หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

มดดำไม่ได้กินเพลี้ย แต่เลี้ยงไว้รีดน้ำหวาน


เขียนโดย nantana

หลายคนที่เห็นมดดำเดินขวักไขว่บนต้นไม้ มักคิดว่าพวกมันกำลังออกล่าเหยื่อ หรือกำลังรุมกินเพลี้ยที่เกาะอยู่ตามยอดอ่อน แต่ความจริงกลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง มดจำนวนไม่น้อยไม่ได้มองเพลี้ยเป็นอาหาร กลับมองว่าเป็นแหล่งผลิตอาหารที่มีค่ามากกว่า

ความสัมพันธ์ระหว่างมดกับเพลี้ยเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่น่าสนใจที่สุดของการพึ่งพาอาศัยกันในธรรมชาติ เพราะมีลักษณะคล้ายกับการทำฟาร์มปศุสัตว์ของมนุษย์อย่างน่าทึ่ง จนทำให้นักชีววิทยาหลายคนเรียกพฤติกรรมนี้ว่า Ant and Aphid Farming หรือการเลี้ยงเพลี้ยของมด

เพลี้ยอ่อนและเพลี้ยแป้งเป็นแมลงขนาดเล็กที่ใช้ปากแบบเข็มเจาะเข้าไปในท่อน้ำเลี้ยงของพืชเพื่อดูดน้ำเลี้ยง ซึ่งน้ำเลี้ยงของพืชมีน้ำตาลจำนวนมาก แต่มีโปรตีนค่อนข้างน้อย ทำให้เพลี้ยต้องดูดน้ำเลี้ยงในปริมาณมหาศาลเพื่อให้ได้รับสารอาหารที่จำเป็น

เมื่อร่างกายได้รับน้ำตาลเกินความต้องการ เพลี้ยจึงขับของเหลวส่วนเกินออกมา ของเหลวชนิดนี้เรียกว่า "มูลหวาน" หรือ Honeydew แม้ชื่อจะฟังดูไม่น่ากิน แต่สำหรับมดแล้ว นี่คืออาหารชั้นยอด เพราะอุดมไปด้วยน้ำตาลที่ให้พลังงานอย่างรวดเร็ว

มดไม่ได้รอให้มูลหวานหยดลงพื้น แต่จะเดินเข้าไปหาเพลี้ยโดยตรง จากนั้นใช้หนวดแตะหรือเคาะบริเวณส่วนท้ายของตัวเพลี้ยเบา ๆ การสัมผัสนี้เป็นเหมือนสัญญาณให้เพลี้ยปล่อยหยดน้ำหวานออกมา เมื่อหยดใส ๆ ปรากฏขึ้น มดก็จะรีบใช้ปากดูดกินทันที

ภาพนี้คล้ายกับคนรีดนมวัวอย่างไม่น่าเชื่อ ต่างกันเพียงสัตว์ที่ถูกเลี้ยงมีขนาดเล็กกว่าหลายพันเท่า

แน่นอนว่าเมื่อมีแหล่งอาหารสำคัญ มดก็ต้องตอบแทน เพลี้ยจึงไม่ได้ถูกปล่อยให้อยู่ตามลำพัง แต่มักมีมดจำนวนหนึ่งคอยเดินวนอยู่รอบ ๆ ตลอดเวลา ทำหน้าที่เหมือนทหารรักษาความปลอดภัย

ศัตรูสำคัญของเพลี้ยคือเต่าทอง แมลงช้างปีกใส ตัวอ่อนของแมลงวันดอกไม้ และแมลงนักล่าอีกหลายชนิด ซึ่งสามารถกินเพลี้ยได้จำนวนมากในเวลาไม่นาน หากนักล่าเหล่านี้เข้าใกล้ ฝูงมดจะรีบเข้าขัดขวางทันที บางครั้งรุมกัด บางครั้งผลักไล่ หรือสร้างความรำคาญจนผู้ล่าต้องบินหนีไป

งานวิจัยจำนวนมากพบว่า เพลี้ยที่อยู่ภายใต้การดูแลของมดมีโอกาสรอดชีวิตสูงกว่ากลุ่มที่ไม่มีมดคุ้มกันอย่างชัดเจน เพราะผู้ล่าหลายชนิดไม่อยากเสี่ยงปะทะกับมดจำนวนมาก

นอกจากการคุ้มกันแล้ว มดยังมีพฤติกรรมที่แสดงถึงการดูแลอย่างต่อเนื่อง หากสภาพแวดล้อมเริ่มไม่เหมาะสม เช่น กิ่งไม้แห้ง น้ำเลี้ยงลดลง หรือบริเวณเดิมมีการแข่งขันสูง มดอาจคาบเพลี้ยทั้งตัวไปยังยอดอ่อนหรือกิ่งใหม่ที่มีอาหารอุดมสมบูรณ์กว่า เพื่อให้เพลี้ยสามารถดูดน้ำเลี้ยงและผลิตมูลหวานได้ต่อ

ในบางพื้นที่ยังพบว่า เมื่อฝนตกหนักหรือสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย มดจะช่วยย้ายเพลี้ยไปยังจุดที่ปลอดภัย ลดโอกาสที่เพลี้ยจะถูกน้ำชะหลุดจากต้นไม้

สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างคือ มดบางชนิดดูแลเพลี้ยอย่างจริงจังถึงขั้นคอยทำความสะอาดบริเวณที่เพลี้ยอาศัยอยู่ เพราะหากมีเชื้อราหรือสิ่งสกปรกสะสมมากเกินไป ก็อาจส่งผลต่อการอยู่รอดของเพลี้ย และสุดท้ายก็ทำให้แหล่งอาหารของมดลดลงตามไปด้วย

ในฤดูหนาวของบางประเทศ ซึ่งเพลี้ยไม่สามารถใช้ชีวิตบนต้นไม้ได้ตลอดปี มดบางชนิดจะเก็บไข่ของเพลี้ยเข้าไปไว้ในรังใต้ดิน เมื่อถึงฤดูใบไม้ผลิจึงนำไข่กลับออกมาวางบนต้นอ่อนอีกครั้ง ถือเป็นการดูแลตั้งแต่รุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่งอย่างแท้จริง

อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์นี้ไม่ได้เป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย เพราะต้นไม้คือผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง เพลี้ยจำนวนมากจะดูดน้ำเลี้ยงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ยอดอ่อนหงิกงอ ใบเหลือง การเจริญเติบโตชะงัก และในกรณีที่ระบาดหนัก ผลผลิตของพืชก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด

มูลหวานที่เพลี้ยปล่อยออกมายังเป็นอาหารของเชื้อราดำหรือราดำเขม่าที่ขึ้นเคลือบผิวใบ ทำให้ใบพืชรับแสงได้น้อยลง การสังเคราะห์แสงลดลง ส่งผลเสียต่อสุขภาพของต้นไม้ในระยะยาว

ด้วยเหตุนี้ ชาวสวนจำนวนมากจึงสังเกตมดไปพร้อมกับเพลี้ย หากพบว่ามดเดินขึ้นลงต้นไม้จำนวนมากผิดปกติ ก็อาจเป็นสัญญาณว่ามีเพลี้ยอาศัยอยู่ แม้จะยังมองไม่เห็นด้วยตาเปล่าก็ตาม เพราะมดมักเดินตามเส้นทางระหว่างรังกับแหล่งผลิตมูลหวานอย่างสม่ำเสมอ

ธรรมชาติเต็มไปด้วยความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน และการเลี้ยงเพลี้ยของมดก็เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ทำให้เห็นว่า สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กสามารถพัฒนาพฤติกรรมที่ซับซ้อนได้อย่างน่าอัศจรรย์ มดไม่ได้เป็นเพียงแมลงที่ขยันหาอาหาร แต่ยังรู้จักปกป้อง ดูแล เคลื่อนย้าย และรักษาแหล่งอาหารของตัวเองในลักษณะที่ชวนให้นึกถึงการทำฟาร์มของมนุษย์

ครั้งต่อไปที่เห็นมดดำเดินล้อมฝูงเพลี้ยอยู่บนยอดไม้ ลองสังเกตให้ดี คุณอาจไม่ได้กำลังดูแมลงตัวเล็ก ๆ หากแต่กำลังเห็น "ฟาร์มปศุสัตว์ขนาดจิ๋ว" ที่ดำเนินกิจการอยู่กลางสวนหลังบ้านมาตลอด โดยที่คนส่วนใหญ่ไม่เคยรู้ตัวเลย

เนื้อหาโดย: nantana
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
nantana's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 60 ครั้ง
เขียนโดย nantana
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: rage555
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
สองโลกหลังควันปืน: ชีวิตทหารอเมริกันในเกาหลี ปี 19543 แหล่งปลูกข้าวหอมมะลิ ที่ขึ้นชื่อว่าอร่อยที่สุดในประเทศไทยเเนวทางเลขนำโชค "เจ้าเเม่ทองมา" 1/9/6910 อันดับเลขมาแรงงวด 1 กันยายน 2569 สำรวจจากกระแสข่าวและความนิยมออนไลน์9 อาชีพในตำนานของไทย จากงานที่เคยจำเป็น สู่วันที่คนรุ่นใหม่แทบไม่เคยเห็นสูตรคำนวณหาแนวทาง งวด 1/9/69เปิดตัวเลข 3 เขื่อนยักษ์ของไทย เขื่อนที่กักเก็บน้ำได้มากที่สุดในประเทศไทยปลาทูน่ายักษ์กลับสู่ทะเลเหนือ สัญญาณฟื้นตัวที่ต้องมองมากกว่าเรื่องโลกร้อนงูพิษลอยน้ำ งูไม่มีพิษจมน้ำ จริงหรือ? ไขความเชื่อเก่าเกี่ยวกับงูในสายน้ำพื้นปุ่มนูนกับเส้นนูนบนทางเท้า ไม่ได้มีไว้กันลื่น: กำลังบอกคนละอย่างเผยสถิติเลขออกบ่อยในวันอังคาร ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 1 กันยายน 2569ไม่มีกระเพาะอาหาร มนุษย์ยังกินและใช้ชีวิตได้อย่างไร
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เหรียญบาทไทยที่ถูกผลิตน้อยที่สุด และหาได้ยากมากที่สุดในปัจจุบันสองโลกหลังควันปืน: ชีวิตทหารอเมริกันในเกาหลี ปี 1954สูตรคำนวณหาแนวทาง งวด 1/9/69เเนวทางเลขนำโชค "เจ้าเเม่ทองมา" 1/9/69บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปดิบทำให้ร่างกายขาดน้ำจริงไหม?พื้นปุ่มนูนกับเส้นนูนบนทางเท้า ไม่ได้มีไว้กันลื่น: กำลังบอกคนละอย่าง
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
สองโลกหลังควันปืน: ชีวิตทหารอเมริกันในเกาหลี ปี 1954พื้นปุ่มนูนกับเส้นนูนบนทางเท้า ไม่ได้มีไว้กันลื่น: กำลังบอกคนละอย่างไม่มีกระเพาะอาหาร มนุษย์ยังกินและใช้ชีวิตได้อย่างไรปลาทูน่ายักษ์กลับสู่ทะเลเหนือ สัญญาณฟื้นตัวที่ต้องมองมากกว่าเรื่องโลกร้อน
ตั้งกระทู้ใหม่