หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

“เงาะลิ้นจี่” หรือปูลาซัน ผลไม้หายากที่รวมเสน่ห์ของเงาะและลิ้นจี่ไว้ในผลเดียว

เขียนโดย dukedick

“เงาะลิ้นจี่” หรือปูลาซัน ผลไม้หายากที่รวมเสน่ห์ของเงาะและลิ้นจี่ไว้ในผลเดียว

เมื่อกล่าวถึงไม้ผลแปลกและหายากในประเทศไทย หลายคนอาจนึกถึงผลไม้พื้นเมืองที่มีให้ลิ้มลองเฉพาะบางฤดูกาล แต่ยังมีผลไม้หน้าตาประหลาดอีกชนิดหนึ่งซึ่งกำลังได้รับความสนใจจากทั้งเกษตรกรและผู้ชื่นชอบผลไม้ นั่นคือ “เงาะลิ้นจี่” หรือ “ปูลาซัน” (Pulasan) ผลไม้เมืองร้อนที่มีรูปลักษณ์คล้ายเงาะ แต่กลับซ่อนเนื้อสีขาวฉ่ำน้ำและกลิ่นรสหอมหวานเอาไว้ภายใน จนหลายคนเปรียบว่า เพียงรับประทานผลเดียวก็เหมือนได้สัมผัสเสน่ห์ของทั้งเงาะและลิ้นจี่ไปพร้อมกัน

ปูลาซันมีชื่อวิทยาศาสตร์ที่พบใช้กันว่า Nephelium ramboutan-ake จัดอยู่ในวงศ์เดียวกับเงาะ ลิ้นจี่ และลำไย มีถิ่นกระจายพันธุ์อยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยพบและปลูกกันมากในมาเลเซียและอินโดนีเซีย รวมถึงพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทยซึ่งมีอากาศร้อนชื้นและฝนตกสม่ำเสมอ

ในประเทศไทย ปูลาซันเป็นที่รู้จักกันมากในชื่อ “เงาะลิ้นจี่” โดยเฉพาะในอำเภอเบตง จังหวัดยะลา ซึ่งมีสภาพภูมิอากาศชุ่มชื้นเหมาะกับการเจริญเติบโตของไม้ผลเมืองร้อนชนิดนี้ ชาวสวนในพื้นที่ปลูกกันมานานหลายปี และผลผลิตมักมีจำนวนจำกัดจนผู้ที่ต้องการรับประทานอาจต้องสั่งจองล่วงหน้า โดยทั่วไปจะมีผลผลิตออกสู่ตลาดเพียงปีละครั้ง จึงยิ่งทำให้กลายเป็นของดีหายากประจำท้องถิ่น

ต้นปูลาซันเป็นไม้ยืนต้นทรงพุ่ม ใบเป็นใบประกอบ มีใบย่อยรูปรีถึงรูปขอบขนาน สีเขียวเข้มเป็นมัน เมื่อถึงช่วงออกดอกจะสร้างช่อดอกขนาดเล็กบริเวณปลายกิ่ง ก่อนพัฒนาเป็นผลที่เกาะรวมกันเป็นพวง รูปลักษณ์ภายนอกของผลอาจทำให้หลายคนคิดว่าเป็นเงาะพันธุ์หนึ่ง เพราะมีสีแดงและมีส่วนยื่นปกคลุมทั่วเปลือก แต่เมื่อสังเกตใกล้ ๆ จะพบว่าส่วนยื่นเหล่านั้นสั้น หนา และแข็งกว่าขนของเงาะทั่วไป

ผลอ่อนของปูลาซันมีสีเขียว ก่อนจะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีแดง แดงเข้ม หรือแดงอมม่วงเมื่อสุกเต็มที่ เปลือกค่อนข้างหนา แต่สามารถเปิดรับประทานได้โดยใช้มือบิดหรือกดให้เปลือกแยกออกจากกัน ชื่อ “ปูลาซัน” เองมีความเชื่อมโยงกับคำในภาษามลายูที่สื่อถึงการบิดหรือหมุน ซึ่งสะท้อนถึงวิธีเปิดผลไม้ชนิดนี้ได้อย่างน่าสนใจ

เมื่อเปลือกเปิดออก จะเผยให้เห็นเนื้อสีขาวขุ่นถึงขาวใสห่อหุ้มเมล็ดอยู่ภายใน เนื้อมีความหนา นุ่มแน่น ฉ่ำน้ำ และในผลคุณภาพดีสามารถแยกออกจากเมล็ดได้ค่อนข้างง่าย รสชาติแตกต่างกันตามสายพันธุ์และระดับความสุก บางต้นให้รสหวานละมุน บางต้นมีกลิ่นหอมคล้ายลิ้นจี่ ขณะที่บางสายพันธุ์อาจมีรสหวานอมเปรี้ยวเล็กน้อย ความหลากหลายของสี ขนาด ความหนาของเปลือก ความฉ่ำ และการติดเมล็ด เป็นลักษณะที่พบแตกต่างกันได้มากในปูลาซันแต่ละสายพันธุ์

แม้ปูลาซันจะถูกเรียกว่า “เงาะลิ้นจี่” แต่ไม่ได้หมายความว่าเป็นลูกผสมระหว่างเงาะกับลิ้นจี่ ชื่อนี้เป็นชื่อเรียกที่เกิดจากรูปลักษณ์ภายนอกซึ่งคล้ายเงาะ ผสมกับกลิ่น รสชาติ และความฉ่ำที่ชวนให้นึกถึงลิ้นจี่มากกว่า โดยแท้จริงแล้วปูลาซันเป็นพืชอีกชนิดหนึ่งในสกุล Nephelium ที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเงาะ

สำหรับการรับประทาน ควรกินเฉพาะส่วนเนื้อสีขาวที่ห่อหุ้มเมล็ดอยู่ ไม่ควรเคี้ยวหรือรับประทานเมล็ดดิบโดยอาศัยข้อมูลบอกต่อเพียงอย่างเดียว เนื่องจากข้อมูลด้านความปลอดภัยและวิธีเตรียมเมล็ดของผลไม้ในกลุ่มนี้ยังแตกต่างกันตามชนิดและแหล่งข้อมูล การรับประทานเฉพาะเนื้อสุกจึงเป็นวิธีที่ปลอดภัยและเป็นที่นิยมมากที่สุด

ในด้านการเพาะปลูก ปูลาซันชอบอากาศอบอุ่น ความชื้นสูง และดินที่ระบายน้ำได้ดี หากปลูกในพื้นที่ฝนตกสม่ำเสมอ ต้นที่ตั้งตัวแล้วอาจไม่จำเป็นต้องรดน้ำบ่อยมาก แต่ในพื้นที่แห้งหรือฝนทิ้งช่วงควรปรับการให้น้ำให้เหมาะสมกับสภาพดินและอากาศ ไม่ควรกำหนดตายตัวว่าต้องรดน้ำวันละกี่ครั้ง เพราะการให้น้ำมากเกินไปอาจทำให้รากขาดอากาศหรือเกิดโรคได้

การขยายพันธุ์สามารถทำได้จากเมล็ด แต่ต้นที่เกิดจากเมล็ดอาจมีคุณภาพผลไม่เหมือนต้นแม่และต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะเริ่มให้ผลผลิต เกษตรกรจึงนิยมขยายพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ เช่น การติดตาหรือทาบกิ่ง เพื่อรักษาลักษณะที่ดีของสายพันธุ์และช่วยให้ต้นให้ผลเร็วขึ้น ในสวนปูลาซันที่เบตงมีการใช้วิธีติดตา และเลี้ยงต้นพันธุ์ให้แข็งแรงก่อนย้ายลงแปลงปลูก

ต้นอ่อนควรได้รับการดูแลเรื่องน้ำอย่างสม่ำเสมอในช่วงแรก พร้อมใช้วัสดุคลุมดินเพื่อลดการสูญเสียความชื้น เมื่อเริ่มตั้งตัวแล้วจึงค่อยลดความถี่ในการให้น้ำ การบำรุงด้วยปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักช่วยเพิ่มอินทรียวัตถุในดินได้ แต่ควรพิจารณาปริมาณตามอายุและสภาพของต้น ไม่ควรใส่ปุ๋ยชิดโคนต้นมากเกินไป เพราะอาจทำให้รากหรือเปลือกลำต้นได้รับความเสียหาย

แม้เปลือกของปูลาซันจะหนาและช่วยปกป้องเนื้อด้านในได้ดี แต่ไม่ควรสรุปว่าแมลงไม่สามารถทำลายได้เลยหรือไม่จำเป็นต้องดูแลศัตรูพืช เพราะใบ กิ่ง ดอก และผลยังอาจถูกแมลงหรือโรคพืชบางชนิดเข้าทำลายได้ การปลูกแบบอินทรีย์จึงควรอาศัยการดูแลสวนให้โปร่ง ตรวจแปลงอย่างสม่ำเสมอ เก็บผลหรือกิ่งที่เป็นโรคออก และรักษาสมดุลของระบบนิเวศภายในสวนร่วมกัน

เมื่อได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม ปูลาซันสามารถเติบโตเป็นไม้ผลอายุยืนและให้ผลผลิตต่อเนื่องได้หลายปี แต่ช่วงออกดอกและเก็บเกี่ยวอาจแตกต่างกันไปตามพื้นที่ ปริมาณฝน อุณหภูมิ และสายพันธุ์ สำหรับพื้นที่เบตง ผลผลิตมักออกตามฤดูกาลและมีปริมาณไม่มากนักเมื่อเทียบกับผลไม้เศรษฐกิจทั่วไป จึงมีมูลค่าค่อนข้างสูงและเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการลองผลไม้แปลกใหม่

เงาะลิ้นจี่หรือปูลาซันจึงไม่เพียงเป็นผลไม้หน้าตาแปลกที่ชวนให้ลองชิมเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความหลากหลายของไม้ผลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้อย่างน่าสนใจ ภายใต้เปลือกสีแดงที่เต็มไปด้วยหนามสั้น ๆ คือเนื้อหวานฉ่ำและกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งทำให้ผู้ที่เคยลิ้มลองหลายคนติดใจ และพร้อมรอคอยฤดูกาลเก็บเกี่ยวเพื่อกลับมาชิมอีกครั้งในปีต่อไป

🍒🌿

เนื้อหาโดย: dukedick
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
dukedick's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 16 ครั้ง
เขียนโดย dukedick
สวัสดีครับ ผมเป็นนักเขียนที่ชอบงานเขียนทางด้านเกร็ดความรู้ต่างๆ ไม่วาจะเป็นเกี่ยวกับสัตว์โลกน่ารัก หรือ เกร็ดความรู้ และเรื่องราวที่น่าสนใจต่างๆ
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เมื่อเด็กและเยาวชนเป็นผู้ก่อเหตุ 8 ข้อที่ต้องรู้ก่อนตัดสิน“แมวหูบิน” ภาษากายน่ารักที่กำลังบอกความรู้สึกของเจ้านาย ที่มีต่อทาสมนุษย์10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำถังขยะควรวางตรงไหน? 3 จุดในบ้านที่สายฮวงจุ้ยแนะนำให้เลี่ยงทำไมประตูรถต้องปิดแรงกว่าตู้เย็น?รูเล็ก ๆ บนหัวซิป มีไว้ทำอะไร?ทําไมยางเครื่องบินไม่ระเบิดตอนลงจอดรีโมทแอร์ใช้ถ่านอัลคาไลน์ได้ไหมของสะสมที่เป็นกระแสในอดีตความลับรั่ว! ทำไมยิ่งแก่ 'เวลา' ยิ่งวิ่งไวเหมือนติดสปีดของมันไม่ใช่-ทำไมคนอิตาลีถึงไม่ชอบพิซซ่าหน้าฮาวายเอี้ยนถนนในประเทศไทยที่น่ากลัวที่สุด เสี่ยงอันตรายมากที่สุดในการขับขี่
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ของมันไม่ใช่-ทำไมคนอิตาลีถึงไม่ชอบพิซซ่าหน้าฮาวายเอี้ยนเมื่อเด็กและเยาวชนเป็นผู้ก่อเหตุ 8 ข้อที่ต้องรู้ก่อนตัดสินทําไมยางเครื่องบินไม่ระเบิดตอนลงจอดความลับรั่ว! ทำไมยิ่งแก่ 'เวลา' ยิ่งวิ่งไวเหมือนติดสปีด"พ่อค้าชาไทย" หล่อมาก! สาวๆ สงสัยทำไมหน้าตาคุ้นๆ..ก่อนออกมาเฉลย!!
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
เมื่อเด็กและเยาวชนเป็นผู้ก่อเหตุ 8 ข้อที่ต้องรู้ก่อนตัดสินเพราะอะไรความเชื่อจึงมีอิทธิพลต่อความคิดของคนในสังคม10 นิสัยของคนที่โตมาในครอบครัวเข้มงวด โดยไม่รู้ตัวเลี้ยงนกกระทา 1,000 ตัว รับเงินแสนจริงหรือแค่ฝัน?
ตั้งกระทู้ใหม่