หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ประวัติเงินตราสยาม จากหอยเบี้ยและเงินพดด้วงสู่เงินบาท

เขียนโดย มังกรจำศีล

 

ประวัติเงินตราสยาม จากหอยเบี้ยและเงินพดด้วงสู่เงินบาท

ประวัติศาสตร์เงินตราของสยามมีพัฒนาการยาวนานกว่าพันปี จากการแลกเปลี่ยนสิ่งของในชีวิตประจำวัน สู่การใช้เงินตราที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ ก่อนพัฒนาเป็นเหรียญกษาปณ์และธนบัตรแบบสากลที่ใช้มาจนถึงปัจจุบัน

เงินแต่ละรูปแบบไม่ได้เปลี่ยนไปเพียงเพราะรูปร่างหรือวัสดุเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงการขยายตัวของการค้า เทคโนโลยีการผลิต และการปรับระบบเศรษฐกิจของสยามในแต่ละยุคด้วย

1. ยุคแรกเริ่ม: การแลกเปลี่ยนสิ่งของและเงินตราโบราณ

ในยุคแรก ผู้คนใช้ระบบแลกเปลี่ยนสิ่งของ หรือ Barter System เช่น ข้าว เกลือ หนังสัตว์ และเครื่องมือเครื่องใช้ในการซื้อขาย

อย่างไรก็ตาม ระบบนี้มีข้อจำกัด เพราะผู้ซื้อและผู้ขายต้องมีสิ่งของที่อีกฝ่ายต้องการตรงกัน เมื่อชุมชนและการค้าขยายตัว จึงเริ่มมีการใช้วัตถุหรือโลหะที่คนทั่วไปยอมรับร่วมกันเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน

ในดินแดนที่เป็นประเทศไทยปัจจุบัน มีการพบเงินตราโบราณจากหลายยุคสมัย เช่น เงินตราฟูนัน ทวารวดี และศรีวิชัย บางชนิดประทับสัญลักษณ์ที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อและอำนาจการปกครอง เช่น ธรรมจักร สังข์ ดวงอาทิตย์ และสัตว์มงคล

2. เงินพดด้วงและเบี้ย เงินที่อยู่คู่สยามหลายร้อยปี

ตั้งแต่สมัยสุโขทัย สยามมีเงินตราที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์อย่าง เงินพดด้วง ซึ่งใช้ต่อเนื่องผ่านสมัยอยุธยา ธนบุรี และรัตนโกสินทร์

เงินพดด้วงทำจากแท่งโลหะเงิน นำมาดัดปลายทั้งสองข้างให้โค้งเข้าหากัน มีลักษณะเป็นก้อนเกือบกลม พร้อมประทับตราเพื่อรับรองแหล่งที่มาและมูลค่า ตราที่ใช้จะแตกต่างกันตามยุคสมัยและผู้ปกครอง

นอกจากเงินพดด้วงแล้ว คนสยามยังใช้ เบี้ย หรือหอยเบี้ยเป็นเงินย่อย หอยชนิดนี้ถูกนำเข้าจากบริเวณมหาสมุทรอินเดีย เหมาะสำหรับใช้ซื้อสินค้าที่มีราคาไม่สูงในชีวิตประจำวัน

คำว่า “เบี้ย” ยังตกทอดอยู่ในภาษาไทยหลายคำ เช่น “เบี้ยเลี้ยง” “เบี้ยหวัด” และ “ดอกเบี้ย” แม้ว่าหอยเบี้ยจะเลิกใช้เป็นเงินตราไปนานแล้วก็ตาม

 

3. เมื่อการค้าเติบโต เงินพดด้วงเริ่มผลิตไม่ทัน

ในสมัยรัชกาลที่ 4 สยามมีความสัมพันธ์ทางการค้ากับต่างประเทศมากขึ้น เศรษฐกิจขยายตัวอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เงินพดด้วงซึ่งต้องผลิตด้วยแรงงานคนมีจำนวนไม่เพียงพอต่อความต้องการ อีกทั้งยังพบปัญหาเงินปลอมปะปนอยู่ในท้องตลาด

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงโปรดให้ทดลองนำเงินกระดาษมาใช้ โดยเงินกระดาษชนิดแรกเรียกว่า “หมาย” จัดทำขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2396 แต่ประชาชนยังคุ้นเคยกับเงินโลหะ จึงไม่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย

ขณะเดียวกัน สยามเริ่มนำเครื่องจักรเข้ามาผลิตเหรียญกษาปณ์แทนการทำเงินพดด้วงด้วยมือ เครื่องจักรผลิตเหรียญรุ่นแรกที่ได้รับจากอังกฤษสามารถผลิตเหรียญได้ในช่วง พ.ศ. 2400–2401 แต่กำลังการผลิตยังไม่เพียงพอ จึงมีการนำเครื่องจักรไอน้ำที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าเข้ามาใช้ในเวลาต่อมา

ใน พ.ศ. 2403 มีการเปิด โรงกระษาปณ์สิทธิการ และเริ่มผลิตเหรียญกษาปณ์แบนด้วยเครื่องจักรอย่างจริงจัง นับเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้เงินตราของสยามเข้าสู่รูปแบบสากลมากขึ้น

4. กำเนิดธนบัตรสยามในสมัยรัชกาลที่ 5

ในสมัยรัชกาลที่ 5 ระบบเงินตราได้รับการปฏิรูปต่อเนื่อง รัฐบาลเคยจัดทำเงินกระดาษชนิดราคาต่ำเรียกว่า อัฐกระดาษ ใน พ.ศ. 2417 เพื่อแก้ปัญหาเงินปลีกขาดแคลน แต่ก็ยังไม่ได้รับความนิยมมากนัก

ต่อมา สยามได้เตรียมออก “เงินกระดาษหลวง” ซึ่งสั่งพิมพ์จากประเทศเยอรมนี แม้เงินกระดาษดังกล่าวจะถูกส่งมาถึงสยามแล้ว แต่ไม่ได้ออกใช้จริง เนื่องจากระบบบริหารจัดการในเวลานั้นยังไม่พร้อม

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นใน พ.ศ. 2445 เมื่อมีการประกาศใช้พระราชบัญญัติธนบัตรสยาม รัตนโกสินทรศก 121 และจัดตั้งกรมธนบัตรในสังกัดกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ ธนบัตรจึงเริ่มออกใช้กับประชาชนอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2445

ธนบัตรแบบแรกมี 7 ชนิดราคา ตั้งแต่ 1 บาทถึง 1,000 บาท พิมพ์ด้านหน้าเพียงด้านเดียว จึงมักเรียกกันว่า “ธนบัตรหน้าเดียว” และสั่งพิมพ์จากบริษัทโทมัส เดอ ลา รู ประเทศอังกฤษ

การใช้เหรียญกษาปณ์ที่ผลิตด้วยเครื่องจักรและธนบัตรอย่างเป็นระบบ ทำให้เงินพดด้วงและเงินตราแบบเก่าค่อย ๆ ลดบทบาทลง ก่อนที่สยามจะเข้าสู่ระบบเงินตราสมัยใหม่อย่างเต็มตัว

จากเงินโบราณสู่ “บาท” ในปัจจุบัน

ปัจจุบัน บาท ยังคงเป็นหน่วยเงินตราประจำชาติของประเทศไทย ธนาคารแห่งประเทศไทยรับผิดชอบด้านการออกและจัดการธนบัตร ส่วนโรงกษาปณ์ภายใต้กรมธนารักษ์ทำหน้าที่ผลิตเหรียญกษาปณ์หมุนเวียนและเหรียญประเภทอื่น ๆ

เส้นทางจากการแลกเปลี่ยนข้าว เกลือ และสิ่งของ สู่หอยเบี้ย เงินพดด้วง เหรียญแบน และธนบัตร แสดงให้เห็นว่าเงินตราไทยไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือซื้อขาย แต่เป็นหลักฐานที่บอกเล่าพัฒนาการทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และสังคมของประเทศในแต่ละยุคสมัย

 

 

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
มังกรจำศีล's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 157 ครั้ง
เขียนโดย มังกรจำศีล
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
10 VOTES (5/5 จาก 2 คน)
VOTED: ราชสีห์ขี่เป็ด, มังกรจำศีล
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เลขเด็ดปฏิทิน "หลวงปู่โต๊ะ" งวดวันที่ 1 พฤศจิกายน 69..ส่องเลย เลขไหนให้โชค!เปิด 5 มหาวิทยาลัยราชภัฏที่มีนักศึกษามากที่สุดในปี 2569 อันดับเปลี่ยนจากปีก่อนหรือไม่?เลข AI งวด 1 พ.ย. 69 คัดเลขเด่น 79-97 จับคู่ 48 มีชุดไหนน่าสนใจบ้างเปิด 5 หลักสูตรแพทยศาสตร์ที่มีค่าเรียนรวมแตะ 7 ล้านบาทช็อกคอทลิกเอกวาดอร์: ไม้กางเขนแท่นบูชาหล่นทับบาทหลวงเสียชีวิตคาไลฟ์มิสซาYasal คอสเพลย์สาวจูบแฟนคลับกลางงาน เจ้าตัวแจงอีกฝ่ายเป็นคนขอ[รีวิว/ชวนดู] อกาลิโก โฮเทล (AKALIKO HOTEL) หนังสยองขวัญทริลเลอร์ใหม่ เมื่อคืนเคานต์ดาวน์กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความลับและการไล่ล่า!ตรวจหวย 16 ตุลาคม 2569 ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 1 คือจังหวัดเดียวของประเทศไทย ที่ไม่มี พื้นที่ติดกับจังหวัดอื่นเลยเปิดพิกัดเซเว่น 2 ชั้น ธาราพัทยา ใหญ่อลังการจนตะลึงทำไมคนไทยเรียกชาวตะวันตกว่า “ฝรั่ง”? เปิดที่มาคำเดียวที่หมายถึงทั้งคนและผลไม้108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
"เสือไว้ลาย"นอนพักผ่อนในยามบ่ายเหมือนกับเจ้าแมวน้อยที่บ้านเรา (ซาปารีเวิลด์)เลขเด็ดปฏิทิน "หลวงปู่โต๊ะ" งวดวันที่ 1 พฤศจิกายน 69..ส่องเลย เลขไหนให้โชค!ช็อกคอทลิกเอกวาดอร์: ไม้กางเขนแท่นบูชาหล่นทับบาทหลวงเสียชีวิตคาไลฟ์มิสซาดอกแพนซี่ หรือดอกหน้าแมว ไม้ดอกเมืองหนาวจากเทือกเขาพิเรนีส
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
สมัยก่อนคนกินข้าววันละ 2 มื้อ แล้วมื้อเที่ยงมาไง ใครเป็นคนคิดของใช้ใกล้ตัวอายุเก่าแก่โบราณ ที่คาดไม่ถึงว่าจะมีมานานขนาดนี้!พฤติกรรมสุดแปลกของสัตว์โลก ที่หลุดโลกจนเหมือนสัตว์ต่างดาว!คะแนนเทนนิส 15–30–40 มีที่มาเก่าแก่ แต่ต้นกำเนิดยังไม่มีข้อสรุปเดียว
ตั้งกระทู้ใหม่