หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ทำไมประตูรถต้องปิดแรงกว่าตู้เย็น?

เขียนโดย พีรพัฒน์ พีพี

ทำไม "ประตูรถ" ต้องปิดแรงกว่าตู้เย็น? ทั้งที่ก็เป็นประตูเหมือนกัน

ผมเชื่อว่าหลายคนน่าจะเคยเจอสถานการณ์แบบนี้ครับ...

นั่งรถของคนอื่นครั้งแรก เราตั้งใจปิดประตูเบา ๆ เพราะกลัวเจ้าของรถหาว่าปิดแรงเกินไป

แต่ยังไม่ทันได้นั่งดี ก็ได้ยินเสียงบอกกลับมาว่า

“ประตูยังไม่สนิทครับ ลองปิดใหม่อีกที”

สุดท้ายต้องเปิดแล้วปิดซ้ำ คราวนี้ออกแรงมากกว่าเดิมจนได้ยินเสียง “ปัง!” ถึงจะผ่าน

แปลกดีนะครับ...

เพราะพอกลับถึงบ้าน แค่ใช้นิ้วดันประตูตู้เย็นเบา ๆ มันกลับค่อย ๆ ถูกดูดเข้าไปปิดเองเหมือนไม่ต้องพยายามอะไรเลย

ทั้งที่ก็เป็น “ประตู” เหมือนกัน แล้วทำไมประตูรถถึงต้องใช้แรงมากกว่าตู้เย็นขนาดนั้น?

ประตูเหมือนกัน แต่สิ่งที่ซ่อนอยู่ข้างในกลับทำงานคนละแบบอย่างชัดเจน

ตอนแรกผมก็คิดเหมือนหลายคนครับ ว่าคงเป็นเพราะประตูรถหนักกว่า แข็งกว่า หรือทำจากเหล็ก เลยต้องออกแรงมากกว่า

แต่พอลองไปดูหลักการจริง ๆ กลับพบว่า “น้ำหนักของประตู” เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น

ตัวการสำคัญกลับเป็นสิ่งที่เราแทบไม่เคยสังเกต ทั้งยางขอบประตู กลอนล็อก และแม้แต่อากาศที่อยู่ภายในรถเอง


ประตูรถไม่ได้มีหน้าที่แค่เปิดและปิด

เวลาเรามองประตูรถจากภายนอก มันอาจดูเหมือนแผ่นโลหะบานหนึ่งที่ติดกระจก มือจับ และช่องเก็บของเอาไว้

แต่ในความจริง ประตูรถเป็นส่วนหนึ่งของระบบความปลอดภัยของรถทั้งคัน

ลองนึกภาพตามนะครับ ระหว่างที่รถวิ่ง ประตูต้องรับทั้งแรงสั่นจากถนน แรงเหวี่ยงตอนเข้าโค้ง แรงลมจากด้านข้าง รวมถึงแรงกระแทกที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด

เพราะฉะนั้น กลอนประตูจึงไม่สามารถทำงานแบบ “แค่แตะแล้วติด” เหมือนแม่เหล็กบนตู้เย็นได้

มันต้องเกี่ยวและล็อกเข้ากับตัวถังอย่างแน่นหนา เพื่อให้ประตูไม่เปิดออกเองขณะรถกำลังเคลื่อนที่

กลอนประตูรถส่วนใหญ่ยังมีจังหวะการล็อกมากกว่าหนึ่งขั้นด้วยครับ

ถ้าเราปิดเบาเกินไป กลอนอาจเกี่ยวอยู่แค่จังหวะแรก ประตูจึงดูเหมือนปิดแล้ว แต่จริง ๆ ยังไม่แนบสนิทกับตัวรถ

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมบางครั้งมองจากด้านนอกเหมือนไม่มีอะไรผิดปกติ แต่ไฟเตือนประตูในรถยังไม่ดับ หรือพอรถวิ่งแล้วกลับได้ยินเสียงลมลอดเข้ามา


ยางซีลรอบประตู คือแรงต้านที่มองไม่เห็น

ลองเปิดประตูรถแล้วก้มดูรอบ ๆ ขอบประตูครับ จะเห็นยางเส้นหนาวางอยู่ตลอดแนว

ยางเส้นนี้ไม่ได้มีไว้ตกแต่ง แต่รับหน้าที่หลายอย่างพร้อมกัน ทั้งกันน้ำฝน กันฝุ่น ลดเสียงจากภายนอก และช่วยรักษาอุณหภูมิภายในรถ

ลองนึกถึงเวลาที่เราเอาฟองน้ำหนา ๆ สองชิ้นมากดประกบกันครับ

ช่วงแรกแทบไม่ต้องออกแรง แต่พอจะกดให้มันแนบสนิทจริง ๆ เราจะรู้สึกว่าต้องใช้แรงเพิ่มอีกนิด

ยางขอบประตูรถก็ทำงานคล้ายกัน เพียงแต่มันต้องแน่นพอที่จะกันทั้งลม น้ำ เสียง และฝุ่นไปพร้อมกัน

ตอนที่ประตูใกล้ปิดสนิท ยางจะถูกบีบและอัดตัว แรงต้านจึงเพิ่มขึ้นในช่วงสุดท้ายพอดี

เราจึงต้องส่งแรงให้ประตูเคลื่อนผ่านแรงต้านตรงนี้ เพื่อให้กลอนเข้าไปล็อกได้ครบทุกจังหวะ

ที่น่าสนใจคือ รถบางคันที่เก็บเสียงได้ดีมาก อาจรู้สึกว่าประตูปิดแน่นหรือใช้แรงกว่ารถทั่วไป เพราะยางซีลของมันถูกออกแบบให้แน่นเป็นพิเศษนั่นเอง

ช่วงสุดท้ายก่อนประตูล็อก เรากำลังเอาชนะแรงต้านจากหลายอย่างพร้อมกัน โดยไม่ทันรู้ตัว


แม้แต่อากาศในรถก็ยังช่วยต้านประตู

อีกเรื่องที่ผมเพิ่งรู้และไม่เคยนึกถึงมาก่อนเลย คืออากาศภายในห้องโดยสารครับ

ลองจินตนาการว่าเรากำลังปิดฝากล่องพลาสติกที่ค่อนข้างแน่น

ช่วงแรกปิดง่าย แต่พอฝากล่องใกล้แนบสนิท เราจะรู้สึกเหมือนมีอะไรดันกลับเล็กน้อย เพราะอากาศด้านในกำลังหาทางออก

ประตูรถก็มีอาการคล้ายกัน

เมื่อประตูเคลื่อนเข้าใกล้ตัวถังอย่างรวดเร็ว อากาศภายในห้องโดยสารบางส่วนต้องถูกดันออกผ่านช่องระบายอากาศที่ซ่อนอยู่ในตัวรถ

ถ้าอากาศระบายออกไม่ทัน ก็จะเกิดแรงดันต้านประตูอยู่ชั่วขณะ ทำให้ประตูเด้งกลับ หรือหยุดก่อนถึงจังหวะล็อกสุดท้าย

หลายคนอาจเคยสังเกตว่า ถ้าเปิดกระจกลงไว้เล็กน้อย ประตูรถบางคันจะปิดง่ายขึ้น

สาเหตุก็เพราะอากาศมีทางออกเพิ่มขึ้น จึงไม่ต้านประตูมากเท่าเดิมครับ


แล้วทำไมประตูตู้เย็นถึงปิดง่ายกว่า?

คำตอบก็คือ ประตูตู้เย็นมีหน้าที่ต่างจากประตูรถเกือบทุกอย่าง

ประตูตู้เย็นมีหน้าที่หลักคือปิดให้แนบ เพื่อรักษาความเย็นเอาไว้ด้านใน

มันไม่ต้องรับแรงสั่นจากถนน ไม่ต้องเจอแรงเหวี่ยงตอนเข้าโค้ง และไม่ต้องยึดคนหรือสิ่งของเอาไว้ในยานพาหนะที่กำลังเคลื่อนที่

บริเวณขอบยางประตูตู้เย็นจึงมักมีแถบแม่เหล็กซ่อนอยู่

เมื่อเราดันประตูเข้าไปใกล้ตัวตู้มากพอ แม่เหล็กจะช่วยดูดขอบประตูให้แนบสนิทต่อเอง

พูดง่าย ๆ คือ เราออกแรงแค่ช่วงแรก ที่เหลือแม่เหล็กช่วยทำงานต่อให้

แต่ประตูรถไม่มีแรงดูดแบบนั้นช่วยในรถทั่วไป มันต้องอาศัยแรงจากมือของเรา ส่งกลอนให้เข้าไปล็อกกับตัวถังจริง ๆ

ถ้าให้เปรียบเทียบง่าย ๆ ประตูรถก็เหมือนนักกีฬาที่ต้องสวมชุดป้องกันและล็อกอุปกรณ์ทุกชิ้นให้ครบก่อนลงสนาม

ส่วนประตูตู้เย็นเหมือนแม่เหล็กสองก้อนที่พอเข้าใกล้กัน ก็ช่วยดึงเข้าหากันเอง

หน้าที่ต่างกัน กลไกจึงต่างกัน และแรงที่ใช้ก็เลยต่างกันไปด้วย


แล้วทำไมรถบางคันปิดเบา ๆ ก็สนิท?

หลายคนอาจเคยนั่งรถรุ่นใหม่หรือรถระดับพรีเมียมที่แทบไม่ต้องกระแทกประตูเลย

แค่ดันประตูให้เข้าใกล้ตัวรถ ระบบก็จะค่อย ๆ ดูดประตูเข้าไปจนสนิทเอง

ระบบนี้เรียกว่า Soft Close Door โดยจะมีมอเตอร์ช่วยดึงกลอนให้เข้าสู่จังหวะล็อกสุดท้าย

จึงให้ความรู้สึกคล้ายประตูตู้เย็นขึ้นมาหน่อย คือผู้ใช้ไม่ต้องส่งแรงเองจนสุดทาง

แต่ความจริงข้างในยังเป็นกลอนประตูเพื่อความปลอดภัยเหมือนเดิม เพียงมีระบบมอเตอร์เข้ามาช่วยออกแรงในช่วงท้ายแทนเรา

ส่วนรถทั่วไปที่ไม่มีระบบนี้ ก็ยังต้องอาศัยแรงจากมือของเรา เพื่อเอาชนะแรงต้านจากยางซีล แรงดันอากาศ และกลไกล็อกทั้งหมด


แล้วจำเป็นต้องกระแทกประตูสุดแรงไหม?

คำตอบคือไม่จำเป็นครับ

ประตูรถต้องการ “แรงที่พอดีและต่อเนื่อง” มากกว่าแรงกระแทกแบบสุดแรงจนรถทั้งคันสะเทือน

เพียงปิดให้ได้ยินเสียงกลอนล็อกครบ ตรวจดูว่าไฟเตือนประตูดับ และขอบประตูแนบเสมอกับตัวรถ ก็ถือว่าเพียงพอแล้ว

ถ้ารถคันเดิมเริ่มต้องใช้แรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ปิดแล้วเด้งกลับบ่อย หรือมีเสียงลมเข้าระหว่างขับ ก็อาจไม่ใช่เรื่องปกติเสมอไป

สาเหตุอาจมาจากยางขอบประตูแข็งตัว กลอนคลาดตำแหน่ง บานพับเริ่มตก หรือมีสิ่งของติดอยู่บริเวณขอบประตู

ในกรณีแบบนี้ การกระแทกให้แรงขึ้นเรื่อย ๆ อาจไม่ใช่คำตอบ ควรให้ช่างตรวจสอบจะดีกว่าครับ


สรุปแล้ว ประตูรถต่างจากตู้เย็นตรงไหน?

ประตูรถต้องใช้แรงมากกว่า เพราะต้องผ่านแรงต้านจากยางซีล กลอนล็อกหลายจังหวะ และแรงดันอากาศภายในห้องโดยสาร

ที่สำคัญ มันยังต้องยึดประตูให้มั่นคงและปลอดภัย ระหว่างที่รถกำลังวิ่งอยู่บนถนน

ส่วนประตูตู้เย็นมีหน้าที่หลักคือรักษาความเย็น และมีแม่เหล็กช่วยดูดให้ขอบประตูแนบสนิท จึงใช้แรงเพียงเล็กน้อยก็ปิดได้

ผมว่าของแบบนี้เป็นเรื่องที่เราเจอแทบทุกวัน แต่แทบไม่เคยหยุดคิดจริง ๆ ครับ

เวลามีคนบอกว่า “ปิดประตูรถให้แรงอีกนิด” เขาไม่ได้อยากได้ยินเสียงดังหรอก แต่ต้องการให้กลอนประตูทำงานครบทุกจังหวะ เพื่อให้ประตูล็อกสนิทจริง ๆ

ส่วนประตูตู้เย็น แค่ดันให้เข้าใกล้ ก็มีแม่เหล็กช่วยทำงานต่อให้แล้ว

ถึงบางอ้อก็วันนี้แหละครับ...ของสองอย่างที่เราเปิดปิดอยู่ทุกวัน กลับซ่อนหลักวิศวกรรมเอาไว้คนละแบบ โดยที่เราแทบไม่เคยสังเกตเลย

แหล่งข้อมูลประกอบ: หลักการทำงานของกลอนประตูรถยนต์ ระบบยางซีลประตู ช่องระบายแรงดันอากาศภายในรถ ระบบ Soft Close Door และหลักการทำงานของแถบแม่เหล็กในยางขอบประตูตู้เย็น
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
พีรพัฒน์ พีพี's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 19 ครั้ง
เขียนโดย พีรพัฒน์ พีพี
| พีรพัฒน์ พีพี
| นักเขียนสาระรอบตัว•วิทยาศาสตร์ใกล้ตัว•เรื่องที่คนมองข้าม
| 900+ บทความ | 400+ Hot Topic
| เจาะลึก อ่านง่าย ใช้ได้จริง
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
10 VOTES (5/5 จาก 2 คน)
VOTED: ดร กิฟท์นางมารพยากรณ์, พีรพัฒน์ พีพี
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
รีโมทแอร์ใช้ถ่านอัลคาไลน์ได้ไหม10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำเมื่อเด็กและเยาวชนเป็นผู้ก่อเหตุ 8 ข้อที่ต้องรู้ก่อนตัดสินรูเล็ก ๆ บนหัวซิป มีไว้ทำอะไร?ของสะสมที่เป็นกระแสในอดีตทําไมยางเครื่องบินไม่ระเบิดตอนลงจอดความลับรั่ว! ทำไมยิ่งแก่ 'เวลา' ยิ่งวิ่งไวเหมือนติดสปีดถังขยะควรวางตรงไหน? 3 จุดในบ้านที่สายฮวงจุ้ยแนะนำให้เลี่ยง“แมวหูบิน” ภาษากายน่ารักที่กำลังบอกความรู้สึกของเจ้านาย ที่มีต่อทาสมนุษย์รู้หรือไม่? ไม่ใช่แค่ไทยที่กินข้าวเหนียว! เปิดรายชื่อ9ประเทศที่นิยมกิน "ข้าวเหนียว"10 เลขฮิต "OK ล็อตเตอรี่" งวดวันที่ 1 สิงหาคม 69..ซื้อหวย รวยไม่ไหวแล้ว!!สูตรไข่เจียวปูฉบับทำเองที่บ้าน งบไม่ถึงร้อยบาทค่ะ
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ของมันไม่ใช่-ทำไมคนอิตาลีถึงไม่ชอบพิซซ่าหน้าฮาวายเอี้ยนเมื่อเด็กและเยาวชนเป็นผู้ก่อเหตุ 8 ข้อที่ต้องรู้ก่อนตัดสินทําไมยางเครื่องบินไม่ระเบิดตอนลงจอดความลับรั่ว! ทำไมยิ่งแก่ 'เวลา' ยิ่งวิ่งไวเหมือนติดสปีด“เงาะลิ้นจี่” หรือปูลาซัน ผลไม้หายากที่รวมเสน่ห์ของเงาะและลิ้นจี่ไว้ในผลเดียว"พ่อค้าชาไทย" หล่อมาก! สาวๆ สงสัยทำไมหน้าตาคุ้นๆ..ก่อนออกมาเฉลย!!
ทำไมคนไทยนิยมนำ "สัตว์" มาตั้งเป็นชื่อเล่น?ทำไม "อำเภอเบตง" ถึงมีป้ายทะเบียนรถเป็นชื่ออำเภอตัวเอง ไม่ใช้ "ยะลา"ทำไม "แก้วน้ำเย็น" ถึงมีหยดน้ำเกาะด้านนอก ทั้งที่น้ำข้างในไม่ได้รั่ว?"เมืองทรอยปัจจุบันคือประเทศอะไร"
ตั้งกระทู้ใหม่