ทำไมเวลา “เมารถ เมาเรือ” สมองถึงสั่งให้เราอยากอาเจียน?
เคยเป็นกันไหมครับ...
ตอนขึ้นรถใหม่ ๆ เรายังนั่งคุย เล่นโทรศัพท์ หรืออ่านอะไรได้ตามปกติ แต่พอรถเริ่มเข้าโค้ง เบรกบ่อย หรือวิ่งบนถนนที่เป็นลูกคลื่น อยู่ ๆ ก็เริ่มรู้สึกว่า
เวียนหัว หน้าซีด เหงื่อออก น้ำลายเยอะ และคลื่นไส้จนแทบอยากให้รถจอดเดี๋ยวนั้น
ส่วนเวลานั่งเรือ อาการอาจยิ่งชัดกว่าเดิม เพราะตัวเราถูกโยกขึ้นลงและเอียงไปมาตลอดเวลา ทั้งที่สิ่งของบางอย่างตรงหน้าดูเหมือนจะอยู่นิ่ง ๆ
ผมเองเคยสงสัยเหมือนกันครับว่า...
แค่รถหรือเรือเคลื่อนไหว ทำไมสมองต้องเล่นใหญ่ถึงขั้นสั่งให้อาเจียนด้วย?
คำตอบไม่ได้อยู่ที่กระเพาะอาหารเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การทะเลาะกันของข้อมูลจาก “ดวงตา” กับ “หูชั้นใน” ที่ถูกส่งเข้าไปให้สมองพร้อมกันครับ
ดวงตาบอกว่า “เรายังไม่ได้เคลื่อนที่ไปไหน”
ลองนึกถึงตอนที่เราก้มอ่านโทรศัพท์อยู่บนรถ ดวงตาจะมองเห็นหน้าจอ เบาะรถ หรือสิ่งของในห้องโดยสารที่ดูเหมือนอยู่นิ่ง
ข้อมูลที่ดวงตาส่งไปให้สมองจึงคล้ายกับกำลังบอกว่า
“ทุกอย่างตรงหน้านิ่งดี ร่างกายคงไม่ได้เคลื่อนไหวมากนัก”
แต่ในเวลาเดียวกัน ยังมีอวัยวะอีกชุดหนึ่งกำลังรายงานข้อมูลคนละเรื่องครับ
หูชั้นในกลับบอกว่า “เรากำลังเคลื่อนที่อยู่”
ภายในหูชั้นในมีระบบควบคุมการทรงตัว ซึ่งรับรู้การหมุน การเอียง การเร่ง การเบรก และการเคลื่อนที่ขึ้นลงของศีรษะ
เมื่อรถเลี้ยว รถเบรก หรือเรือโคลง ระบบนี้จะส่งสัญญาณไปยังสมองว่า
“เดี๋ยวก่อน! ร่างกายกำลังเคลื่อนที่ สั่น และเอียงอยู่นะ”
กลายเป็นว่าในวินาทีเดียวกัน...
| ดวงตา บอกว่าสิ่งที่มองอยู่นิ่ง |
หูชั้นใน บอกว่าร่างกายกำลังเคลื่อนที่ |
สมองจึงได้รับข้อมูลที่ไม่ตรงกัน หรือที่เรียกง่าย ๆ ว่า “สัญญาณประสาทขัดแย้งกัน”
แล้วทำไมต้องคลื่นไส้หรืออาเจียน?
นี่เป็นช่วงที่เรื่องเริ่มน่าสนใจครับ
เมื่อสมองได้รับข้อมูลจากประสาทสัมผัสที่ขัดแย้งกันอย่างรุนแรง มันอาจกระตุ้นวงจรในสมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับอาการคลื่นไส้และการอาเจียน
มีสมมติฐานเชิงวิวัฒนาการที่มักใช้ช่วยอธิบายว่า ในอดีตข้อมูลการมองเห็นและการทรงตัวที่ผิดปกติอาจคล้ายกับภาวะที่ร่างกายได้รับสารพิษบางชนิด สมองจึงเลือกใช้วิธีป้องกันตัวที่ค่อนข้างรุนแรง คือกระตุ้นให้อาเจียนเพื่อขับสิ่งที่อาจเป็นอันตรายออกจากร่างกาย
ทั้งที่ความจริงเราไม่ได้กินยาพิษอะไรเข้าไปเลย
แค่ดวงตากับหูชั้นในรายงานข้อมูลไม่ตรงกันเท่านั้นเอง
พูดแบบเห็นภาพง่าย ๆ ก็คือ สมองเหมือนหัวหน้าที่ได้รับรายงานสองฉบับ
รายงานฉบับแรกบอกว่า “ทุกอย่างปกติ ไม่มีการเคลื่อนไหว”
แต่อีกฉบับกลับบอกว่า “กำลังสั่น เลี้ยว และเคลื่อนที่อย่างหนัก”
เมื่อสมองตัดสินไม่ได้ว่าฝ่ายไหนถูก จึงเปิดระบบป้องกันไว้ก่อน และผลที่ตามมาก็คืออาการเวียนหัว เหงื่อออก คลื่นไส้ และอาเจียนนั่นเองครับ
ทำไมก้มดูโทรศัพท์หรืออ่านหนังสือแล้วเมาง่ายขึ้น?
เพราะตอนที่เราก้มมองหน้าจอหรือหน้าหนังสือ ดวงตาจะจับอยู่กับวัตถุใกล้ตัวที่ดูนิ่งมากขึ้น
แต่หูชั้นในยังรับรู้ได้เต็ม ๆ ว่ารถกำลังเร่ง เบรก เลี้ยว หรือสั่นอยู่ ความแตกต่างระหว่างข้อมูลทั้งสองด้านจึงยิ่งมากขึ้น อาการเมารถก็มีโอกาสเกิดง่ายและรุนแรงกว่าเดิม
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมบางคนเล่นโทรศัพท์ได้ไม่กี่นาทีก็เริ่มมึน แต่พอเงยหน้ามองถนนหรือมองวิวไกล ๆ อาการกลับค่อย ๆ ดีขึ้น
แล้วทำไมคนขับรถมักเมารถน้อยกว่าคนนั่ง?
คนขับมองเห็นเส้นทางข้างหน้าและรู้ล่วงหน้าว่ารถกำลังจะเลี้ยว เบรก หรือเร่งเมื่อไร สมองจึงสามารถคาดการณ์การเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น
ในทางกลับกัน คนนั่งอาจไม่รู้ว่ารถกำลังจะหักโค้งหรือเบรกกะทันหัน ร่างกายจึงถูกเหวี่ยงโดยไม่ทันตั้งตัว ทำให้ข้อมูลจากการมองเห็น การทรงตัว และความรู้สึกจากร่างกายไม่สอดคล้องกันได้ง่ายกว่า
สังเกตง่าย ๆ: หลายคนเมารถตอนเป็นผู้โดยสาร แต่พอเปลี่ยนไปเป็นคนขับกลับแทบไม่เมาเลย เพราะสมองมองเห็นและคาดเดาการเคลื่อนไหวได้ดีขึ้นนั่นเอง
วิธีช่วยลดอาการเมารถและเมาเรือ
- มองไปข้างหน้าหรือมองเส้นขอบฟ้า เพื่อให้ภาพที่ตาเห็นสอดคล้องกับทิศทางการเคลื่อนไหว
- หลีกเลี่ยงการอ่านหนังสือและก้มเล่นโทรศัพท์ โดยเฉพาะบนถนนคดเคี้ยวหรือขณะเรือกำลังโคลง
- เลือกตำแหน่งที่เคลื่อนไหวน้อย เช่น นั่งด้านหน้าของรถ หรือบริเวณกลางลำเรือ
- พิงศีรษะให้นิ่ง ลดการหันหรือขยับศีรษะโดยไม่จำเป็น
- เปิดหน้าต่างหรือให้อากาศถ่ายเท กลิ่นอับและความร้อนอาจทำให้อาการคลื่นไส้แย่ลง
- พักผ่อนให้เพียงพอ เพราะความเหนื่อยล้าอาจทำให้ทนต่อการเคลื่อนไหวได้น้อยลง
- กินอาหารเบา ๆ ก่อนเดินทาง ไม่ปล่อยให้หิวจัด และหลีกเลี่ยงอาหารมันหรือมื้อใหญ่เกินไป
- หลับตาหรือนอนพัก เมื่อไม่สามารถมองเห็นจุดอ้างอิงภายนอกได้
สำหรับคนที่เมารถหรือเมาเรือเป็นประจำ อาจปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์เรื่องยาป้องกันอาการเมารถก่อนเดินทาง เพราะยาบางชนิดอาจทำให้ง่วงซึมและไม่เหมาะกับผู้ที่ต้องขับรถหรือใช้เครื่องจักร
เมื่อไรอาการอาจไม่ใช่แค่เมารถธรรมดา?
หากลงจากรถหรือเรือแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น มีอาการเวียนศีรษะรุนแรงผิดปกติ ปวดศีรษะมาก แขนขาอ่อนแรง พูดไม่ชัด เจ็บหน้าอก เป็นลม อาเจียนต่อเนื่อง หรือมีอาการเกิดขึ้นแม้ไม่ได้เดินทาง ควรพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุอื่นเพิ่มเติม
สรุปแบบเข้าใจง่าย
อาการเมารถและเมาเรือไม่ได้เกิดจากกระเพาะอาหารอ่อนแอเพียงอย่างเดียว แต่เกิดขึ้นเมื่อสมองได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวที่ไม่สอดคล้องกัน
ตาบอกว่า “นิ่ง”
แต่
หูชั้นในบอกว่า “กำลังเคลื่อนที่”
สมองจึงสับสนและกระตุ้นระบบที่ทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ เวียนหัว เหงื่อออก และอาเจียน
พอรู้เหตุผลแล้ว ผมก็รู้สึกว่าสมองของเรานี่ทั้งฉลาดและระแวงเก่งเหมือนกันครับ เพราะเพียงแค่ข้อมูลสองทางไม่ตรงกัน มันก็เลือกเปิดระบบป้องกันระดับใหญ่ไว้ก่อน ทั้งที่ศัตรูตัวจริงอาจเป็นเพียงถนนคดเคี้ยวกับหน้าจอโทรศัพท์ในมือเราเท่านั้นเอง
แล้วคุณล่ะครับ เมารถง่ายที่สุดตอนไหน?
ตอนก้มดูโทรศัพท์ นั่งเบาะหลัง หรือเจอถนนขึ้นเขาคดเคี้ยว?
แหล่งข้อมูลประกอบ:
- Centers for Disease Control and Prevention — Motion Sickness
- NHS — Motion Sickness
- Merck Manual — Motion Sickness
บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช้แทนการวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์
เขียนโดย พีรพัฒน์ พีพี
| นักเขียนสาระรอบตัว•วิทยาศาสตร์ใกล้ตัว•เรื่องที่คนมองข้าม
| 900+ บทความ | 400+ Hot Topic
| เจาะลึก อ่านง่าย ใช้ได้จริง
เปิดตำนาน 7 ห้างสรรพสินค้าในอดีตที่เคยรุ่งเรือง
7 วิธีคิดเลขแบบคนเล่นหวยมานานที่มือใหม่ควรรู้ เซียนหวยเก๋าเกมเขาเลือกตัวเลขกันอย่างไร?
เช็กเลย! เงินอุดหนุนบุตร เบี้ยผู้สูงอายุ เบี้ยคนพิการ เดือนนี้เข้าวันไหน? ทำไมบางคนโอนไม่ผ่าน
ทำไมเสาไม้ใต้เวนิสยังไม่ผุ
4 นวัตกรรมจากอเมริกา ที่เปลี่ยนชีวิตประจำวันของผู้คนทั่วโลก
ย้อนประวัติพัดลมไฟฟ้าในไทย จากพัดลมชักสู่เครื่องใช้ไฟฟ้า
10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำ
ใช้ทุกวัน แต่เพิ่งรู้! รอยเว้าก้นแก้วมีไว้ทำไม?
ประเทศที่คนนิยมกินแมลงจากไทยมากที่สุด อันดับที่หนึ่งของโลก
รวมเลขปฏิทินจีน งวด 1 สิงหาคม 2569
ประวัติเงินตราสยาม จากหอยเบี้ยและเงินพดด้วงสู่เงินบาท
ดินสอ ยางลบ ปากกา มาจากไหน? 5 เรื่องราวที่หลายคนอาจไม่เคยรู้
10 เมนูแปลกๆ แดนอีสาน
พังในวันนั้น... ฮาในวันนี้!
เคารพธงชาติ 8 โมงเช้า Memory ที่คนรุ่นหนึ่งจำจนขึ้นใจ
สุขสันต์วันเกิด พันช์ เจ้าลิงแสมญี่ปุ่นน้อย! สวนสัตว์เต็มไปด้วยการ์ดอวยพรมากกว่า 2,500 ใบจากทั่วโลก
บริษัทAjinomotoเปิดตัวโครงการลดขยะอาหารที่สร้างสรรค์ โดยเชิญนักแสดงชื่อดังมาเป็นพรีเซนเตอร์
