ทำไมน้ำมูกถึงไหล
น้ำมูกเป็นสิ่งที่ร่างกายสร้างขึ้นตลอดเวลา แม้ในวันที่เราไม่ได้เป็นหวัดและไม่ได้รู้สึกว่ามีน้ำอะไรไหลออกมาจากจมูกก็ตาม หน้าที่ของมันคือช่วยดักจับฝุ่น เชื้อโรค ละอองต่าง ๆ และช่วยทำให้อากาศที่เราหายใจเข้าไปมีความชื้นก่อนเข้าสู่ปอด
ภายในจมูกมีเยื่อบุที่สามารถผลิตเมือกออกมาได้ เมือกชนิดนี้มีน้ำเป็นส่วนประกอบหลัก รวมถึงเกลือ โปรตีน และสารที่ช่วยป้องกันเชื้อโรค ปกติแล้วน้ำมูกจะมีปริมาณไม่มากและจะค่อย ๆ ไหลลงไปด้านหลังลำคอโดยที่เราแทบไม่รู้ตัว
แต่เมื่อร่างกายเจอกับสิ่งกระตุ้นบางอย่าง จมูกจะเพิ่มการผลิตน้ำมูกขึ้น ทำให้เราเริ่มรู้สึกว่าน้ำกำลังไหลออกมาจากจมูก
สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือการติดเชื้อไวรัส เช่น ไข้หวัดธรรมดา เมื่อไวรัสเข้าสู่เยื่อบุจมูก ระบบภูมิคุ้มกันจะส่งสัญญาณให้ร่างกายกำจัดสิ่งแปลกปลอม หลอดเลือดบริเวณจมูกจะขยายตัว เยื่อบุบวมขึ้น และมีการสร้างน้ำมูกมากกว่าเดิม เพื่อช่วยพาเชื้อโรคและสิ่งสกปรกออกไป
ช่วงแรกของการเป็นหวัด น้ำมูกมักมีลักษณะใสและไหลง่าย เพราะร่างกายกำลังตอบสนองต่อเชื้อ เมื่อเวลาผ่านไป น้ำมูกอาจเหนียวขึ้นหรือเปลี่ยนสีได้จากการทำงานของเซลล์ภูมิคุ้มกัน ไม่ได้หมายความว่าน้ำมูกเปลี่ยนสีแล้วต้องเกิดจากแบคทีเรียเสมอไป
อีกสาเหตุหนึ่งคืออาการแพ้ เช่น แพ้ฝุ่น ไรฝุ่น เกสรดอกไม้ หรือขนสัตว์ คนที่มีภูมิแพ้มักมีน้ำมูกใสไหลบ่อย จามหลายครั้ง คันจมูก หรือคัดจมูก เพราะระบบภูมิคุ้มกันตอบสนองต่อสิ่งที่จริง ๆ แล้วไม่ได้เป็นอันตรายมากนัก
เวลาคนแพ้ฝุ่น ร่างกายจะเข้าใจว่ามีภัยเข้ามา จึงปล่อยสารบางชนิดออกมา ทำให้เกิดการระคายเคืองและกระตุ้นให้ต่อมน้ำมูกทำงานหนักขึ้น จึงเกิดอาการน้ำมูกไหลแบบหยุดยาก โดยเฉพาะตอนตื่นนอนหรืออยู่ในสถานที่ที่มีฝุ่นมาก
บางครั้งน้ำมูกไหลโดยไม่ได้เกิดจากโรค เช่น ตอนกินอาหารรสเผ็ด หลายคนจะรู้สึกว่าจมูกเริ่มมีน้ำไหล นั่นเกิดจากสารในอาหารไปกระตุ้นเส้นประสาทบริเวณจมูก ทำให้ต่อมน้ำมูกทำงานเพิ่มขึ้น เป็นกลไกที่เกี่ยวข้องกับการรับรู้ความร้อนและความระคายเคือง
อากาศเย็นก็เป็นอีกตัวกระตุ้นหนึ่ง หลายคนเคยเจออาการเดินออกจากห้องแอร์แล้วน้ำมูกไหล หรืออยู่กลางลมเย็นแล้วต้องเช็ดจมูกบ่อย ๆ เพราะจมูกพยายามปรับอากาศที่ผ่านเข้าไป โดยเพิ่มความชื้นให้กับอากาศก่อนเข้าสู่ระบบหายใจ
การร้องไห้ก็ทำให้น้ำมูกไหลได้เช่นกัน เพราะน้ำตาที่ไหลออกมาจากดวงตาบางส่วนจะระบายผ่านท่อน้ำตาเข้าสู่โพรงจมูก ทำให้มีของเหลวเพิ่มขึ้นและไหลออกมาทางจมูก หลายคนจึงมีอาการคัดจมูกหรือน้ำมูกไหลหลังร้องไห้
แม้น้ำมูกจะดูเหมือนเป็นเรื่องเล็ก แต่จริง ๆ แล้วมันเป็นระบบป้องกันด่านแรกของร่างกาย ถ้าไม่มีน้ำมูก ฝุ่นและเชื้อโรคจะเข้าสู่ทางเดินหายใจได้ง่ายขึ้น จมูกก็จะทำหน้าที่กรองอากาศได้แย่ลง
การเช็ดน้ำมูกบ่อย ๆ ไม่ใช่ปัญหา แต่ควรหลีกเลี่ยงการสั่งน้ำมูกแรงเกินไป เพราะอาจเพิ่มแรงดันในโพรงจมูกและทำให้รู้สึกเจ็บหูหรือระคายเคืองมากขึ้น การดื่มน้ำให้เพียงพอช่วยให้น้ำมูกไม่เหนียวเกินไป และการพักผ่อนก็ช่วยให้ร่างกายจัดการกับสาเหตุที่ทำให้น้ำมูกเพิ่มขึ้นได้ดีขึ้น
น้ำมูกที่ไหลออกมาไม่ได้เป็นเพียงของเหลวส่วนเกิน แต่เป็นผลจากการทำงานร่วมกันของเยื่อบุจมูก ระบบภูมิคุ้มกัน และกลไกป้องกันตัวของร่างกาย ทุกครั้งที่จมูกมีน้ำไหล นั่นคือสัญญาณว่าร่างกายกำลังพยายามรักษาสภาพแวดล้อมภายในให้ปลอดภัยสำหรับการหายใจ
5 เครื่องวิทยุสื่อสาร Walkie Talkie รุ่นทหาร ที่เลิกผลิตแต่ราคาสูง! จากสนามรบสู่ของสะสมหายาก
สปอร์ตบราพาขึ้นเครื่องไม่ได้? อินฟลูฯ เยอรมันเจอ Lufthansa สั่งคลุมมิดชิด
รวมเลขเด็ด 10 สำนักดัง หวยลาวพัฒนา งวดประจำวันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน 2569
เลขเด็ด "ปฏิทินท้าวเวสสุวรรณโณ" งวด 1 ต.ค. 69 รวมเลขเด่น 2 ตัว 3 ตัว
รู้หรือไม่? ปลาในประเทศไทยบางชนิดไม่ได้จับหรือซื้อขายกันได้อย่างที่คิด 🐟
เด็กเทคนิคเรียนสายไหนมากที่สุด เปิดข้อมูลอาชีวะ สายช่างที่มีผู้เรียนมากอันดับ 1
อำเภอที่ขอแยกตัวเป็นจังหวัด อำเภอล่าสุดของประเทศไทย
เวลาหั่นหอมหัวใหญ่ ควรหั่นแนวตั้งหรือแนวนอน?
สะเดาะกุญแจมือก่อนถึงห้องขัง! ผู้ต้องหาคดีมีดหนีเข้าป่าเกาะสมุย ตำรวจระดมค้น
10 โรงเรียนชั้นนำในไทยที่มีจุดเด่นต่างกัน เปิดมุมมองก่อนเลือกโรงเรียนให้เหมาะกับเด็ก
ถูกหลอกเงินยังไม่พอ ไปโรงพักหวังพึ่งตำรวจ เจอฟุบหลับ-เล่นเกมจนสาวกลั้นน้ำตาไม่อยู่
คลิปไม่กี่วินาทีอาจไขปริศนา! เฮลิคอปเตอร์ NBC ร่วงดับ 3 ศพ
สตรอว์เบอร์รีผสมเบกกิ้งโซดาทำให้ฟันขาวจริงหรือไม่


