างประเทศหลากหลายภาษา เช่น ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ภาษาญี่ปุ่น และภาษาฝรั่งเศส รวมถึงการส่งเสริมกิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิต ศิลปวัฒนธรรม และกีฬาของเยาวชน
- โรงเรียนสารคามพิทยาคม จังหวัดมหาสารคาม
เริ่มก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2449 (ค.ศ. 1906) ในชื่อ โรงเรียนสารวิทยาวิบูลย์ โดยอาศัยศาลาการเปรียญของวัดโพธิ์ศรีธารามเป็นสถานที่เรียน ต่อมาเมื่อเมืองอุทัยสารคามได้รับการยกฐานะเป็นจังหวัดมหาสารคาม จึงได้ยกฐานะเป็นโรงเรียนประจำจังหวัดเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2456 (ค.ศ. 1913) และปรับเปลี่ยนชื่อเป็น สารคามพิทยาคม ผลงานเด่นคือการเป็นสถาบันการศึกษาหลักของจังหวัดมหาสารคาม ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเมืองตักศิลาแห่งภาคอีสาน โดดเด่นอย่างมากในเรื่องโครงการห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ การส่งเสริมอัจฉริยภาพของผู้เรียน และการสร้างศิษย์เก่าที่มีชื่อเสียงในวงการราชการ การเมือง และการศึกษา
- โรงเรียนร้อยเอ็ดวิทยาลัย จังหวัดร้อยเอ็ด
เริ่มวางรากฐานเมื่อปี พ.ศ. 2450 (ค.ศ. 1907) ณ วัดศรีมงคล (วัดสระทอง) โดยพระครูเอกุตรสตาธิคุณ ต่อมาในปี พ.ศ. 2453 (ค.ศ. 1910) กระทรวงธรรมการได้ส่งครูมาจัดตั้งเป็นโรงเรียนรัฐบาล และเมื่อร้อยเอ็ดได้รับการยกฐานะเป็นมณฑล จึงยกฐานะเป็นโรงเรียนประจำมณฑลร้อยเอ็ดในปี พ.ศ. 2456 (ค.ศ. 1913) และใช้ชื่อโรงเรียนร้อยเอ็ดวิทยาลัย เมื่อปี พ.ศ. 2457 (ค.ศ. 1914) ผลงานเด่นคือความเป็นเลิศทางวิชาการระดับมหาชน มีโครงการส่งเสริมนักเรียนความสามารถพิเศษทางวิชาการ (Gifted Program) ที่ผลิตนักเรียนผู้มีความรู้ความสามารถระดับสูง มีระเบียบวินัยงดงาม และมีสถิติการสอบเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาได้ในลำดับต้นๆ ของภูมิภาค
- โรงเรียนสุรวิทยาคาร จังหวัดสุรินทร์
ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2452 (ค.ศ. 1909) โดยในระยะแรกอาศัยศาลาโรงธรรมของวัดจุมพลสุธาวาส และย้ายไปวัดบูรพาราม ก่อนจะย้ายมายังสถานที่ปัจจุบันและเปลี่ยนชื่อเป็น โรงเรียนสุรวิทยาคาร เมื่อปี พ.ศ. 2494 (ค.ศ. 1951) ผลงานเด่นคือการเป็นสถานศึกษาขนาดใหญ่ประจำจังหวัดสุรินทร์ มีความโดดเด่นทางด้านวิชาการ วงโยธวาทิต ดนตรีสากล กิจกรรมเยาวชน ตลอดจนการอนุรักษ์และสืบสานศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นของอีสานใต้ได้อย่างเข้มแข็ง
- โรงเรียนปิยะมหาราชาลัย จังหวัดนครพนม
ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2452 (ค.ศ. 1909) โดยเริ่มแรกตั้งโรงเรียนขึ้นที่วัดศรีคูณเมือง ต่อมาได้รับการสนับสนุนงบประมาณสร้างอาคารเรียนถาวรข้างวัดโอกาสศรีบัวบาน และได้รับนามอันเป็นมงคลเพื่อระลึกถึงพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระปิยมหาราช ผลงานเด่นคือการเป็นสถาบันการศึกษาสำคัญริมฝั่งแม่น้ำโขง ที่มุ่งเน้นพัฒนาคุณภาพวิชาการ ควบคู่กับการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม มีผลการแข่งขันทางวิชาการ การกีฬา และกิจกรรมพัฒนาทักษะเยาวชนที่ได้รับรางวัลในระดับประเทศอย่างสม่ำเสมอ
โรงเรียนทั้ง 10 แห่งนี้ถือเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาการศึกษาในภาคอีสาน ซึ่งไม่เพียงแต่มอบความรู้ความสามารถแก่เยาวชนมายาวนานกว่าร้อยปี แต่ยังเป็นศูนย์รวมจิตใจและเป็นสถาบันที่ผลิตบุคลากรคุณภาพออกไปสร้างความเจริญให้แก่สังคมและประเทศไทยมาโดยตลอด
6 อำเภอที่ธรรมชาติสวยที่สุดใน ประเทศไทย สัมผัสเสน่ห์ป่าเขา ทะเล และสายหมอกที่งดงามระดับโลก
เเนวทาง "ซุปเปอร์ เฮง เฮง" 1/8/69
ชาติที่นิยมกินข้าวเหนียวของไทยมากเป็นอันดับหนึ่งของโลก
ทำไมไม้บรรทัดเหล็กบางรุ่น ถึงมีตารางตัวเลขพิมพ์ไว้ด้านหลัง
ส่องแนวทางเลขเด็ด "หวยเด็ด ห้าเซียน" ประจำวันที่ 1 สิงหาคม 2569
เปิด 9 อาชีพในตำนานที่ปัจจุบันเริ่มไม่ค่อยเห็นแล้วในไทย จากอาชีพยอดฮิตในอดีต สู่ความทรงจำของใครหลายคน
คดีฮลุน โซโล่ จุดกระแสตั้งคำถามความปลอดภัยในจอร์เจีย ข้อเท็จจริงถึงไหนแล้ว
5 พฤติกรรมที่คนไม่เข้าใจเด็กเจนซี
5 พฤติกรรมทำร้ายฟันโดยไม่รู้ตัว
7 จังหวัดที่คนมัก "ขับผ่าน" แต่ถ้าแวะ...อาจหลงรักจนอยากกลับไปอีก
ส่องเลขนำโชค "แม่ตะเคียนทอง" วันที่ 1 สิงหาคม 2569
สี่เครื่องดื่มเติมความสดชื่นยามบ่าย
ทำไมไม้บรรทัดเหล็กบางรุ่น ถึงมีตารางตัวเลขพิมพ์ไว้ด้านหลัง
คดีฮลุน โซโล่ จุดกระแสตั้งคำถามความปลอดภัยในจอร์เจีย ข้อเท็จจริงถึงไหนแล้ว
ส่องแนวทางเลขเด็ด "หวยเด็ด ห้าเซียน" ประจำวันที่ 1 สิงหาคม 2569
สี่เครื่องดื่มเติมความสดชื่นยามบ่าย
5 พฤติกรรมทำร้ายฟันโดยไม่รู้ตัว
7 สิ่งที่ต้องเตรียมให้พร้อม ก่อนเดินทางไปต่างประเทศคนเดียว



