ทำไม ตึกสูงๆ เวลาโดนลมพายุถึงโยกตัวได้ ?
สวัสดีชาวโพสต์จังกันทุกคน เวลาเห็นคลิปตึกระฟ้าสูงหลายสิบหรือหลายร้อยชั้นในต่างประเทศ โยกไปโยกมาตอนเจอลมแรงหรือพายุ หลายคนตกใจ คิดว่าตึกกำลังจะถล่มแล้วแน่ๆ
แต่รู้ไหมว่า ความจริงแล้ว การที่ตึกสูง โยกได้ กลับเป็นเรื่องที่วิศวกรตั้งใจออกแบบไว้ตั้งแต่แรก
ถ้าตึกสูงแข็งทื่อจนไม่ยอมขยับเลยต่างหาก อาจอันตรายกว่าที่คิด หลายคนอาจนึกภาพว่า อาคารยิ่งแข็งแรงก็ยิ่งต้องนิ่งเหมือนภูเขา แต่ความจริงแล้ว ตึกสูงไม่ต่างจากต้นไม้เลย
ลองนึกถึงต้นไม้ใหญ่เวลาเจอลมแรง ถ้ามันยืนนิ่งแข็งเป๊ะ ไม่ยอมเอนเลย โอกาสหักกลางลำต้นมีสูงมาก แต่เพราะมันสามารถเอนไปตามแรงลมแล้วค่อยเด้งกลับได้ จึงช่วยลดแรงที่มากระแทกได้มหาศาล
ตึกระฟ้าก็ใช้หลักการเดียวกัน เมื่อมีลมพัดเข้าชนอาคาร โดยเฉพาะตึกที่สูงเกิน 150-200 เมตร
แรงลมจะมหาศาลกว่าที่พื้นดินหลายเท่า ถ้าตึกแข็งจนไม่ยอมขยับ แรงทั้งหมดจะไปกดอยู่ที่โครงสร้างและฐานรากเต็มๆ เป็นเวลานาน ซึ่งอาจทำให้เกิดความเสียหายสะสมในระยะยาว
ด้วยเหตุนี้ วิศวกรจึงออกแบบให้ตัวอาคารสามารถ ยืดหยุ่นได้เล็กน้อย เพื่อกระจายแรงแทนที่จะรับแรงทั้งหมดแบบตรงๆ
แน่นอนว่าคำว่าโยก ไม่ได้หมายถึงโยกเหมือนต้นมะพร้าวนะ ส่วนใหญ่แล้ว การเคลื่อนตัวของยอดตึกจะอยู่เพียงหลักไม่กี่เซนติเมตรไปจนถึงประมาณ 1-2 เมตรในอาคารที่สูงมากๆ และเกิดเฉพาะตอนมีลมแรงหรือพายุเท่านั้น
สำหรับคนที่อยู่ชั้นล่างแทบจะไม่รู้สึกอะไรเลย แต่ถ้าอยู่ชั้นบนสุด บางครั้งอาจรู้สึกเหมือนพื้นไหวเบาๆ หรือเหมือนอยู่บนเรือ ซึ่งเป็นเรื่องปกติของตึกสูง
หลายคนอาจสงสัยว่า แล้วถ้าโยกมากๆ คนข้างในจะเวียนหัวไหม คำตอบคือ ไม่เหลือ
ช่วงแรกๆที่เริ่มสร้างตึกระฟ้า วิศวกรพบว่าตัวตึกแข็งแรงก็จริง แต่คนที่อยู่ชั้นบนกลับเวียนหัว คลื่นไส้ หรือรู้สึกไม่สบาย เพราะอาคารแกว่งมากเกินไป
จึงมีการคิดค้นอุปกรณ์สุดเจ๋งขึ้นมา เรียกว่า Tuned Mass Damper (TMD) หรือ ตุ้มน้ำหนักลดการสั่น
มันคือก้อนเหล็กหรือคอนกรีตขนาดมหึมาที่มีน้ำหนักหลายร้อยถึงหลายพันตัน ติดตั้งไว้ใกล้ยอดตึก
เวลาลมพัดจนตัวอาคารเริ่มโยก เจ้าตุ้มยักษ์นี้จะเหวี่ยงไปในทิศตรงข้าม ช่วยหักล้างแรงสั่น ทำให้ตึกแกว่งน้อยลงและคนในอาคารรู้สึกสบายขึ้น
ตัวอย่างที่โด่งดังที่สุดคือ Taipei 101 ประเทศไต้หวัน ซึ่งติดตั้งลูกตุ้มเหล็กสีทองหนักกว่า 660 ตัน เอาไว้กลางตึกจนกลายเป็นจุดท่องเที่ยวไปเลย
ไม่ใช่แค่ลมนะ หลายประเทศที่เกิดแผ่นดินไหวบ่อย เช่น ญี่ปุ่น ก็ออกแบบให้อาคารสามารถ ขยับตัว ได้เช่นกัน
เพราะถ้าตึกแข็งเกินไป เวลาแผ่นดินไหว แรงสั่นสะเทือนจะถูกส่งเข้าโครงสร้างโดยตรง มีโอกาสแตกร้าวหรือพังได้ง่ายกว่า
จึงมีการใช้ทั้งฐานรองรับแรงสั่นสะเทือน เหล็กที่ยืดหยุ่นได้ และระบบลดแรงสั่นสะเทือนหลายรูปแบบ เพื่อให้อาคารเคลื่อนตัวไปกับแรงธรรมชาติแทนที่จะฝืนมัน
ฟังดูแปลก แต่ในวงการวิศวกรรมมีคำพูดที่ใช้กันบ่อยว่า
"ตึกที่ดี ไม่ใช่ตึกที่ไม่โยก แต่เป็นตึกที่โยกได้อย่างปลอดภัย"
แหล่งข้อมูล
- Council on Tall Buildings and Urban Habitat (CTBUH)
- American Society of Civil Engineers (ASCE)
- National Geographic – How Skyscrapers Survive Wind and Earthquakes
- Taipei 101 Official – Tuned Mass Damper Information
เขียนโดย rollwithus
ประเทศที่คนนิยมกินแมลงจากไทยมากที่สุด อันดับที่หนึ่งของโลก
7-Eleven สาขาแรกของประเทศลาว
7 จังหวัดที่คนมัก "ขับผ่าน" แต่ถ้าแวะ...อาจหลงรักจนอยากกลับไปอีก
"โบว์ เมลดา" ทัวร์ลงฉ่ำ! แค่ไม่ฟอลโลว์ "ลิซ่า" กลายเป็นประเด็นดราม่าทันที
เปิดตำนาน 7 ห้างสรรพสินค้าในอดีตที่เคยรุ่งเรือง
5 เทคนิคการซื้อหวยให้ถูกบ่อย
ทำไมต้องมีแท่งปูนอยู่ริมถนน และมีตัวเลขติดไว้ด้วย ?
10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำ
พยากรณ์อากาศ 28–30 ก.ค. 69 เตือน 26 จังหวัดรับมือฝนหนัก พายุถล่มหลายพื้นที่ อ่างทองเจอลมหมุนซัดร้านค้าพังเสียหาย
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
ใส่มาตั้งนาน เพิ่งรู้! ทำไมรองเท้า Converse ถึงต้องมี "รูเล็ก ๆ 2 รู" อยู่ข้างเท้า?
5 สถานที่อากาศบริสุทธิ์ที่สุดในประเทศไทย สูดลมหายใจได้เต็มปอด
"โบว์ เมลดา" ทัวร์ลงฉ่ำ! แค่ไม่ฟอลโลว์ "ลิซ่า" กลายเป็นประเด็นดราม่าทันที
7-Eleven สาขาแรกของประเทศลาว
พยากรณ์อากาศ 28–30 ก.ค. 69 เตือน 26 จังหวัดรับมือฝนหนัก พายุถล่มหลายพื้นที่ อ่างทองเจอลมหมุนซัดร้านค้าพังเสียหาย
แจกเลขเด็ด AI งวด 1 ส.ค. 69 จัดให้ สถิติแน่นๆ ไม่มีมโน
กอมโฟธีเรียม ช้างสี่งาแห่งโลกยุคไมโอซีน




