หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เจาะลึกความจริงยุคบุกเบิก คาวบอยอาบน้ำบ่อยแค่ไหน ท่ามกลางฝุ่นควันและเส้นทางอันยาวนาน

เขียนโดย davin

       

        เมื่อนึกถึงภาพของคาวบอยในอดีต หลายคนอาจจินตนาการถึงความเท่และสุขอนามัยที่ดี ทว่าในความเป็นจริงบนเส้นทางต้อนฝูงวัวข้ามรัฐ (Cattle Drive) ที่ต้องใช้เวลานานนับเดือน "การอาบน้ำทุกวัน" เป็นเรื่องที่แทบเป็นไปไม่ได้เลย และการมีกลิ่นตัวก็ถูกมองว่าเป็นเรื่องปกติในสังคมยุคนั้น โดยผู้คนไม่ได้มองว่ากลิ่นตัวคือความสกปรก แต่มันคือสัญลักษณ์ของความอดทนและการทำงานหนัก

        ปัจจัยสำคัญที่ทำให้คาวบอยไม่ค่อยได้อาบน้ำคือ "ทรัพยากรน้ำ" น้ำในแหล่งธรรมชาติระหว่างเดินทางถือเป็นสิ่งล้ำค่าที่ถูกสงวนไว้สำหรับดื่มกิน ทำอาหาร และให้ฝูงสัตว์เป็นหลัก เมื่อบังเอิญเจอแหล่งน้ำหรือลำธาร คาวบอยส่วนใหญ่ทำได้เพียงล้างหน้า ล้างมือ ล้างเท้า หรือใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดเฉพาะจุดสำคัญเท่านั้น ส่วนการอาบน้ำแบบเต็มตัวถือเป็นโอกาสพิเศษที่เกิดขึ้นได้น้อยมาก สบู่ก็แทบไม่มีใครพกพา เนื่องจากสบู่ยุคนั้นทำจากไขมันสัตว์ มีราคาแพง กลิ่นแรง และละลายน้ำง่ายเกินไป

        เพื่อจัดการกับกลิ่นตัวและแมลง คาวบอยจึงมีภูมิปัญญาพื้นบ้านในการดูแลตัวเอง บางคนเลือกใช้น้ำมันสนเช็ดตามตัวเพื่อไล่แมลง หรือใช้วิสกี้ทาตามตัวและแขนขาเพื่อฆ่าเชื้อและช่วยดับกลิ่น รวมถึงการนำขี้เถ้าไม้ผสมน้ำหรือทรายแห้งมาขัดตัวตามแบบชาวอินเดียนแดง

        ส่วนการอาบน้ำจริงๆ มักจะเกิดขึ้นเมื่อเดินทางเข้าเมืองใหญ่ ซึ่งมีบริการ "โรงอาบน้ำสาธารณะ" ที่ให้บริการอ่างไม้ น้ำร้อน ผ้าขน หนู โกนหนวด หรือนวดตัว โดยมีค่าบริการราว 5-15 เซนต์ ซึ่งถือว่าแพงเมื่อเทียบกับค่าแรงวันละ 1 ดอลลาร์ โรงอาบน้ำจึงกลายเป็นสถานที่หรูหราและแหล่งพบปะของเหล่าคาวบอยหลังเสร็จสิ้นภารกิจอันยาวนาน

        ด้านการทำความสะอาดเสื้อผ้า คาวบอยจะซักเสื้อผ้าก็ต่อเมื่อหยุดพักใกล้แหล่งน้ำ โดยใช้ขี้เถ้าไม้แทนสบู่ ฟาดผ้ากับก้อนหินเพื่อไล่คราบ และตากผ้าไว้บนกิ่งไม้หรือผูกไว้กับอานม้าให้แห้งระหว่างเดินทาง เสื้อผ้าที่ผ่านการใช้งานจึงมีกลิ่นควันไฟ กลิ่นสบู่ไขมันสัตว์ และกลิ่นเหงื่อผสมผสานกันจนกลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

        กลิ่นตัวและความมอมแมมในยุคคาวบอยจึงไม่ใช่เรื่องน่ารังเกียจหรือสิ่งที่ต้องปกปิด หากแต่เป็นตราสัญลักษณ์แห่งชีวิตอันทรหดบนหลังม้าในดินแดนตะวันตกอย่างแท้จริง

เนื้อหาโดย: davin
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
davin's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 19 ครั้ง
เขียนโดย davin
นักเขียนอิสระเน้นวิเคราะห์ความเชื่อ วัฒนธรรม คติชนวิทยา จิตวิทยา ประวัติศาสตร์ เกร็ดความรู้ และสิ่งที่สนใจส่วนตัว เน้นเข้าใจง่าย ทันต่อสถานการณ์
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: davin
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ทำไมชายมุสลิมจำนวนมากชื่อ “มูฮัมมัด” และชื่อนี้มีความหมายอย่างไร?เเนวทาง "ซุปเปอร์ เฮง เฮง" 1/8/69เมื่ออุจจาระไม่ใช่แค่ของเสีย 3 พฤติกรรมแปลกในโลกสัตว์เปิด 9 อาชีพในตำนานที่ปัจจุบันเริ่มไม่ค่อยเห็นแล้วในไทย จากอาชีพยอดฮิตในอดีต สู่ความทรงจำของใครหลายคนย้อนดู 10 ละครพีเรียดไทย เรื่องรักและความเปลี่ยนแปลงที่ยังตราตรึงชาติที่นิยมกินข้าวเหนียวของไทยมากเป็นอันดับหนึ่งของโลกส่องเลขนำโชค "แม่ตะเคียนทอง" วันที่ 1 สิงหาคม 2569เปิด 8 สถานที่ในอดีตของไทย ที่ปัจจุบันไม่มีแล้ว เหลือไว้เพียงความทรงจำ6 อำเภอที่ธรรมชาติสวยที่สุดใน ประเทศไทย สัมผัสเสน่ห์ป่าเขา ทะเล และสายหมอกที่งดงามระดับโลก10 การ์ตูนวัยเด็กที่พาใจกลับไปวันนั่งรออยู่หน้าจอทีวี6 ชุมชนที่อนุรักบ้านเก่าได้ดีที่สุดในประเทศไทย เสน่ห์แห่งอดีตที่ยังมีชีวิตเทคนิคการซื้อหวย ลอตเตอรี่ให้ถูกบ่อยขึ้น "ไม่ได้อยู่ที่ดวงอย่างเดียว"
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เปิด 8 สถานที่ในอดีตของไทย ที่ปัจจุบันไม่มีแล้ว เหลือไว้เพียงความทรงจำหัวเข่าดำเกิดจากอะไร แก้ให้ผิวกลับมาเรียบเนียนได้ไหม
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ฮิลใจ จิตวิทยา นานาสาระพัน
ถอดรหัสประวัติศาสตร์ดินปืน: จากความลับราชวงศ์ถัง สู่มหาอำนาจเรือปืนครองโลก"Sourdough" : ขนมปังอายุหมื่นปีที่โลกตกหลุมรักอีกครั้ง ทางเลือกใหม่ของสายสุขภาพยุคปัจจุบันเปิด 8 สาเหตุหลักที่ทำให้มือถือร้อนโดยไม่รู้ตัว พร้อมแนวทางแก้ไขที่ถูกต้องวิกฤตหอยนางรมแปซิฟิกบุกเดนมาร์ก สู่ไอเดีย Oyster Safari ชวนกินฟรีแก้ปัญหาเชิงนิเวศ
ตั้งกระทู้ใหม่